วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 20

น้องรหัสคนโปรด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่ามันไม่ได้ทำให้รินรดา รู้สึกผ่อนคลายเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้พื้นที่รอบตัวเธอกลายเป็นเขตปลอดทุ่นระเบิดที่ขยับตัวผิดองศาเดียวอาจระเบิดได้ทุกเมื่อ "พี่ว่าโปรเจกต์มินิเทอร์โบตรงนี้ ถ้าเราเปลี่ยนมาใช้เกียร์ทดรอบแบบเฮลิคอล มันน่าจะลดแรงกระชากได้ดีกว่านะริน... ว่าแต่วันนี้เลิกเรียนแล้ว สนใจไปหาอะไรอร่อยๆ กินแถวหลังมอเป็นเพื่อนพี่หน่อยไหมล่ะ หื้ม?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มของ ‘พี่กานต์’ ประธานสโมสรนักศึกษาปีสี่ ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่โน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะเขียนแบบในห้องช็อปวิศวะมากเกินความจำเป็น ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน รินรดาขยับตัวถอยหลังสัญชาตญาณ แววตากลมโตฉายแววอึดอัดอย่างปิดไม่มิด แต่เธอยังไม่ทันจะได้อ้าปากปฏิเสธ... *ปึง!* เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่นจนกระดาษกระจัดกระจาย เรียกให้ทุกคนในห้องสะดุ้งเฮือก รินรดารีบหันขวับไปมอง แล้วหัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมกริบดั่งใบมีดของ ‘ทัพพ์’ เดือนคณะปีสามที่ยืนค้ำหัวอยู่ข้างๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวะสีเข้มเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องเล็กน้อย แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "อ้าว ไอ้น้องทัพพ์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่?" พี่กานต์ยืดตัวตรง สีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อปะทะกับสายตานิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันของรุ่นน้องตัวสูง "เพิ่งมาครับ..." ทัพพ์ตอบเสียงเรียบ ลากเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาสีเข้มคมกลาปมองกานต์ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะตวัดกลับมาจ้องหน้ารินรดา "แต่ดูเหมือนจะมาขัดจังหวะโปรเจกต์สำคัญอะไรสักอย่าง... ใช่ไหมครับน้องรหัส" คำว่า ‘น้องรหัส’ ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นจนรินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทัพพ์จงใจก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอและพี่กานต์อย่างถือวิสาสะ ไหล่กว้างของเขาเบียดจนเธอนั่งชิดติดผนังโต๊ะ แรงกดดันจากความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย มันเด่นชัดเสียจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "เปล่าสักหน่อยค่ะ พี่กานต์แค่จะชี้แนะเรื่องโปรเจกต์..." รินรดาเอ่ยแก้ตัวเสียงเบา หวังจะลดอุณหภูมิเดือดในดวงตาของคนตัวโต "ชี้แนะ หรือ ‘จีบ’ ครับ?" ทัพพ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดจนคนฟังสะดุ้ง เขาหันไปมองหน้ากานต์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "พอดีว่าน้องรหัสผมคนนี้ ความรู้วิศวะยังแน่นไม่พอ เกรงว่าถ้าไปเดินเล่นหลังมอกับพี่ เกียร์ในหัวน้องเขาอาจจะพังก่อนซ่อมเสร็จ... ขอตัวนะครับ" พูดจบทัพพ์ก็คว้าข้อมือเล็กของรินรดาลากให้ลุกขึ้นยืนทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้พี่กานต์ได้เอ่ยคำลา แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กอบกุมด้วยความเด็ดขาดและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนจนรินรดาต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแรงดึงนั้นออกจากห้องช็อป ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่มองตามด้วยความระทึก ข้อเท้าเรียวรีบก้าวตามร่างสูงที่เดินดุ่มๆ ไปตามทางเดินตึกคณะวิศวะ บรรยากาศรอบตัวทัพพ์ตอนนี้ร้อนระอุราวกับเตาหลอมเหล็ก ร่างสูงไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนฝ่ามือที่กุมข้อมือเธอลงเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งลากเธอเข้ามาหลบมุมลับตาคนตรงระเบียงตึกคณะฝั่งที่ติดกับสวนหย่อมร่มครึ้ม *พรึบ!* ทัพพ์เหวี่ยงร่างบางจนแผ่นหลังนุ่มชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตามมาทาบทับ กักขังเธอไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ยันกำแพงไว้ ดวงตาคมกริบก้มมองเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ จนรินรดารับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม "ปล่อยเลยนะพี่ทัพพ์! ลากฉันออกมาทำไมเนี่ย เจ็บนะ!" รินรดาโวยวายพร้อมกับใช้มือเล็กดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ทัพพ์กลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน ยิ่งเธอขัดขืน เขากยิ่งขยับตัวเข้ามาใกล้จนหน้าอกแนบชิด "เจ็บแค่นี้ยังน้อยไป..." ทัพพ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด "บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปไหนสองต่อสองกับไอ้กานต์ หูหนวกหรือว่าสมองกลวง หื้ม?" "นี่! พูดให้มันดีๆ นะคะ ฉันจะไปไหนกับใครมันก็เรื่องของฉัน เราเป็นแค่พี่น้องรหัสกันป่ะ? พี่ไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตฉันนะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างท้าทาย แม้ในใจจะเริ่มสั่นไหวกับความใกล้ชิดอันตรายนี้ "สิทธิ์เหรอ?" ทัพพ์ทวนคำเสียงต่ำ ดวงตาคมปลาบวาววับขึ้นมาอย่างน่ากลัว รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "อยากลองดูไหมล่ะว่าฉันมีสิทธิ์แค่ไหน... ถึงขั้นไหน ที่ทำให้เธอจำฝังใจไปจนเรียนจบเลยดีไหมเด็กดื้อ" น้ำเสียงทุ้มพร่าที่กระซิบอยู่ชิดริมใบหู ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายอันตรายแผ่ซ่านจนรินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เธอพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสร้อนรุ่มที่เริ่มคุกคาม แต่มือหนากลับยื่นมาตรึงคางสลวยของเธอไว้บังคับให้หันกลับมาสบตา "จำไว้นะริน..." ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนกลีบปากบาง "ถ้ายังมีหน้าไปรับมุกจีบจากไอ้หน้าไหนอีก... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นรัวระทึกจนแทบหลุดออกมานอกอก และเธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับคำขู่เผด็จการนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มกวนประสาทของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมทางเดิน "อ้าว... ไอ้นภา! นึกว่าหายหัวไปไหน ที่แท้ก็มาแอบกินเด็กในปกตินี่เองวะ... อ้าวเฮ้ย! โทษทีว่ะ กูมาขัดจังหวะผัวเมียเขาจีบกันหรือเปล่าเนี่ย?" ร่างสูงโปรดของ ‘แทนคุณ’ เพื่อนสนิทตัวแสบของทัพพ์โผล่พรวดออกมาจากมุมเสา พร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ทัพพ์ชะงักกึก สีหน้าถมึงทึงหันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาอยากจะฆ่าหมกส้วม รินรดาสบโอกาสทองที่ทัพพ์เผลอ เธอใช้สองมือผลอกอกแกร่งเต็มแรงแล้วมุดตัวหลุดจากการกักขัง หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยความตื่นตระหนก ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าหนีไปไหน แทนคุณกลับเอ่ยประโยคต่อมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ทัพพ์ถึงกับหน้าตึงเปรี๊ยะ "แล้วก็นะ... รินรดา น้องรหัสสุดสวย... เมื่อกี้ตอนเดินมาทางนี้ พี่บังเอิญเจอไอ้กรณ์ เดือนคณะบริหาร มันฝากขนมแล้วก็ฝาก... *เบอร์โทรส่วนตัว* มาให้รินด้วยว่ะ เห็นมันบอกว่ารอน้องรหัสคนโปรดคนนี้ไปกินข้าวด้วยอยู่นะ..." สิ้นคำพูดของแทนคุณ... อุณหภูมิรอบตัวที่ร้อนระอุอยู่แล้ว พลุ่งพล่านขึ้นจนแทบระเบิด ทัพพ์หันขวับกลับมามองรินรดานิ่งสนิท ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและอาการหวงก้างขั้นสุดที่ปิดไม่มิดอีกต่อไป "ไอ้แทน... มึงตาย!" ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%