กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางในมุมอับของห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยามนี้แทบไม่มีความหมายอะไรเลย เมื่อเทียบกับแรงกดดันมหาศาลที่กำลังแผ่ซ่านมาจากร่างสูงโปร่งของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
หนังสือตำราวิชา Fluid Mechanics เล่มหนาเตอะถูกปิดลงด้วยเสียงกระแทกเบา ๆ แต่ดังก้องในความเงียบ ทัพพ์ไม่แม้แต่จะชายตาแลตัวหนังสือเหล่านั้นอีกต่อไป นัยน์ตาสีเข้มคมกริบทอประกายดุดันระคนกรุ่นโกรธ เจือความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำจำกัดความได้ ทอดมองรินรดาที่กำลังนั่งกอดอกเชิดหน้าใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว
"เธอจะดื้อไปถึงไหนวะ ยัยตัวแสบ"
เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ทัพพ์ขยับตัวโน้มเข้าไปใกล้โต๊ะอ่านหนังสือตัวยาว บรรยากาศรอบตัวบีบอัดจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และกลิ่นอายความร้อนรุ่มแบบฉบับผู้ชายอันตราย กำลังคุกคามพื้นที่หายใจของเธอทีละน้อย
"รุ่นพี่ต่างหากที่ล้ำเส้นก่อน" รินรดาตอกกลับทันควัน เสียงหวานใสแต่แข็งกร้าวไม่มีทีท่าจะยอมลดละ "มายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉันทำไมคะ? ฉันจะไปไหน จะคุยกับใคร มันก็สิทธิ์ของฉัน ไม่ได้เดือดร้อนหัวหน้าว้ากอย่างพี่สักหน่อย!"
"ไม่ได้เดือดร้อนงั้นเหรอ?" ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาววับด้วยไฟโทสะที่ถูกจุดขึ้นง่ายดายเหลือเกินยามที่เธอทำตัวดื้อรั้นใส่ "แล้วที่ยืนกำหมัดหน้าแดงแจ๋จนตัวสั่นอยู่เมื่อกี้ เพราะเป็นห่วงไอ้แทนคุณหรือไง ห๊ะ!"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อถูกจี้ใจดำ ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่คณะสถาปัตย์ผุดขึ้นมาในหัว แทนคุณเพื่อนสนิทตัวดีของทัพพ์จงใจเข้ามาหยอกล้อและถือวิสาสะดึงตัวเธอไปเลี้ยงน้ำเพื่อแกล้งยั่วประสาทคนตรงหน้า ทว่าเธอกลับไม่คิดเลยว่าเสือร้ายอย่างทัพพ์จะตามมาเจอ และระเบิดอารมณ์ใส่เธอกลางตึกคณะแบบนั้น
แต่มีหรือที่คนอย่างรินรดาจะยอมรับความพ่ายแพ้ง่าย ๆ
"ถ้าใช่แล้วจะทำไมล่ะคะ? พี่แทนคุณทั้งน่ารัก อารมณ์ดี แล้วก็ไม่เคยมาใช้น้ำเสียงดุ ๆ ใส่ฉันเหมือน..."
พรึบ!
ร่างสูงไม่ปล่อยให้เธอพูดจนจบประโยค มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงกระชากนั้นทำให้รินรดาเสียหลักพุ่งไถลไปตามแรงดึง ก่อนที่แผ่นหลังบางจะชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างจัง โดยมีร่างหนาของทัพพ์ตามเข้าประชิด กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่งโดยสมบูรณ์
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่มุมอับทันที ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันและกันทำให้หัวใจในอกเต้นระรัวราวกับกลองเพล รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่ฉายแววความรauร้าวและดุดันอย่างเด่นชัด
"พูดใหม่อีกทีซิ ริน..." เสียงทัพพ์พร่าต่ำลงจนน่ากลัว นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า "เธอกล้าพูดว่าไอ้นั่นมันน่ารักต่อหน้าฉัน งั้นเหรอ?"
"ปล่อยนะ... พี่ทัพพ์! นี่มันในห้องสมุดนะ เกิดใครเดินมาเห็น..."
"ให้มันเห็นไปสวะ!" ทัพพ์สวนกลับทันที น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดระAคนตัดพ้อที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "คิดว่าฉันโง่มากหรือไง ถึงไม่รู้ว่าเธอกำลังพยายามทำเป็นใจแข็งใส่ฉันอยู่ตลอดเวลา!"
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกประหลาดตีวนอยู่ในช่องท้อง ทั้งกลัว ทั้งโกรธ และ... หวั่นไหวอย่างรุนแรง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายเอื้อมขึ้นมาแตะเบา ๆ ที่กรอบหน้า เรียวคอยาวระหงเกร็งแน่น
"พี่... หมายความว่ายังไง" เธอถามเสียงสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
ทัพพ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างยากจะพบเห็น สันจมูกโด่งคมก้มต่ำลงจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อน
"ฉันเกลียดความวุ่นวาย เกลียดเด็กดื้อ..." ทัพพ์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าสั่นระริกเล็กน้อยอย่างที่คนหยิ่งผยองอย่างเขาไม่เคยเป็นมาก่อน "แต่ให้ตายเถอะ... ตั้งแต่มีเธอเข้ามาในชีวิต ฉันไม่เคยควบคุมตัวเองได้เลยสักครั้ง ริน... ฉัน..."
ริมฝีปากหยักหยุดชะงักลงกะทันหัน ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าเกือบจะหลุดคำพูดที่พ่ายแพ้ที่สุดในชีวิตออกไปแล้ว
คำว่า *'ชอบ'*... คำที่ศักดิ์ศรีของเดือนคณะวิศวะปีสามไม่อาจยอมปริปากบอกออกไปได้ง่าย ๆ โดยที่ยังไม่แน่ใจว่ายัยตัวแสบตรงหน้าจะคิดตรงกันหรือเปล่า
ทัพพ์ขบกรามแน่น สติที่เกือบหลุดลอยกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เขาผละใบหน้าออกห่างเล็กน้อยเพื่อดึงระยะห่าง แววตาที่เมื่อครู่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความต้องการดิบเถื่อน ถูกแทนที่ด้วยการกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยความเย่อหยิ่งตามนิสัยเดิม
"ฉัน... หมายถึงว่า เธอมันสร้างภาระให้ฉันมากเกินไปต่างหาก!" ทัพพ์รีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้แข็งกระด้าง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงเมื่อครู่ได้อย่างแนบเนียน แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะก็ตาม "อย่าคิดเข้าข้างตัวเองล่ะ ยัยเฟรชชี่"
รินรดาที่กำลังเคลิบเคลิ้มและรอคอยคำพูดนั้นด้วยหัวใจที่พองโต ชะงักกึกทันที ความรู้สึกอบอุ่นวาบหวามเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้และหยาดน้ำตาแห่งความน้อยใจที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก ปากเก่ง ๆ ของเธอจึงสวนกลับทันทีด้วยความทิฐิ
"นั่นสินะคะ! คนอย่างพี่ทัพพ์จะมาสนใจเด็กกะโปโลอย่างฉันได้ยังไง ดีค่ะ... ถ้าคิดว่าฉันเป็นภาระ วันหลังก็ไม่ต้องมายุ่ง!"
เธอผลอกไร่อกแกร่งเต็มแรงแล้วก้าวถอยหลังเตรียมจะเดินหนี ทว่าทัพพ์กลับไว,กว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้ได้อีกครั้ง ออกแรงดึงเบา ๆ แต่เด็ดขาดจนร่างบางเซกลับเข้าไปชนแผงอกเขาตามเดิม ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อเห็นแววตารั้น ๆ ที่พยายามซ่อนความเสียใจเอาไว้มิดชิด
"ใครอนุญาตให้เธอเดินหนีตอนที่เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง ห๊ะ?"
ทัพพ์กดเสียงต่ำ ขยับเข้ามาใกล้จนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์และแรงดึงดูดอันตราย...
แอ๊ดดด...
เสียงบานประตูไม้เก่าของห้องสมุดด้านในสุดถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท
"อุps์! โทษทีว่ะเพื่อน กูไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะเวลาสวีท... แต่พอดีมีเรื่องด่วนว่ะไอ้ทัพพ์"
เสียงของแทนคุณดังขึ้นทำลายความเงียบ ทัพพ์สบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสียด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีชีวิต รินรดาฉวยโอกาสนั้นสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมแล้วหันไปมองผู้มาใหม่ทันที
ทว่า... สายตาของเอที่กวาดไปมองแทนคุณ กลับต้องหยุดชะงักกึกเมื่อเห็นเอกสารในมือของเพื่อนสนิทพระเอก เป็นซองกระดาษสีน้ำตาลที่มีตราประทับคุ้นตา... ซองจดหมายสารภาพรักที่เธอเคยเขียนไว้เมื่อเทอมก่อน และมันกำลังอยู่ในมือของแทนคุณ!
ฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 21
คำสารภาพในห้องสมุด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!