วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 1

สายรหัสที่ (ไม่) ต้องการ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นไอฟุ้งของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมกับเสียงกระดาษพลิกดังแกรกกรากในห้องสโมสรนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มันไม่ใช่บรรยากาศของการต้อนรับน้องใหม่ที่อบอุ่นเหมือนในโบรชัวร์ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย แต่มันคือสนามรบขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยฝุ่นผงของความกดดันและสายตานับคู่ที่จ้องมองมายังเด็กปีหนึ่งอย่างพวกเรา ราวกับพวกเขากำลังคัดเลือกทาสไปใช้แรงงานในเหมืองทอง รินรดาตวัดสายตามองกระดาษแผ่นเล็กในมือด้วยความรู้สึกที่อยากจะขยำมันทิ้งลงถังขยะให้รู้แล้วรู้รอด ตัวหนังสือพิมพ์ดีดสีดำสนิทบนกระดาษแข็งตอกย้ำความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดทางเดินตึกคณะ *สายรหัสที่ 01: นายทัพพ์ อัครราชกุล (ปี 3)* ชื่อนี้... แค่เห็นตัวอักษรแต่ละตัวเรียงร้อยต่อกัน ความร้อนรุ่มก็แล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อกราวกับมีใครเอาพริกขี้หนูมาสودใต้ผิวหนัง ทัพพ์ ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเดือนคณะวิศวะปีสาม ผู้ชายที่ขึ้นชื่อลือนามเรื่องความปากร้าย เย่อหยิ่ง และมองคนอื่นเป็นแค่ฝุ่นใต้รองเท้าผ้าใบราคาแพง ผู้ชายคนที่เธอเพิ่งมีปากเสียงด้วยอย่างรุนแรงที่ลานจอดรถเมื่อสัปดาห์ก่อน เพียงเพราะเขาขับรถเกือบชนเธอแล้วยังทำหน้าตาน่าหมั่นไส้ใส่ ให้ตายเถอะ... ประเทศไทยมีประชากรตั้งกี่ล้านคน มหาวิทยาลัยนี้มีนักศึกษาตั้งกี่พันคน ทำไมโชคชะตาถึงใจร้ายส่งเธอมาตกอยู่ในเงื้อมมือของซาตานหนุ่มหน้าหล่อคนนี้ได้นะ! "น้องริน... สีหน้าหนูดูเหมือนคนท้องผูกมาสามวันแล้วนะ ไหวไหมเนี่ย" เสียงกระเซ้าเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งที่เดินเข้ามาตบโต๊ะเบาๆ รินรดาเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มแห้งๆ ที่แทบจะเรียกว่าการฝืนเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้าให้พี่เขา "ไหวค่ะพี่... ไหวแบบแปลกๆ เหมือนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไฟฟ้า" รินรดาตอบเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววต่อต้านอย่างปิดไม่มิด "โหย พูดเบาๆ หน่อยก็ได้น้อง สายรหัสไอ้ทัพพ์เนี่ยนะ คือตำนานของคณะเราเลยนะเว้ย โหด ซาดิสต์ และชอบใช้งานเด็กปีหนึ่งจนร้องไห้ขี้มูกโป่งมานักต่อนักแล้ว แต่ในความโหดมันมีความพรีเมียมตรงที่... หล่อมากกกก หล่อแบบวัวตายควายล้ม หล่อจนยอมกราบตักให้มันด่า" "ถ้าชอบมาก พี่ก็ไปเป็นทาสมันเองสคะ รินยกสิทธิ์นั้นให้ฟรีๆ เลยค่ะ" รินรดากระแทกเสียงใส่เบาๆ จนรุ่นพี่คนนั้นหัวเราะร่วนแล้วเดินเลี่ยงหนีไปทางอื่น รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอก เธอไม่ใช่พวกยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ยิ่งกับคนที่ไม่มีเหตุผลและชอบใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกคนอื่นด้วยแล้ว เธอยิ่งพร้อมจะงัดข้อให้ถึงที่สุด ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปีหนึ่งของเธอควรจะสดใสเหมือนดอกไม้บาน ไม่ใช่การเดินเข้าสู่ปากเสือแบบนี้ "ใครวะ... เสียงดังหนวกหูตั้งแต่หน้าประตู" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ติดความหงุดหงิดอยู่ในทีดังขึ้นจากด้านหลัง ความเย็นยะเยือกแล่นปราดไปตามไขสันหลังของรินรดาโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเซอร์แบบผู้ชายวิศวะลอยมาแตะจมูก ก่อนที่เงาสูงใหญ่จะทาบทับลงมาคลุมร่างเธอไว้ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปมอง เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีเลือดหมูที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกจนเห็นไหปลาร้าชัดเจน ก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ ทัพพ์ก้มมองกระดาษรายชื่อในมือของรุ่นน้องปีหนึ่งด้วยสายตานิ่งสนิท นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของรินรดาด้วยความรู้สึกรังเกียจระคนสมเพช ราวกับเธอกำลังทำความผิดมหันต์ที่กล้าหายใจร่วมโลกกับเขา "อ๋อ... เด็กดื้อที่เกือบโดนรถฉันชนเมื่อวันก่อนนี่เอง" ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันและน่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมาในชีวิต "โลกกลมดีแทค... หรือว่าเธอตั้งใจใช้เต้าไต่เข้ามาอยู่ในสายรหัสฉัน เพื่อเรียกร้องความสนใจ?" คำพูดทุจริตต่อสามัญสำนึกนั้นทำให้รินรดาทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ว่าส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของเขาพอดี แต่แววตาที่เธอมองกลับไปนั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีแต่ไฟแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทຸກอย่างให้เป็นจุล "พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยนะคะรุ่นพี่! สมองพี่มีไว้กั้นหูหรือไง ถึงได้คิดอะไรตื้นๆ แบบนี้ ใครอยากจะมาอยู่สายรหัสเดียวกับคนปากเสียอย่างพี่กันล่ะคะ ถ้าเลือกได้ ฉันยอมไปบวชชีตัดทางโลกยังจะดีกว่ามาเจอหน้าพี่ซะอีก!" บรรยากาศรอบตัวในห้องสโมสรที่เคยมีเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ้าว พลันเงียบกริบลงในพริบตา สายตาทุกคู่ของรุ่นพี่และเพื่อนปีหนึ่งหันขวับมามองจุดเกิดเหตุเป็นตาเดียว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะนี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีเฟรชชี่กล้าต่อปากต่อคำกับทัพพ์ อัครราชกุล ซึ่งๆ หน้าแบบนี้ แทนคุณ ที่ยืนพิงผนังอยู่ไม่ไกล ถึงกับสำลักน้ำอัดลมในมือ เขากระแอมไอออกมาเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ยืนกอดอกรอดูความฉิบหายที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความสนุกสนาน ทัพพ์ไม่ได้โกรธจนหน้าดำคร้านอย่างที่ทุกคนคิด ตรงกันข้าม... มุมปากหยักลึกข้างหนึ่งกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความร้ายกาจของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาช้าๆ จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับโต๊ะไม้ด้านหลังอย่างไร้ทางหนี รินรดาผถะถอยตัวหนีตามสัญชาตญาณ แต่ทัพพ์กลับใช้มือหนาทั้งสองข้างค้ำโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ราวกับกรงข้องขังที่ไร้ช่องว่างให้ออก "ปากเก่งดีนี่..." ทัพพ์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนรินรดาขนลุกซู่ "ในเมื่อเธอเกลียดฉันนัก... และฉันก็รำคาญขี้หน้าเธอพอกัน งั้นเรามาลองดูกันไหมล่ะ ว่าเด็กปากดีอย่างเธอ จะทนอยู่ใต้เงาของฉันได้สักกี่น้ำ" รินรดาใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความเสน่หา... แต่มันคือความโกรธและแรงกดดันที่บีบอัดจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอยื่นมือขึ้นหมายจะผลักอกแกร่งออกไปให้พ้นทาง แต่ทืบไวเท่าความคิด มือหนากลับคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอรวบไว้ด้วยมือเดียวตรึงไว้เหนือหัวได้อย่างง่ายดาย ใบหน้าของเขาก้มต่ำลงมาอีกนิด จนดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ว่าหากขยับอีกนิดเดียว ปลายจมูกคงจะชนกัน รินรดาสบถในใจอย่างหัวเสียเมื่อพบว่าแววตาพยศของเธอกำลังสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมกริบของเขาอย่างชัดเจน "ปล่อยฉันนะ!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง ทัพพ์โน้มริมฝีปากลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ จนทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบไปชั่วขณะ "ยินดีต้อนรับสู่นรกขุมที่สعرนะ... ยัยตัวแสบ เตรียมตัวรับมือกับความบรรลอที่ฉันกำลังจะมอบให้เธอได้เลย" ทัพพ์กระตุกยิ้มมุมปากอีกครั้งอย่างผู้ชนะ ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นเงาร่างของอาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษาที่กำลังเดินตรงเข้ามาทางประตูห้องสโมสร พร้อมกับเสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นเรียกความสนใจจากทุกคน "เอ้า! ทุกคนเงียบ! ฟังทางนี้!" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่ทัพพ์ไม่ได้ผถะตัวถอยออกไปตามมารยาท แต่เขากลับก้มกระซิบประโยคสุดท้ายใส่หูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอารินรดาร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้าและลำตัว *"คืนนี้... เตรียมตัวไปเคลียร์กันต่อที่ห้องซ้อมเกียร์ด้วย"</พ> *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินและรสชาติความแสบสันต์ในตอนแรกนี้นะคะ อย่าลืมกดใจและคอมเมนต์ให้กำลังใจ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%