วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 7

เมื่อเด็กดื้อเริ่มโต้ตอบ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าพี่ทัพพ์ยังคิดว่าตัวเองเป็นผู้ล่าฝ่ายเดียว... ระวังวันนึงจะโดนเด็กอย่างฉันขย้ำจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกนะคะ" คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง ทว่าในความเป็นจริง... รินรดาไม่ได้เอ่ยมันออกมาเสียงดัง เธอเพียงแค่ส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษให้คนที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าเท่านั้น กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กและกลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากเสื้อช็อปสีกรมท่าของทัพพ์ลอยเข้าจมูก ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของเดือนคณะวิศวะกำลังก้มลงมามองเธอด้วยสายตาคาดไม่ถึง ห้องแล็บภาควิชาวัสดุกิจในยามเย็นเกือบจะร้างผู้คน มีเพียงแสงสีส้มสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ทัพพ์ชะالكฝีเท้าที่ตั้งใจจะเดินเข้ามาต้อนให้จนมุม ร่างสูงชะงักค้างไปเสี้ยววินาทีเมื่อพบว่าเหยื่อที่ควรจะวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก กลับเป็นฝ่ายก้าวสวนเข้ามาประชิดตัวเขาเสียเอง "กล้าดีนี่ตัวแสบ..." ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ นิ้วเรียวยาวที่เคยเคาะโต๊ะขู่เธอเมื่อครู่ตอนนี้ยกขึ้นคว้าขอบโต๊ะปฏิบัติการด้านหลังของรินรดา เป็นการกักขังเธอกลายๆ ด้วยสรีระที่ได้เปรียบกว่า "คิดว่าทำหน้าเหนือกว่าแล้วฉันจะกลัวเหรอ" "ใครบอกว่าฉันกลัวล่ะคะ" รินเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวั่นไหวเจือปนแม้แต่น้อย แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครงก็เถอะ เธอยกมือขึ้นกอดอก ทำท่าทางสบายใจเฉิบราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ใครๆ ในมหาลัยต่างก็เกรงกลัว "พี่ต่างหากที่กำลัง... รุกจนลนลาน" "ฉันเนี่ยนะลนลาน?" ทัพพ์เลิกคิ้วสูง ก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกเกือบจะชนกับหน้าผากมน ร่างกายแนบชิดขึ้นอีกนิดจนรินต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ "มองยังไงว่าลนลาน หืม? อยากพิสูจน์ไหมล่ะว่าฉันน่ะ... ลนลานหรือเปล่า" ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงคืบทำให้บรรยากาศในห้องแล็บเริ่มร้อนระอุขึ้นอย่างกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทัพพ์ตั้งใจจะใช้ความกดดันทางกายภาพนี้สยบความพยศของเด็กตรงหน้าเหมือนทุกที แต่เขากลับลืมไปว่า... รินรดาไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมจำนนอะไรง่ายๆ ในจังหวะที่ทัพพ์กำลังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อจะกดดันเธอด้วยสายตา รินไม่ถอยหลังหนีเหมือนทุกครั้ง แต่เธอกลับขยับตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว มือเล็กเอื้อมไปคว้าปกเสื้อช็อปของเขาไว้แน่นแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง! "อุ๊ย... มือลั่นค่ะ" น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มซุกซนที่ฉาบอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ทัพพ์ที่ไม่ได้ตั้งตัวเซถลาเข้าไปหาเธอตามแรงกระชาก ใบหน้าคมคายชะงักค้างเมื่อริมฝีปากของเขาเกือบจะแนบชิดกับแก้มใสของอีกฝ่าย หากเขาไม่เอามือยันขอบโต๊ะไว้เสียก่อน มีหวังได้จูบแก้มเธอไปจริงๆ แน่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปฏิกิริยาแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน ผู้หญิงทุกคนที่เข้าหาเขาล้วนแต่เขินอายหรือถอยหนี มีเพียงยัยเด็กปีหนึ่งคนนี้... ที่กล้าเล่นเกมสูงกับเขาแบบนี้! "ริน!" ทัพพ์กัดฟันกรอด เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความฮึดฮัด "เธอเล่นอะไรของเธอ" "อ้าว ก็พี่บอกว่าอยากพิสูจน์ไม่ใช่เหรอคะ?" รินเอียงคอถามด้วยท่าทางไร้เดียงสา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสะใจที่ได้เห็นคนปากเก๊กไปไม่เป็น "ฉันก็แค่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ไงคะ หรือว่า... พี่เองต่างหากที่เริ่มจะไปไม่เป็นซะเองแล้ว?" รอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากของหญิงสาวทำให้ทัพพ์รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยนวมนุ่มๆ ความรู้สึกท้าทายพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่า เขาไม่เคยแพ้ใคร... และไม่มีวันยอมแพ้ให้เด็กกะโปโลคนนี้เด็ดขาด ทัพพ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือที่ยันขอบโต๊ะเปลี่ยนเป็นเลื่อนมาจับข้อมือเล็กที่กำปกเสื้อเขาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่กักขังไม่ให้เธอขยับไปไหนได้ ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะถอยเหรอ หืม?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก ความใกล้ชิดนี้ทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวเขายิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก รินเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟกองใหญ่เข้าจริงๆ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาลูบไล้อยู่ที่ข้อมือเธอเบาๆ "เด็กดื้อ... ถ้าไม่อยากเจ็บตัว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" "ถ้าพี่คิดว่าแค่นี้จะทำให้ฉันกลัว... พี่ก็คงประเมินฉันต่ำไปค่ะ" รินเชิดหน้าสู้ แม้เสียงจะเริ่มสั่นนิดๆ ด้วยความประหม่าที่ถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างหนักหน่วง "ปล่อยได้แล้วค่ะ ฉันจะกลับบ้าน" "ยังกลับไม่ได้" ทัพพ์เสียงเข้ม ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเธอไปนิดเดียวเมื่อเขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิม "ในเมื่อเธอเป็นคนเปิดเกมนี้เอง ก็ต้องเล่นให้จบ... รินรดา" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในความเงียบงันและแรงดึงดูดประหลาด ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น หัวใจของรินเต้นรัวจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก เธอหลบตาลงต่ำโดยอัตโนมัติเมื่อความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วท้อง สัมผัสอุ่นจากมือของเขายังคงตรึงเธอไว้กับที่ ราวกับถูกมนต์สะกดที่ไม่ยอมให้ขยับเขยื้อน ในวินาทีที่ริมฝีปากของทัพพ์กำลังจะแตะลงบนขอบหน้าผากเพื่อสั่งสอนความดื้อรั้น... *แอ๊ดดดด—!* เสียงประตูห้องแล็บถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดของแทนคุณที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารเต็มมือ แววตากวนๆ ของเพื่อนสนิทพระเอกหยุดชะงักกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า "อุ๊ย โทษทีว่ะ กูไม่คิดว่ามึงกำลัง... ติวหนังสือกันแบบแนบชิดขนาดนี้" แทนคุณยิ้มกรุ่มกริ่ม ยกมือขึ้นปิดตาทั้งสองข้างอย่างจงใจกวนประสาท "เชิญพวกมึงต่อเลยนะ กูมาขัดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย?" ทัพพ์ผละตัวออกห่างจากรินทันที ใบหล่อเหลามีร่องรอยของความหงุดหงิดฉายชัดอย่างปิดไม่มิด เขาสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท "ไอ้แทน! มึงตาบอดหรือไงถึงไม่เคาะประตูก่อนเข้า!" รินอาศัยจังหวะชุลมุนนี้สะบัดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการของทัพพ์ เธอก้าวถอยหลังออกไปสามก้าว จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานหยดให้ทัพพ์เป็นครั้งสุดท้าย "ขอบคุณสำหรับการติวนอกรอบนะคะพี่ทัพพ์... ไว้โอกาสหน้าเรามา 'พิสูจน์' กันใหม่นะฃะคะ" พูดจบรินก็หมุนตัวเดินลิ่วออกจากห้องแล็บไปทันที ทิ้งให้ทัพพ์ยืนหน้าตึงอยู่กับที่ โดยมีแทนคุณยืนพิงกรอบประตูส่งเสียงแซวตามหลังไม่หยุด "โอho... โดนเด็กมันเอาคืนซะเสียทรงเลยนะมึงไอ้ทัพพ์!" ทัพพ์หันขวับไปมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายตาดุดانที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ในขณะเดียวกัน... มุมปากหยักลึกของเขากลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันสังเกตเห็น *ให้มันได้อย่างนี้สิ... ยัยตัวแสบ* อย่าลืมกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%