"ถ้าเธอคิดจะเดินหนีฉันอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันจะไม่แค่กักตัวเธอไว้แค่นมุมตึกแบบนี้นะรินรดา..."
เสียงทุ้มต่ำที่เจือปนความหงุดหงิดจางๆ ลอยลอดผ่านสายฝนที่เทกระหน่ำลงมากระทบหลังคาตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างบ้าคลั่ง ละอองฝนสีเทาโปรยปรายจนโลกภายนอกพร่ามัว แต่โลกภายในพื้นที่แคบๆ ใต้บันไดหนีไฟลับตาคนแห่งนี้ กลับชัดเจนเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนรอบตัวกำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
เฟรชชี่ตัวแสบอย่างเธอยังคงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แม้แผ่นหลังจะแนบสนิทไปกับกำแพงปูนเย็นเฉียบ ไอร้อนจากร่างสูงใหญ่ของคนที่จงใจก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำผิดจังหวะจนน่ารำคาญ
"รุ่นพี่ทัพพ์ กรุณามารยาทงามด้วยค่ะ นี่มันตึกคณะ ไม่ใช่สนามรบส่วนตัวของคุณ" รินรดาตวัดสายตาดุดันกลับไป ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายได้ใจเด็ดขาด แม้ว่าฝ่ามือของเธอที่กำชายเสื้อฮู้ดไว้แน่นจะชื้นเหงื่อด้วยความประหม่าก็ตาม
ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มดุดันกวาดมองใบเนียนใสที่รั้นจนน่าหมั่นไส้ เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นยันกำแพงกั้นทางหนี กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยวนอยู่ปลายจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนอึดอัดและล่อแหลมเกินกว่าจะรับไหว
"มารยาทเหรอ? หึ... กับคนดื้อด้านอย่างเธอ ฉันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนรู้บ้างไหม" ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียน "แทนที่จะวิ่งหนีคำถามของฉัน ทำไมไม่ลองตอบให้มันตรงใจเธอบ้างล่ะริน"
"คำถามอะไรของคุณ ฉันไม่รู้เรื่อง!"
"เรื่องที่เธอกำลังสั่นอยู่ตอนนี้... เพราะฝนข้างนอก หรือเพราะยืนใกล้ฉันกันแน่"
น้ำเสียงของเขาทิ้งจังหวะลึกซึ้ง แววตาคมปลาบนั้นราวกับมีแรงดึงดูดมหาสารที่จ้องจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยอมรับไม่ได้เด็ดขาดว่าคำตอบคืออย่างหลัง—อย่างหลังที่ต่อให้ตายเธอก็ไม่มีวันปริปากบอกไอ้รุ่นพี่ปากร้ายคนนี้
ทว่าก่อนที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งคู่จะดำเนินไปถึงจุดเดือด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมเสียงหัวeเราะคุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางสายฝน
"ไอ้ทัพพ์! มึงหลบมาสุมหัวอยู่ไหนวะ อาจารย์ตามหาตัว... เฮ้ย!"
เสียงของแทนคุณที่โผล่พรวดพราดย่างก้าวเข้ามายังมุมอับใต้บันไดหยุดชะงักกึก ดวงตาคมกริบของเพื่อนสนิทพระเอกเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ร่างสูงของทัพพ์ที่กำลังก้มตัวคร่อมร่างบางของรินรดาไว้ในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวริมฝีปากคงจะแตะกันอยู่รำไร
ทัพพ์ผละตัวออกช้าๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาคู่คมตวัดกลับไปมองเพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในเสี้ยววินาทีเป็นตายเท่ากัน
รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นผลักอกแกร่งออกเต็มแรง รีบก้าวพรวดพราดสวนทางแทนคุณออกไปท่ามกลางสายฝน โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองสบตากับใครอีก
แทนคุณมองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งหายออกไปจากตึก ก่อนจะหันกลับมาเลิกคิ้วกวนๆ ใส่เพื่อนรักที่ยืนหน้าตึงอยู่ตรงนั้น
"แหม... กะอีแค่ฝนตก ทำไมต้องต้อนน้องเขามุมตึกขนาดนั้นวะ หรือว่ามึงกลัวน้องเขาละลายหายไปกับสายฝน?"
ทัพพ์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ปรายตามองเพื่อนด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายลึกที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้
"เรื่องของกู..." ทัพพ์เอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตายังคงมองตามทิศทางที่รินรดาวิ่งหายไป "แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่า... เกมนี้ ยัยเด็กนั่นไม่มีทางหนีฉันพ้นหรอก"
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 9
ฝนตกกับความใกล้ชิด
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!