"ถอยออกไปรินรดา! ถ้าไม่อยากให้ห้องแล็บนี้ระเบิดเพราะความสะเพร่าของเธอ ก็ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดก้องของรุ่นพี่ปีสามทำเอาบรรยากาศในห้องปฏิบัติการเคมีอุณหภูมิลดฮวบจนติดลบ ทัพพ์ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ด้วยแววตาวาวโรจน์ มือหนาคว้าข้อมือฉันไว้แน่นก่อนที่สารเคมีในบีกเกอร์จะหยดลงไปผิดตำแหน่ง กลิ่นฉุนของสารระเหยโชยเข้าจมูกจนแสบไปหมด แต่ที่แสบยิ่งกว่าคือคำพูดของคนตรงหน้า
ฉันกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความอับอายแล่นริ้วขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ขอบตา "ฉันแค่วัดปริมาณผิดแค่นิดเดียวเองนะคะ รุ่นพี่จะดุอะไรนักหนา!"
"นิดเดียว?" ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งมาที่ฉัน "สำหรับวิศวะ คำว่า 'นิดเดียว' ของเธออาจหมายถึงชีวิตของคนในแล็บนี้ ใครสอนให้เธอประมาทขนาดนี้หัดไปจำใส่หัวไว้ใหม่ อย่าเอาความดื้อรั้นมาใช้กับงานที่ต้องอาศัยความละเอียดแบบนี้ ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไปซะ อย่ามาเป็นตัวถ่วงให้รุ่นพี่ต้องเสียเวลาตามแก้ปัญหา!"
คำพูดที่เหมือนใบมีดกรีดลงบนความรู้สึกทำให้ฉันนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความโกรธปนน้อยใจ ฉันสะบัดข้อมือออกจากมือหนาที่เกาะกุมไว้อย่างแรง ก่อนจะหันหลังเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้องแล็บท่ามกลางสายตานับสิบที่มองตาม
หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาทันทีที่พ้นประตู ฉันเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง เกลียดไอ้รุ่นพี่ปากเสียที่ทำเหมือนฉันไม่มีค่าอะไรเลย นอกจากเป็นภาระ
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่ม้านั่งตัวยาวหลังตึกคณะ
ฉันนั่งกอดเข่าจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ ของตัวเอง บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแผ่วเบา ความเงียบทำให้ความคิดตีกันจนยุ่งเหยิง ทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ทอดทับลงมาบนพื้นดิน
ฉันเงยหน้าขึ้นหวังจะด่าใครสักคนที่มากวนใจ แต่คำพูดก็กลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงนั้น... ทัพพ์
เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลใบเล็กมาให้ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ท่าทางเก้ๆ กังๆ นั่นดูไม่เข้ากับมาดวิศวะสุดเนี้ยบเลยสักนิด
"อะไรคะ?" ฉันถามเสียงแห้งพลางเช็ดคราบน้ำตาที่แก้ม
"ขนมปังไส้ครีมกับนมจืด... ร้านหน้ามหาลัย" เขาตอบเสียงเรียบ แต่ไม่ยอมสบตา "เห็นชอบกินไม่ใช่เหรอ ร้องไห้จนตัวสั่นแบบนั้นเดี๋ยวก็ช็อกตายหรอก ถ้าตายไปตอนนี้ ใครจะมาเป็นเป้าให้ฉันสอนงานอีกล่ะ"
คำพูดปากร้ายที่แฝงความห่วงใยประหลาดๆ นั่นทำให้ใจฉันกระตุกวูบ ฉันมองถุงในมือสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ดูจะหงุดหงิดตัวเองมากกว่าหงุดหงิดฉัน เขาเดินถอยหลังเตรียมจะหนีไป แต่ฉันกลับตัดสินใจเอ่ยขึ้น
"เดี๋ยวค่ะรุ่นพี่!"
เขาหยุดกะทันหัน แต่ยังไม่ยอมหันกลับมา ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่ฉันคุ้นหู
"อ้าว ทัพพ์ มายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียว แล้วนั่น... น้องริน? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมตาแดงๆ แบบนั้น"
แทนคุณเดินเข้ามาประชิดตัวเราสองคน สายตาคมปลาบของเขามองไล่ตั้งแต่ถุงขนมในมือฉันไปจนถึงใบหน้าของทัพพ์ที่เริ่มเย็นชาขึ้นมาทันตา ทัพพ์แค่นยิ้มมุมปากก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาเกลียดชัง แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เกินเลยกว่าที่ควรจะเป็น
"ไม่มีอะไรหรอกแทน... แค่เด็กมันดื้อจนทำแล็บพัง เลยต้องอบรมกันนิดหน่อย" ทัพพ์พูดพลางเดินเข้ามาใกล้ฉันจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า "แต่ดูเหมือนหลังจากนี้... ฉันคงต้องดูแล 'เป็นพิเศษ' กว่าเดิมหน่อยแล้วล่ะ"
เขาก้มลงมากระซิบข้างหูฉันจนขนลุกซู่ ในจังหวะที่หัวใจฉันยังตั้งตัวไม่ติด ทัพพ์ก็คว้าไหล่ฉันไปแนบชิด พร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแทนคุณที่เริ่มเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจ
"เพราะดูเหมือนจะมีคนอื่นจ้องจะฉวยโอกาส... ในช่วงเวลาที่ฉันกำลังสอนงานน้องเขาอยู่พอดี"
รอยยิ้มเยือกเย็นของทัพพ์ทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่า... เรื่องวุ่นวายครั้งนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
อย่าลืมกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!
วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 3
รอยแผลที่หัวใจ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!