แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ•ตอนที่ 16

ขยายอาณาจักรการค้า

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าพวกท่านยังกล้ากดราคาใบชาของไร่ตระกูลหานลงอีกแม้แต่เหวินเดียว ข้าคงต้องเรียนเชิญท่านไปนั่งจิบชาหารือกับทางการเรื่องสัญญาสนธิสัญญาผูกขาดการค้าเสียหน่อยแล้วกระมังคะ" น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้งดังขึ้นท่ามกลางห้องรับรองอันโอ่อ่าของหอการค้าประจำเมืองอวิ๋นโจว หลินฟางเซียนในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีฟ้าคราม นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม สายตาดอกท้อกวาดมองพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดทั้งสามคนที่กำลังเหงื่อแตกพลั่ก ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ แต่วาจานั้นกลับเชือดเฉือนจนคนฟังแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ฟางเซียนสามารถพลิกฟื้นไร่ชาตระกูลหานจนกลับมาผงาดได้อีกครั้ง ความท้าทายครั้งใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อผลผลิตล้นทะลักจนเต็มห้องเก็บสินค้า การจำหน่ายแค่ภายในเมืองหลินอันจึงไม่เพียงพออีกต่อไป เป้าหมายในบทที่สิบหกนี้จึงเป็นการ 'ขยายอาณาจักรการค้า' สู่เมืองอวิ๋นโจว เมืองท่าการค้าที่ใหญ่ที่สุดในแถบชายแดนตะวันตก พ่อค้าแซ่เฉิน ผู้ผูกขาดการค้าใบชาในเมืองอวิ๋นโจวมานานนับทศวรรษ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่อายุน้อยกว่าตนเกือบครึ่ง แต่กลับมีรัศมีน่าเกรงขามยิ่งกว่าขุนนางขั้นสาม "ฮูหยินหาน... ท่านอย่าเพิ่งใจร้อนนักเลย ชาของพวกท่านแม้จะหอมหวานและมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ แต่การจะตีตลาดในอวิ๋นโจวที่ผู้คนนิยมชาจากแดนใต้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะขอรับ ค่าขนส่งก็ดี ภาษีตลาดก็แพง การที่ข้าเสนอราคานี้ถือว่า..." "ถือว่าท่านกำลังเอาเปรียบภรรยาของแม่ทัพหานอย่างหน้าไม่ออกต่างหากล่ะคะ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากประตูห้องรับรอง ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีดำสนิทของแม่ทัพหานหยางก้าวเข้ามาด้วยฝีก้าวหนักแน่น ไหล่กว้างที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่รังสีคุกคามจนพ่อค้าทั้งสามถึงกับตัวสั่นงันทันที หานหยางไม่ได้เอ่ยอะอะไรรุนแรง เขาเพียงแค่ปรายตามองเอกสารสัญญาบนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างภรรยา มือหนาเอื้อมไปหยิบถ้วยชาที่ฟางเซียนชงไว้ขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ทว่าสายตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีที่กำลังจ้องเหยื่อ "สามี... ท่านมาได้ทันเวลาพอดีเลยค่ะ ข้ากำลังจะอธิบายให้เหล่าเถ้าแก่ฟังพอดีว่าชา 'เหมันต์อวี้เย่ว์' ของเราไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่กระบวนการหมักบ่มด้วยวิธีพิเศษที่ข้าคิดค้นขึ้น ทำให้มันเก็บรักษาคุณ 0ภาพไว้ได้นานกว่าชาทั่วไปถึงสามเท่า หากพวกเขาไม่ซื้อในราคานี้ เกรงว่าตระกูลเฉินของท่านเถ้าแก่คงต้องตกเป็นจำเลยของตลาดชาทั่วทั้งแคว้น ในข้อหาขัดขวางการค้าเสรีที่ราชสำนักสนับสนุนแล้วล่ะค่ะ" ฟางเซียนกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มหวานหยด พ่อค้าแซ่เฉินหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าอำนาจของแม่ทัพหานในแถบนี้ค้ำฟ้าเพียงใด หากไปล่วงเกินเข้า มีหวังกิจการทั้งหมดคงได้มอดไหม้เป็นจุลในชั่วข้ามคืน สุดท้ายเขาก็ต้องจำยอมจำนน ลงนามในสัญญาการค้าฉบับใหม่ที่ฟางเซียนเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขทุกประการแต่โดยดี เมื่อจัดการเรื่องธุรกิจเสร็จสิ้น สองสามีภรรยาก็เดินทางกลับสู่จวนตระกูลหาน บรรยากาศภายในรถม้าส่วนตัวค่อนข้างเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่อบอวล หานหยางมองภรรยาคนเก่งที่กำลังนั่งนับตั๋วเงินในมือด้วยแววตาที่ฉายประกายความรักใคร่และภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด "เจ้าเก่งเกินไปแล้ว ฟางเซียน..." หานหยางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พลางเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมที่เคลียแก้มเนียนของภรรยาอย่างแผ่วเบา "ข้าชักจะกลัวว่าวันหนึ่ง เจ้าจะรวยจนไม่ต้องการสามีบ้านนอกคนนี้เสียแล้ว" ฟางเซียนหัวเราะคิกคัก นางปิดสมุดบัญชีลงก่อนจะเอียงซบลงกับลาดไหล่กว้างของสามีสูดกลิ่นอายบุรุษจางๆ ที่คุ้นเคย "ท่านพี่พูดจาเหลวไหลอันใดกันคะ? ต่อให้ข้าครอบครองทรัพย์สินครึ่งแคว้น แต่ถ้าไม่มีท่านคอยเป็นโล่เงินโล่ทองคอยหนุนหลังให้ ข้าจะกล้าไปอาละวาดใส่พวกพ่อค้าหน้าเลือดพวกนั้นได้อย่างไรกันเล่าคะ?" แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของฟางเซียนกลับกำลังคิดถึง 'มิติลับ' ของนาง ในห้องแล็บวิจัยการเกษตรขณะนี้ เมล็ดพันธุ์ชาสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมให้ทนต่อความแห้งแล้งและให้ผลผลิตเร็วกำลังเจริญเติบโตอย่างงดงาม การขยายตลาดในเมืองอวิ๋นโจวเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เป้าหมายต่อไปของนางคือการผูกขาดการส่งออกไปยังแคว้นเพื่อนบ้าน! ตกดึก... ภายในห้องครัวของจวนตระกูลหาน กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นยาจีนลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ฟางเซียนลงมือทำอาหารฉลองความสำเร็จในวันนี้ด้วยตนเอง โดยมีแม่ทัพผู้เก่งกาจในยุทธภพ แต่กลับกลายเป็นลูกมือที่เชี่ยวชาญที่สุดในครัวคอยช่วยก่อไฟและหั่นผักเคียงให้อย่างเอาใจ "อื้อ... ฝีมือท่านพี่ช่วยหั่นผักนี่ช่างประณีตเสียจริงนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยชมพลางตักซุปไก่ตุ๋นโสมรสชาติกลมกล่อมขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วป้อนให้สามีชิม หานหยางรับซุปเข้าปาก ดวงตาคมเข้มทอประกายความสุขล้นปรี่ อาหารฝีมือภรรยาไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างหวานชื่นและอบอุ่น เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดจากภายนอกจวนก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* พ่อบ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าแม่ทัพหานด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา "เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยิน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ! สินค้าใบชาล็อตแรกที่ส่งไปเก็บไว้ที่โกดังเมืองอวิ๋นโจวเพื่อเตรียมกระจายสินค้า จู่ๆ ก็... ก็..." หานหยางขมวดคิ้วมุ่น วางช้อนในมือลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นพายุ "เกิดอะไรขึ้น? พูดให้ชัดเจน!" พ่อบ้านกลืนน้ำลายเอื้อมมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก "โกดังสินค้าของเรารับเพลิงไหม้ปริศนาเมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้ว ใบชาทั้งหมด... มอดไหม้กลายเป็นจุล และ... และที่สำคัญ มีสาส์นท้าทายสลักตราประทับของ 'องค์ชายรอง' ทิ้งไว้ในกองเพลิงด้วยขอรับ!" ฟางเซียนชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด องค์ชายรองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์และเป็นอริตัวฉกาจของหานหยาง... เขากล้าดียังไงถึงมารุกล้ำอาณาจักรการค้าที่นางเพิ่งสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อ! "ดูท่า... สงครามประสาทครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะคะ ท่านพี่..." ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ายามเผชิญหน้ากับพ่อค้าคนกลางเสียอีก *ดัชเชสโพดำขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับก้าวสำคัญของฟางเซียนนะคะ เตรียมพบกับแผนโต้กลับสุดแสบในตอนหน้าได้เลยค่ะ!*
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เกลียดชังข้า กับภารกิจฟื้นฟูไร่ชาข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%