"ถ้ามือเธอยังวางไม่ถูกจังหวะแบบนี้ ต่อให้เรียนไปจนจบปริญญาก็ไม่ได้ความหรอกรินรดา เลิกทำตัวเป็นภาระของอุปกรณ์ในห้องแล็บสักที"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรำคาญใจดังขึ้นข้างหู ทันทีที่ฉันขยับมือกำลังจะปรับค่าโวลต์มิเตอร์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นไอของเหล็กและน้ำมันเครื่องอันเป็นเอกลักษณ์ของ 'พี่ทัพพ์' ก็จู่โจมเข้ามาจนฉันเผลอชะงัก
ฉันแค่นยิ้มที่มุมปาก ไม่หันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงโต๊ะปฏิบัติการอยู่ด้านหลัง ก่อนจะสะบัดมือปรับค่าตัวเลขบนเครื่องมือวัดอย่างแม่นยำจนเข็มดีดขึ้นในระดับที่ต้องการ
"ภาระเหรอคะ? แปลกจัง พอดีหนูจำได้ว่าตอนที่พี่ก้มลงมาสอนเมื่อกี้นี้ ค่าที่พี่อ่านมันเพี้ยนไปสามจุดเลยนะคะ หรือว่า...พี่ทัพพ์กำลังสมาธิหลุดเพราะอย่างอื่นอยู่?" ฉันหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า ระยะห่างที่ถูกย่อให้เหลือเพียงคืบทำให้ฉันเห็นแววตาคมกริบของคนตรงหน้าชัดเจน
เขากระตุกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูเหมือนจะเอ็นดูแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจอย่างที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ "ปากเก่งขึ้นนะเรา ช่วงนี้คงว่างมากสินะ ถึงได้มีเวลามาจับผิดพี่"
"ว่างไม่ว่างไม่รู้ แต่ถ้าวัดกันที่ความอดทน หนูว่าพี่อาจจะเป็นฝ่ายแพ้ก่อนก็ได้นะ" ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมนั้น ไม่ยอมหลบสายตาแม้แต่น้อย บรรยากาศรอบโต๊ะแล็บเริ่มตึงเครียดจนเพื่อนในกลุ่มเริ่มทยอยถอยห่างออกไปทีละคน สองคน ต่างรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ 'เดือนคณะ' กับ 'เฟรชชี่ตัวแสบ' ปะทะคารมกัน พื้นที่รัศมีสามเมตรนั้นไม่มีที่ยืนสำหรับคนทั่วไป
ทัพพ์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนหลังฉันชนกับตู้เก็บอุปกรณ์เหล็กด้านหลัง เสียงโลหะกระทบกันดัง 'กึก' แต่เขากลับไม่หยุดแค่นั้น เขาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะกักขังฉันไว้ในวงแขน สายตากวาดมองใบหน้าฉันนิ่งนานราวกับกำลังอ่านใจ
"ท้าทายเหรอ?" เขาถามเสียงพร่า
"เปล่าค่ะ แค่พูดความจริง" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวไม่เป็นจังหวะให้คงที่ที่สุด "พี่ทัพพ์เกลียดความวุ่นวาย แต่พี่ก็ไม่เคยเลิกมาวนเวียนอยู่รอบตัวหนูสักที มันย้อนแย้งนะคะ ไม่กลัวเสียชื่อคนคุมห้องแล็บผู้เย็นชาหรือไง"
คำพูดของฉันเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง มันมีความหงุดหงิดระคนกับความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีขี้เก๊กนั่น
"ความวุ่นวายที่คุ้มค่าแก่การปราบพยศ... พี่มองว่ามันก็สนุกดี" เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับผิวแก้มจนฉันร้อนผ่าว "อยากรู้ไหมล่ะว่าใครจะอดทนได้นานกว่ากัน ถ้าพี่เริ่มขยับรุกให้เธอหายใจไม่ออกขึ้นมาจริงๆ"
"ก็ลองดูสิคะ ถ้าพี่คิดว่าตัวเองมีดีพอที่จะทำให้หนูยอมก้มหัวให้"
ฉันเชิดคางขึ้น ท้าทายความอดทนของเขาอย่างถึงที่สุด ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บที่เหลือเพียงเราสองคน เสียงเครื่องจักรทำงานสม่ำเสมอเป็นฉากหลัง แต่บรรยากาศระหว่างเรากลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่ช็อตจนแทบไหม้
ในจังหวะที่เขากำลังจะโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ตามด้วยเสียงหัวเราะกวนประสาทของ 'แทนคุณ' ที่ดังขึ้นขัดจังหวะ
"โอ้โห! นี่ห้องแล็บวิศวะหรือห้องหอครับเนี่ย หวานกันจนมอเตอร์ที่ผมกำลังซ่อมอยู่แทบจะลุกเป็นไฟแล้วนะ!"
ทัพพ์ผละออกทันทีด้วยท่าทีที่ดูเหมือนไม่สะทกสะท้าน แต่ฉันเห็นมือหนาที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาเล็กน้อย เขาหันไปมองแทนคุณด้วยสายตาที่พร้อมจะฟาดฟัน แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเพื่อนสนิท... บุคคลที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
หญิงสาวสวยเฉี่ยวในชุดนักศึกษาที่ดูหรูหราผิดกับสภาพห้องแล็บ เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเขาด้วยสายตาที่อ่านยาก
"ทัพพ์... เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยนะ"
ความรู้สึกของฉันกระตุกวูบเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของทัพพ์ เขาไม่ได้มองเธอด้วยความเย็นชาเหมือนที่มองคนอื่น แต่เขากลับนิ่งอึ้ง... ราวกับความทรงจำบางอย่างที่เขาพยายามลบมันทิ้งไป ได้ย้อนกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งในวินาทีที่ฉันกำลังจะได้คำตอบของความสัมพันธ์นี้
ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 8
ใครจะอดทนได้นานกว่ากัน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!