เม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานีในช่วงหัวค่ำ ทำให้ลานเกียร์หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์กลายเป็นพื้นที่ปิดตายโดยปริยาย กลิ่นอายความอับชื้นของพื้นคอนกรีตผสมกับกลิ่นไอฝนตีขึ้นจมูก ทว่าสิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าอากาศรอบตัวในเวลานี้ คือแรงกดดันจากสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"ดื้อด้านชะมัด ใครใช้ให้ยืนตากฝนอยู่ตรงนี้คนเดียว"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นแทรกเสียงสายฝน ทัพพ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาที่เปียกชื้นเล็กน้อยบังรัศมีหยดน้ำจนหมดสิ้น แววตาของเดือนคณะปีสามฉายแววคุกรุ่นระคนความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีขumขู่
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยกแขนขึ้นกอดอกเพื่อพยายามปกปิดความหนาวสั่นที่เริ่มกัดกินผิวเนื้อ เสื้อเชิ้ตสีขาวบางแนบลู่ไปกับสัดส่วนจนน่ารำคาญ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเสียเปรียบและไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้เห็น
"รุ่นพี่ทัพพ์มีสิทธิอะไรมาสั่งค่ะ รินจะยืนตรงไหนมันก็เรื่องของริน..."
คำพูดของเธอขาดห้วงไปเมื่อร่างกายทรยศด้วยการสะท้านเฮือกใหญ่ ความหนาวเย็นเล่นงานจนปลายนิ้วชาดิก ทว่าก่อนที่เธอจะได้ก้าวถอยหนี แรงกระชากเบาๆ ที่ต้นแขนก็ทำให้เธอต้องเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว
ทัพพ์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาถอดเสื้อช็อปสีน้ำกรมท่าเข้มปักตราสัญลักษณ์เกียร์ทองอันทรงเกียรติของคณะออกจากตัวอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด ทัพพ์คลุมเสื้อช็อปตัวใหญ่ลงบนไหล่บางของรินที่เปียกฝน เป็นการกระทำที่ไม่มีใครคาดคิดแม้กระทั่งตัวเขาเอง
กลิ่นอายอุ่นๆ ของน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนจากร่างกายของทัพพ์ห่อหุ้มรินรดาไว้ทันที เสื้อช็อปตัวโคร่งโอบกอดร่างที่สั่นเทาของเธอเอาไว้ หยาดน้ำฝนที่เคยกระทบผิวเนื้อถูกกั้นไว้ด้วยเนื้อผ้าหนานุ่ม ความอบอุ่นที่พุ่งเข้าใส่กะทันหันทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างรุนแรง
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกำชายเสื้อช็อปที่คลุมไหล่ไว้แน่น สัมผัสได้ถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"เงียบปากแล้วใส่ซะ" ทัพพ์เอ่ยเสียงดุ แต่หูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความสลัวของแสงไฟยามค่ำคืน เขาหลบสายตาไปทางอื่นเสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่ลẫกลึกและร้อนแรงขึ้นกว่าเดิม "ไม่อยากเป็นไข้ตายคาตึกคณะ ก็หัดห่วงตัวเองซะบ้าง... เด็กดื้อ"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งลงชั่วขณะ เสียงฝนที่ตกหนักดูเหมือนจะเบาลงไปถนัดตา เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้กันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ความเย็นชาและกำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองพังทลายลงทีละน้อยภายใต้ความอบอุ่นของเสื้อช็อปตัวนี้
"ทำไม... ต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยล่ะคะ" เสียงของรินรดาแผ่วเบาลง เจือความสั่นเครือที่เธอพยายามบังคับไม่ให้มันหลุดออกมา
ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ซีดเซียวของเธอก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตา สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางทาง
"เพราะฉันไม่อยากให้ใครมาใส่ใจเธอนอกจาก..."
ยังไม่ทันที่ทัพพ์จะพูดจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากทางด้านหลังก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ
"เฮ้ย! ทัพพ์ ทางนี้เว้ย!"
ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย ทัพพ์จำต้องผละตัวออกห่างจากรินรดาอย่างเสียดาย ดวงตาคมฉายแววหงุดหงิดชัดเจนเมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ แทนคุณเพื่อนสนิทของทัพพ์ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก แต่ทว่า... สายตาของแทนคุณกลับไม่ได้มองมาที่เพื่อนสนิทของตัวเอง กลับจดจ้องเขม็งมาที่เสื้อช็อปตัวใหญ่บนร่างของรินรดาด้วยประกายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
รินรดารีบดึงเสื้อช็อปให้กระชับเข้าหาตัว หัวใจที่เต้นรัวด้วยความเขินอายเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความระแวงระวัง ทัพพ์หรี่ตามองเพื่อนสนิทของตนเองด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาอย่างปิดไม่มิด
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 10
เสื้อช็อปตัวใหญ่
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!