"ถ้าคิดว่าการหลบหน้าฉันมันจะช่วยให้เธอรอดตัวจากโปรเจกต์นี้ได้ รินรดา... เธอก็คงประเมินสมองวิศวะต่ำไปหน่อยนะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจกระซิบชิดใบหู ทำเอาเส้นขนบนต้นคอของรินลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย กลิ่นอายความเป็นผู้ชายอันตรายจากตัวทัพพ์—ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมแบรนด์โปรด—กำลังโอบล้อมเธอไว้จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ รินกัดริมฝีปากล่างแน่นจนขึ้นสีแดงจัด สมองพยายามประมวลผลหาทางหนีทีไล่ แต่แผ่นหลังกลับแนบชิดติดกับชั้นวางหนังสือของห้องสมุดคณะวิศวะที่เงียบเชียบ ไม่มีทางถอยอีกแล้ว
นี่คือผลลัพธ์จากการที่เธอพยายามเดินหนีผู้ชายคนนี้มาตลอดสามวันเต็ม หลังจากคืนนั้น... คืนที่เขากระชากเธอเข้ามาหลบฝนและเกือบจะขโมยลมหายใจของเธอไปต่อหน้าต่อตา
"ถอยไปเลยนะรุ่นพี่ ทัพพ์! เราไม่ได้สนิทกันขนาดจะมาต้อนมุมแบบนี้ใส่กันนะคะ" รินเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครง ดวงตากลมโตจ้องมองร่างสูงที่โน้มตัวลงมาครอบ
ทัพพ์ไม่ยอมถอย เขากลับใช้แขนข้างหนึ่งยันชั้นหนังสือไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอาณัติ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ดวงตาที่ฉายแววพยศ ไล่เรื่อยลงมายังพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงเรื่อโดยธรรมชาติ จนเจ้าตัวต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความพิรุธ
แปลก... ทั้งแปลกและน่าหงุดหงิดเป็นบ้า
ปกติแล้วรินไม่ใช่คนที่จะมาเสียอาการให้ใครง่ายๆ เธอมักจะรับมือกับพวกปากเสียหรือพวกชอบแกล้งในคณะได้อย่างเฉียบคมเสมอ แต่ทำไม... ทำไมเวลาอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้ทรยศด้วยการเต้นผิดจังหวะทุกที รินยกมือขึ้นแตะหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองเบาๆ เพื่อย้ำเตือนสติว่าเธอเกลียดความวุ่นวาย และเกลียดคนที่เข้ามาปั่นป่วนความสงบสุขในชีวิตที่สุด โดยเฉพาะนายเดือนคณะหน้ามึนคนนี้!
"ไม่ได้สนิท?" ทัพพ์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างนึกขัน ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังมองเหยื่อที่ดิ้นไม่หลุด "เมื่อคืนก่อน ใครกันนะที่บอกว่า... ช่างเถอะ ไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ กลัวคนแถวนี้จะนอนไม่หลับ"
"รุ่นพี่!" รินหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงคำพูดพล่อยๆ ของตัวเองในคืนนั้น เธอเม้มปากแน่นด้วยความจำยอม "วันนั้นฉันเมา... เอ๊ย เบลอต่างหากเล่า! อย่ามาทำเป็นจำแม่นนักเลยค่ะ"
"เด็กโกหก" ทัพพ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ "ถ้าเมาแล้วจำไม่ได้ ทำไมตอนที่ฉันเข้าใกล้... เธอถึงต้องหลับตาปี๋แล้วกลั้นหายใจด้วยล่ะ หืม?"
ฉ่า!
ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนบนใบหน้าของรินจนร้อนผ่าว เธอนึกอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด สายตาดุจเหยี่ยวของทัพพ์ไม่เคยพลาดอะไรเลยจริงๆ เขามักจะจับสังเกตความผิดปกติของเธอได้เสมอ และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เธอ "กลัว"
ไม่ใช่กลัวเขาจะทำร้าย... แต่เธอกลัว "ความรู้สึกของตัวเอง" ต่างหาก
รินเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังในวินาทีนั้น... ว่าทำไมเธอต้องใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงทุ้มๆ นี้เรียกชื่อ ทำไมเธอต้องคอยมองหาแผ่นหลังกว้างนั้นท่ามกลางฝูงชนในโรงอาหาร ทำไมคำพูดกวนประสาทของเขาถึงยังมีอิทธิพลทำให้เธอนอนไม่หลับได้เป็นคืนๆ ทั้งที่ผ่านมาเธอกลنแกล้งทำเป็นไม่สนใจมาโดยตลอด
*ทำไมต้องเขินพี่คนนี้วะ... รินรดา* เธอกรีดร้องอยู่ในใจ
"มองหน้าฉัน... แล้วตอบมาซิ ว่าทำไมช่วงนี้ถึงต้องหนีหน้า" ทัพพ์เปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอารินสะفัดเฮือกราวกับโดนกระแสไฟอ่อนๆ แล่นผ่าน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงมาอย่างยาวนาน
"ฉันไม่ได้หนี... แค่ไม่มีเวลาต่างหากล่ะคะ งานโปรเจกต์ก็ท่วมหัว ไหนจะต้องเตรียมตัวสอบมิดเทอมอีก" รินหาข้ออ้างเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงด้วยการเชิดหน้าสู้ แม้ว่าขาเริ่มจะสั่นพับๆ อยู่รอมร่อ
"โกหกไม่เนียนเลยนะเด็กดื้อ" ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับปลายจมูกรั้นของเธอ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมความดิบเถื่อนแบบผู้ชายวิศวะทำเอาสติของรินกระเจิงไปไกล "ถ้าไม่มีเวลา... แล้วทำไมเวลาเจอฉันที่โรงคณะ เธอถึงต้องเดินเลี่ยงไปทางอื่นทุกทีล่ะ"
"ก็..." รินอึกอัก พูดไม่ออกเมื่อเจอหลักฐานมัดตัวแบบคาหนังคาเขา สมองตื้อตันไปหมด ดวงตากลมโตหลบวูบลงมองกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาแทนที่จะสบตากับนัยน์ตากรุ้มกริ่มคู่นั้น
ทัพพ์มองท่าทีจำนนด้วยหลักฐานของคนตัวเล็กแล้วมุมปากก็กระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ ความรู้สึกเอ็นดูระคนหมั่นไส้ตีรวนขึ้นมาในอก เขาชอบเวลาที่ยายเด็กปากเก่งนี่จนมุมที่สุด มันทำให้เขาอยากแกล้ง... อยากดึงเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแล้วแสดงให้เห็นชัดๆ ว่าการวิ่งหนีเขา มันไม่มีทางรอดไปได้หรอก
มือหนาเลื่อนจากกรอบหน้าลงมาจับปลายคางมนให้เงยขึ้นรับสายตา บังคับให้เธอต้องสบตากับเขาตรงๆ
"ถ้าไม่อยากให้ฉันตามตื๊อ... ก็ตอบความจริงมาคำเดียวสิ" ทัพพ์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลอยอยู่ห่างจากริมฝีปากเธอนิดเดียวเท่านั้น "ว่าทำไม... เธอถึงใจสั่นทุกครั้งที่อยู่ใกล้ฉัน"
รินเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง คำถามนั้นพุ่งชนเข้ากลางใจเธออย่างจังโดยไม่มีทางหลบเลี่ยง ปากที่เคยเก่งกาจกลับหนักอึ้งราวกับถูกหินถ่วง เธอนิ่งอึ้ง สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อถูกต้อนจนมุมด้วยความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธเสียงแข็งตามสัญชาตญาณเพื่อรักษาฟอร์ม แต่สายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความจริงจังและประกายความเจ้าเล่ห์คู่นั้น กลับทำให้คำพูดติดอยู่แค่ลำคอ
"ว่าไงล่ะ... หืม?" ทัพพ์เร่งเร้าเสียงนุ่ม สัมผัสที่คางอุ่นจัดจนเธอแทบละลาย
"ฉัน..." รินสูดลมหายใจเข้าปอดลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อจะปฏิเสธให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ชวนใจเต้นนี้ ทว่า...
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูกระจกห้องสมุดดังขึ้นสนั่น พร้อมกับเสียงห้าวคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของคนทั้งคู่ทันที
"ไอ้ทัพพ์! อาจารย์ภาควิชาเรียกตัวด่วน บอกว่าแบบแปลนโปรเจกต์กลุ่มแกมีปัญหา—เฮ้ย! โทษทีวะ กูไม่รู้ว่าพวกแกกำลัง... อุ๊บ!"
แทนคุณที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วหันหลังกลับแทบไม่ทัน
รินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกผีอำ รีบผลักอกแกร่งของทัพพ์ออกสุดแรงแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อ ทัพพ์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียที่ถูกมารผจญมาขัดจังหวะสำคัญในวินาทีชีวิต เขากวาดตามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาดุร้ายที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ
แต่ก่อนที่ทัพพ์จะได้หันกลับมาจัดการเคลียร์คำตอบที่ค้างคา รินก็กวาดกระเป๋าเอกสารขึ้นสะพายไหล่ แล้ววิ่งหนีหายออกไปจากห้องสมุดด้วยความเร็วแสง ทิ้งให้ทัพพ์ยืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความท้าทายขึ้นมาอีกครั้ง
...หนีได้ก็หนีไป รินรดา เพราะพรุ่งนี้เธอก็ต้องเจอหน้าฉันใหม่อยู่ดี
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 11
ความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!