"ปากเก่งแบบนี้ ระวังเถอะ... จะไม่มีใครกล้าเอาไปทำพันธุ์นอกจากฉัน"
เสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่ากระซิบชิดใบหู รดรินด้วยลมหายใจร้อนผ่าวที่ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของรินรดาลุกเกรียว เธอเม้มปากแน่น พยายามเบี่ยงตัวหนีจากพันธนาการที่แน่นหนาของทัพพ์ที่ต้อนเธอจนมุมเข้ากับผนังห้องพักงานกิจกรรมที่ไร้ผู้คน
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ ถึงแม้ใจจะสั่นไหวจนแทบกระดอนออกมานอกอก แต่ความถือดีในฐานะเฟรชชี่สาวที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้เธอเลือกที่จะสวนกลับด้วยวาจาที่เฉือดเฉือนไม่แพ้กัน
"พูดดีๆ ไม่เป็นเหรอคะรุ่นพี่ทัพพ์ หรือว่านอกจากวิศวะแล้ว คณะเขาไม่ได้สอนเรื่องมารยาทพื้นฐานมาให้?"
ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้มีร่องรอยของความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยประกาย 'ล่า' ที่น่าขนลุก เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสถึงกลิ่นหอมสะอาดจางๆ จากกายสาวที่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มสั่นคลอน
"สอนสิ... แต่ฉันเก็บไว้ใช้กับคนพิเศษ ส่วนกับเด็กดื้ออย่างเธอ... ฉันชอบใช้วิธี 'ปราบ' มากกว่า"
คำว่า 'ปราบ' ของเขาไม่ได้มีแค่ความหมายในเชิงเปรียบเทียบ มันแฝงไปด้วยความปรารถนาที่เขาเองก็พยายามกดทับเอาไว้ สายตาของทัพพ์เลื่อนจากดวงตาคู่สวยลงมาที่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง มันเป็นภาพที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พลุ่งพล่าน เขาอยากจะปิดปากช่างเจรจานี่ด้วยวิธีของเขาเสียเหลือเกิน
รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเริ่มเบาบางลง มือเล็กของเธอวางทาบบนแผงอกแกร่งเพื่อดันตัวเขาออก แต่กลับพบว่ากล้ามเนื้อใต้เสื้อช็อปตัวหนานั้นแข็งแกร่งดั่งหินผา ทัพพ์ไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขากลับใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้น สั่งให้เธอต้องรับรู้ถึงความสั่นไหวในแววตาของเขาที่ไม่อาจหลบซ่อน
"ทำไมต้องมองแบบนั้นคะ?" เธอถามเสียงสั่น ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความหวั่นไหวที่ท่วมท้น
"มองเพื่อให้รู้ว่า... ฉันกำลังอดทนอยู่แค่ไหน" ทัพพ์ตอบเสียงแผ่ว สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราด แต่เป็นความลึกซึ้งที่ซ่อนเร้นจนน่ากลัว "ปากเธอมันร้าย แต่เชื่อไหมริน... ว่าทุกคำพูดของเธอ มันทำเอาฉันอยากจะทำลายความถือดีนั่นทิ้ง แล้วดูซิว่าถ้าฉันทำให้เธอร้องไม่ออก เธอจะยังปากเก่งได้อยู่ไหม"
รินรดานิ่งค้าง ใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอไม่เคยเจอใครที่รุกหนักและเปิดเผยถึงความรู้สึกดิบเถื่อนได้เท่าเขามาก่อน แม้เขาจะปากเสียและหยอกเย้าเธออย่างไม่เกรงใจ แต่น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเมื่อครู่กลับทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้น
ทัพพ์ค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ชิดกว่าเดิมอีกนิด ระยะห่างที่เหลืออยู่น้อยนิดนั้นแทบจะรวมลมหายใจของทั้งคู่ให้เป็นหนึ่งเดียว รินรดารู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกสะกดไว้ด้วยดวงตาคู่นั้น สายตาของเขามันพูดแทนทุกอย่าง... ทั้งความหงุดหงิด ความหมั่นเขี้ยว และความหลงใหลที่เขาพยายามปิดบังไว้ไม่มิด
ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะสัมผัสผิวเนียนที่ซอกคอของเธอ บรรยากาศแสนหวานและตึงเครียดกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดพร้อมเสียงหัวเราะร่าของแทนคุณ
"เฮ้ย! ไอ้ทัพพ์ มึงอยู่นี่เองเหรอวะ ประชุมใกล้เริ่มแล้ว... อ้าว!"
แทนคุณชะงักกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ประตูห้องพักกิจกรรมถูกเปิดค้างไว้ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมแทนที่บทสนทนาอันร้อนแรง รินรดารีบผลักอกทัพพ์ออกทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปถึงใบหู ก่อนจะรีบก้มหน้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินผ่านหน้าแทนคุณออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามอง
ทัพพ์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือของเขายังคงค้างอยู่ในอากาศ แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเย็นชาและวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดทันทีที่หันไปมองเพื่อนสนิทที่ทำลายจังหวะหัวใจของเขา
"มึงมาทำไมวะ ไอ้แทน" ทัพพ์กดเสียงต่ำ ถามสวนกลับด้วยความขุ่นมัวอย่างปิดไม่มิด
แทนคุณยกมือยอมแพ้พลางยิ้มกริ่ม "แหม... ก็เห็นมัวแต่ 'ปราบพยศ' อยู่เลยจะเข้ามาช่วยไงวะ แต่ดูทรงแล้ว... มึงน่าจะพ่ายแพ้ราบคาบมากกว่านะเพื่อน"
ทัพพ์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินกระแทกไหล่เพื่อนออกไป แต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงสัมผัสที่ค้างคาอยู่บนปลายนิ้ว... รอยแผลแห่งความหลงใหลที่เขากำลังจะฝากไว้ให้เธอ และดูเหมือนว่า 'เกม' นี้ เขาจะไม่ยอมให้มันจบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน
อย่าลืมกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" คนนี้ด้วยนะคะ!
วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 6
ไอ้คนปากเสีย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!