วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 12

คำท้าทายจากเพื่อน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“มึงกำลังกลัว... ทัพพ์” เสียงทุ้มต่ำของแทนคุณดังแทรกผ่านเสียงเพลงจังหวะหนักหน่วงภายในผับชื่อดังกลางย่านมหาวิทยาลัย กลิ่นแอลกอฮอล์ คละเคล้ากับควันบุหรี่จางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ แต่มันก็ยังไม่น่ารำคาญเท่าสายตาคมปลาบของเพื่อนสนิทที่มองตรงมายังเขาอย่างรู้ทัน ทัพพ์ตวัดสายตากลับไปทันที ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่กำลังถือแก้ววิสกี้ชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนจะกระแทกมันลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนั่นจนของเหลวสีอำพันกระฉول “พูดบ้าอะไรของมึง” ทัพพ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่าย ไม่มีรอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าหล่อเหลาเหมือนทุกที มีเพียงความหงุดหงิดพลุ่งพล่านที่เจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้ว่ามันมาจากไหน “กูพูดความจริง” แทนคุณหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก เขายกแก้วขึ้นจิบบلางยักคิ้วกวนประสาท “ถ้ามึงไม่ได้กลัว... ทำไมช่วงนี้ต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้น้องรหัสตัวเองแจ? ห๊ะ? เด็กวิศวะปีหนึ่งปากเกรียวคนนั้น... ชื่ออะไรนะ รินรดาใช่ป่ะ? คนที่กล้าต่อปากต่อคำกับเดือนคณะแบบมึงเนี่ยนะ” “น้องมันซุ่มซ่าม สร้างแต่เรื่อง กูในฐานะพี่รหัสก็แค่ไม่อยากให้มันทำคณะเสียชื่อเสียง” ทัพพ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบตึงแต่แฝงด้วยอาการร้อนรนอย่างปิดไม่มิด “อ๋อเหรอ... แค่ไม่อยากให้เสียชื่อคณะ?” แทนคุณลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อถือ “แล้วไอ้ท่าทีหวงก้างเวลาไอ้พวกคณะอื่นมันเดินมาหยอกล้อง่ะเรียกว่าอะไรวะ? สายตาที่มึงมองน้องเขามันไม่ใช่สายตาของพี่รหัสทั่วไปหรอกทัพพ์ มันคือสายตาของไอ้หมาบ้าที่กำลังหวงอาณาเขตชัดๆ” บรรยากาศรอบตัวเหมือนอุณหภูมิจะสูงขึ้นมาดื้อๆ ทัพพ์นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที คำพูดของแทนคุณจี้เข้าตรงจุดดำมืดในใจที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายสัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่รินรดาก้าวเข้ามาในชีวิตมหาวิทยาลัยของเขา เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดื้อรั้น ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และมีดวงตากลมโตที่จ้องมองเขากลับด้วยความท้าทายทุกครั้งที่เจอกัน เธอกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาปั่นป่วนระบบความคิดของเขาอย่างไร้เหตุผล จากความรำคาญในตอนแรก... มันแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชิน และตอนนี้... มันกำลังลาม เลียกลายเป็นความรู้สึกที่อันตรายเกินกว่าที่เขาจะควบคุม “กูไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น” ทัพพ์ปฏิเสธเสียงแข็ง แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเย็นชา “เด็กนั่นก็แค่... เด็กกะโหลกะกะลาคนหนึ่ง” “งั้นกล้าเดิมพันกับกูไหมล่ะ?” แทนคุณโน้มตัวไปข้างหน้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนสนิทราวกับต้องการกระชากหน้ากากที่ทัพพ์สวมไว้ออกให้หมด “เดิมพันอะไร?” ทัพพ์ถามเสียงห้วน “ถ้ามึงมั่นใจนักว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับน้องรหัสตัวเอง...” แทนคุณเว้นจังหวะ ปล่อยให้คำพูดแต่ละคำซึมซับเข้าสู่โสตประสาทของคนฟัง “กูขอท้าให้มึงจีบเด็กนั่น... ทำให้รินรดารักมึงหัวปักหัวปำ แล้วจากนั้นก็สลัดทิ้งซะ เหมือนที่มึงเคยทำกับคนอื่นๆ ถ้ามึงกล้าทำ... และไม่เผลอใจไปรักน้องเขาก่อน กูยกหุ้นสนามแข่งรถที่มึงอยากได้ให้ฟรีๆ ครึ่งหนึ่งเลยเอ้า!” เงียบกริบ... เสียงเพลงรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มปิดชั่วขณะ หัวใจของทัพพ์กระตุกวูบไปกับคำท้าทายนั้น ข้อเสนอของแทนคุณไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่มันคือการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของเสือผู้หญิงอย่างเขา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าข้อแลกเปลี่ยนนั้น... คือความกลัวลึกๆ ที่ตีรวนขึ้นมาในอก กลัวว่าตัวเองต่างหากที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับเกมนี้ ทัพพ์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ พยายามดึงความเย่อหยิ่งและมาดขยับขึ้นมาสวมทับความหวั่นไหว “หึ... คิดว่าวิธีตื้นๆ แค่นี้จะปั่นหัวกูได้เหรอวะแทนคุณ?” “ถ้ามั่นใจว่าไม่กลัว... งั้นก็รับคำท้าสิครับเพื่อนรัก” แทนคุณยื่นมือออกไปข้างหน้า รอการตกลง ทัพพ์มองมือของเพื่อนสนิทสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เขารู้ดีว่านี่คือหลุมพรางที่แทนคุณขุดล่อไว้ แต่ความหยิ่งทะนงในฐานะเดือนคณะวิศวะและเสือร้ายแห่งภาควิชาไม่ยอมให้เขาถอยหลัง “ได้... กูรับคำท้า” ทัพพ์ยื่นมือไปจับตกลงอย่างหนักแน่น แววตาดุดันฉายแววอันตราย “แล้วมึงจะได้เห็นว่าเด็กดื้อแบบนั้น... กูใช้เวลาไม่นานหรอกที่จะเขี่ยทิ้ง” แม้ปากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ลึกๆ ในอกซ้ายของทัพพ์กลับเต้นแรงผิดจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาปลุกเร้าให้เขารู้ตัวว่า... เขากกำลังก้าวเข้าสู่สนามรบที่อันตรายที่สุดในชีวิต และเดิมพันครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่หุ้นสนามแข่งรถ แต่มันคือหัวใจทั้งดวงของเขาเอง ... ทางด้านรินรดากำลังยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือยของคณะวิศวะด้วยใบหน้าบึ้งตึง ลมยามค่ำคืนพัดผ่านเส้นผมยาวสลวยจนปลิวไสว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความหงุดหงิดในใจเธอลดน้อยลงเลยสักนิด นัยน์ตากลมโตมองตรงไปยังลานจอดรถด้านล่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งค้างคาใจกับเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ไอ้รุ่นพี่บ้า... ทัพพ์! ปากร้าย ใจดำ แถมชอบทำตัวเผด็จการใส่เธออยู่เรื่อย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนเธอตามอารมณ์ไม่ทัน รินรดายกมือขึ้นกอดอกแน่นเมื่อนึกถึงสัมผัสอุ่นๆ ตอนที่เขาเข้ามาประชิดตัวเพื่อช่วยดึงอุปกรณ์ออกจากมือในห้องแล็บ สายตาคู่นั้นที่มองมามันเต็มไปด้วยความดุดันแต่ก็ซ่อนความห่วงใยไว้ลึกซึ้งจนเธอเกือบจะเผลอใจเต้นแรงใส่เขาซะแล้ว “ฮึ่ย! คิดอะไรวะเนี่ยยัยริน!” เธอสะบัดหัวแรงๆ เพื่อไล่ภาพใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มมุมปากของทัพพ์ออกไปจากหัว “คนอย่างอีตาทัพพ์นะ... ต่อให้หล่อลากดินแค่ไหน แต่นิสัยเสียแบบนั้น ต่อให้เหลือผู้ชายคนสุดท้ายบนโลกนี้ ชั้นก็ไม่มีวันไปชอบเขาเด็ดขาด!” “แน่ใจเหรอครับว่าไม่มีวันชอบ... เด็กดื้อ?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาสดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอหันขวับกลับไปมองทันทีด้วยความตกใจ เงาร่างสูงโปร่งของทัพพ์ก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาตึก แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายไฟบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนรินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “รุ่นพี่!... มายืนทำอะไรตรงนี้เนี่ย? แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่!” รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ ทางหนีถูกปิดตายเมื่อทัพพ์ยกมือขึ้นค้ำยันกำแพงทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างจงใจ ทัพพ์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือพวงแก้มกลม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเร่าร้อนและชวนใจสั่นขึ้นเป็นทวีคูณ “ได้ยินตั้งแต่ประโยคที่บอกว่า... ต่อให้เหลือผู้ชายคนสุดท้ายบนโลกนี้ ก็ไม่มีวันชอบฉันนั่นแหละ” ทัพพ์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้าย “ปากเก่งแบบนี้... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะรินรดา” “รุ่นพี่จะทำไม... ถอยไปนะ!” เธอพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่เขากลับยิ่งขยับเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตาคมกริบของทัพพ์มองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสที่ใกล้ชิดจนเกินงามทำให้สติของรินรดากระเจิงไปหมด เธอแทบหยุดหายใจเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังลอดริมฝีปากเขา “ลองเดิมพันกันดูไหมล่ะ... ว่าเธอจะทนความปากร้ายของฉันได้สักกี่น้ำ” ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%