วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของรุ่นพี่

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและน้ำยาเคมีเจือจางคละคลุ้งอยู่ในห้องแล็บภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลที่ปิดทึบ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนพื้นกระเบื้องยางที่มีรอยคราบน้ำมันเครื่องฝังแน่น บ่งบอกถึงการใช้งานอย่างหนักหน่วง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังหยุดลงตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีเลือดหมูสะบัดชายเสื้อเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองสภาพห้องที่รกเรื้อ ก่อนจะหันมาหยุดสายตาอยู่ที่ร่างบางของเด็กปีหนึ่งซึ่งกำลังยืนกอดอกเชิดหน้าท้าทายเขาอยู่ "คิดว่ายืนทำหน้าเป็นรูปปั้นแล้วคราบน้ำมันพวกนี้มันจะสลายหายไปเองหรือไงครับ... น้องรินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง ทัพพ์ย่อตัวลงเล็กน้อย มือหนาข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อช็อปขณะที่สายตาสอดส่องสำรวจความเรียบร้อยรอบตัว ร่างสูงใหญ่ของเดือนคณะปีสามไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย รินขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองกลับไปอย่างไม่ลดละ รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้มาเพื่อยอมจำนน "ถ้าพี่ทัพพ์มีเวลามาเดินตรวจงานฉันทีละฝีก้าว แบบนี้สู้เอาเวลาไปยืนส่องกระจกหลงตัวเองข้างนอกไม่ดีกว่าเหรอคะ? เผื่อหน้าตาจะได้ดูเป็นมิตรขึ้นมาบ้าง" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก ทัพพ์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเขากระตุกขึ้นอย่างนึกสนุก นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่มีเด็กปีหนึ่งคนไหนกล้าต่อปากต่อคำกับเขาแบบนี้ ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ส่วนใหญ่มีแต่จะก้มหน้าหลบสายตาหรือไม่ก็ส่งยิ้มหวานเลี่ยนมาให้ แต่นี่... ยัยเด็กตัวแสบกลับทำตัวเหมือนแมวป่าที่พร้อมจะตะปบหน้าคนได้ทุกเมื่อ "ปากเก่งดีนี่" ทัพพ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนรินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างสูงกดดันเธอด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบหนึ่งช่วงตัว "แต่หวังว่าฝีมือในการทำความสะอาดจะดีเท่ากับปากเธอนะ... กฎข้อแรกของการเป็นเด็กในปกครองของฉันคือ 'คำสั่งคือเด็ดขาด' และไม้ถูพื้นตรงนั้น... คือภารกิจแรกของเธอ" รินก้มมองไม้ถูพื้นเก่าๆ ที่วางอยู่มุมห้องสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมามองเธอในระยะประชิด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งพล่านจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งอก ทัพพ์จงใจกลั่นแกล้งเธอกل่าวหาว่าเธอไปมีเรื่องกับรุ่นพี่คนอื่น ทั้งที่เธอแค่ป้องกันตัวจากพวกปากเสียต่างหาก แต่สุดท้ายเธอกลับต้องมารับโทษรับน้องสุดโหดด้วยการทำความสะอาดห้องแล็บส่วนตัวของเขาคนเดียวทุกวันตลอดเทอม! "นี่มันคือการใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกเฟรชชี่ชัดๆ นะคะพี่ทัพพ์!" รินเงยหน้าขึ้นเถียง ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความไม่ยอมแพ้ "ถ้าฉันทำความสะอาดห้องนี้จนสะอาดเอี่ยมอ่องแล้ว พี่จะเลิกยุ่งกับฉันสักทีไหมล่ะ?" "เลิกยุ่ง?" ทัพพ์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ อย่างน่าหมั่นไส้ นิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของเธอออกอย่างถือวิสาสะสัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินสะดุ้งเฮือกถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ "คิดว่าตัวเองมีค่าพอที่จะทำให้ฉันอยากตามตื๊อขนาดนั้นเลยหรือไง หืม? ฉันแค่กำลังสั่งสอนเด็กดื้อที่ชอบสร้างปัญหาต่างหาก... ทำซะ! ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเปลี่ยนบทลงโทษให้มันหนักกว่านี้" สายตาที่ทัพพ์ใช้มองเธอมันช่างร้อนแรงและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรพราว จนรินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่พร้อมจะร่วงหล่นลงไปได้ทุกเมื่อ ความใกล้ชิดเมื่อครู่ทำเอาอุณหภูมิในห้องแล็บที่เย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ รินเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ อยากจะคว้าไม้ถูพื้นฟาดหน้าหล่อๆ ของคนตรงiส.สักทีให้หายแค้น แต่ติดที่ว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคอและเธอก็ไม่อยากยอมแพ้ให้เขาได้ใจ "ก็ได้ค่ะ! อยากเห็นนักว่าห้องนี้จะสะอาดจนหรี่ตาดูไม่ได้ขนาดไหน!" รินสะบัดหน้าหนี เดินไปคว้าด้ามไม้ถูพื้นด้วยท่าทางฮึกเหิม ทัพพ์ยืนกอดอกมองตามแผ่นหลังบางที่เดินกระแทกส้นเท้าปึงปังไปหยิบถังน้ำ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ ยัยเด็กนี่ช่างดื้อรั้นและน่าแกล้งเสียจนเขาไม่อยากละสายตาไปไหนเลยจริงๆ ผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงถูพื้นและเสียงบ่นงพึมพำด้วยความหัวเสียดังคลอไปกับเสียงเพลงเบาๆ จากโทรศัพท์มือถือของริน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวยจนเส้นผมเปียกชื้นแนบติดแก้ม ร่างบางกำลังก้มๆ เงยๆ เช็ดกระจกตู้เก็บอุปกรณ์อย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าประตูกจกบานใหญ่ด้านหลังกำลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างสูงอีกคนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าระรื่น "อ้าว... ทัพพ์ ยังไม่กลับอีกเหรอวะ นึกว่าขังตัวเองอยู่กับเด็กปีหนึ่งจนลืมเวลากลับหอซะอีก" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น แทรกกลางบรรยากาศที่กำลังมาคุ ทัพพ์หันขวับไปมองตามเสียง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะตึงเครียดขึ้นในทันทีเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือน แทนคุณยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ มือข้างหนึ่งถือกระป๋องน้ำอัดลม ส่วนตาสองข้างพราวระยับกำลังกวาดมองสำรวจรินรดาที่หันกลับมาตามเสียงเรียก รอยยิ้มเจ้าชู้ถูกส่งให้รุ่นน้องคนสวยทันทีที่สบตา ทำเอาทัพพ์ต้องรีบก้าวเข้าไปขวางหน้าแทนคุณไว้ไม่ให้มองเธอชัดเจนเกินไป "มึงมาทำอะไรที่นี่, แทนคุณ" เสียงของทัพพ์กดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่มองเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความไม่พอใจและอาการหวงก้างที่ปิดไม่มิด "ก็แค่ผ่านมา... แล้วก็ไม่คิดว่าเพื่อนรักคนแมนจะใจร้ายใจดำใช้เด็กผู้หญิงตัวแค่นี้มาขัดห้องแล็บคนเดียวดึกดื่นแบบนี้" แทนคุณยิ้มกริ่ม จงใจเน้นเสียงคำว่า 'เด็กผู้หญิงตัวแค่นี้' พร้อมกับชะโงกหน้ามองข้ามไหล่กว้างของทัพพ์ไปหาริน "น้องรินครับ... เหนื่อยไหม? สนใจเปลี่ยนจากถือไม้ถูพื้น มาดื่มน้ำอัดลมเย็นๆ กับพี่แทนคนนี้แทนไหมล่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยเคลียร์กับไอ้ทัพพ์จอมโหดให้" รินชะงักมือที่กำลังถือผ้าขี้ริ้ว เธอหันมามองหน้าแทนคุณสลับกับทัพพ์ที่ตอนนี้ใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศภายในห้องแล็บกลับมาคุกรุ่นและตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในพริบตาเดียว ดร.ทัพพ์ขยับกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อเพื่อนสนิทดันกล้ามาหยอดเหยื่อในอาณาเขตของเขา ทัพพ์หันกลับมามองรินที่ยืนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนที่มือหนาจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธอแล้วดึงเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของตนอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาที่ไวเกินกว่าจะยับยั้งชั่งใจทำให้แทนคุณถึงกับเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ "เด็กนี่... กูจองแล้ว" ทัพพ์เอ่ยเสียงกร้าว ดวงตาสีเข้มจ้องมองแทนคุณเขม็ง "ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทนกับมึง" ...อย่าลืมกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%