วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 13

ปาร์ตี้วิศวะสุดเหวี่ยง

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงเบสกระแทกกระทั้นจนผนังห้องสี่เหลี่ยมคลับลับย่านมหาวิทยาลัยสะเทือนตามจังหวะ กลิ่นแอลกอฮอล์ ควันบุหรี่จาง ๆ และความร้อนระอุจากเรือนร่างนับร้อยที่เบียดเสียดกันอยู่กลางฟลอร์ ทำให้บรรยากาศในงานปาร์ตี้วิศวะคืนนี้อัดแน่นไปด้วยความดิบเถื่อนและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน รินรดากระดกวอดก้าผสมโซดาในแก้วทรงเตี้ยรวเดียวหมดเกลี้ยง รสชาติขมปร่าบาดคอแล่นพล่านตั้งแต่โคนลิ้นลงไปถึงหน้าอก แต่มันยังเทียบไม่ได้กับความหงุดหงิดที่สุมอยู่ในใจตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยัยตัวแสบแห่งปีหนึ่งสะบัดบ๊อบใส่กลุ่มเพื่อนรุ่นพี่ที่พยายามจะยื่นแก้วให้เธออีกรอบ ก่อนจะหัวعิกคักด้วยความมึนเมาที่เริ่มเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ "พอค่ะ! น้องรินไม่ได้เมา... แค่โลกมันเอียงนิดหน่อยเอง" รินรดาหัวเราะคิกคัก ปัดมือหนาของรุ่นพี่ปีสองที่พยายามจะถือวิสาสะโอบเอวเธอออกอย่างไม่ไว้หน้า "โหน้องริน ดื่มดุขนาดนี้ เดี๋ยวก็ได้หลับยาวแถวนี้หรอก หน้าแดงหมดแล้วนะเนี่ย มา... เดี๋ยวพี่พาไปนั่งพักโซฟาโซน VIP ดีกว่า" รุ่นพี่คนเดิมทำท่าจะเข้ามาประคอง แต่จังหวะนั้นเอง อุณหภูมิรอบตัวก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหันราวกับมีใครเปิดแอร์ติดลบสิบองศา พรึบ! มือปริศนาทรงพลังคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของรินรดาอย่างแรง แรงบีบนั้นไม่ถึงกับเจ็บแต่เด็ดขาดและทรงอำนาจจนเธอต้องนิหน้าด้วยความตกใจ ร่างบางถูกกระชากด้วยแรงเหวี่ยงที่ไม่รุนแรงเกินไปนัก แต่ก็ทำให้เธอเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และฟีโรโมนของผู้ชายอันตรายลอยเข้าแตะจมูกทันที รินรดาเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ เพื่อโฟกัสภาพตรงหน้า "อ๊ะ... ใครเนี่ย... อย่ามาจับนะ!" "ฤทธิ์เยอะนักนะรินรดา กล้าดียังไงถึงหนีมาเที่ยวผับเถื่อนแบบนี้คนเดียว" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธทำให้คนที่กำลังเมาได้ที่ถึงกับชะงัก ทัพพ์ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดเดรสสั้นเหนือเข่าที่ร่นขึ้นมาจนหมิ่นเหม่ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เส้นผมสีเข้มชื้นเหงื่อเล็กน้อยบ่งบอกว่าเขาคงรีบซิ่งมอเตอร์ไซค์คู่ใจฝ่าการจราจรมาที่นี่ด้วยความเร็วสูงแค่ไหน "อ้าว... พี่ทัพพ์..." รินรดายิ้มแป้น ปลายนิ้วเรียวจิ้มลงไปที่อกเสื้อของเขาอย่างถือดี "มาทำไมคะเนี่ย... หรือว่าคิดถึงน้องริน ถึงได้ตามมาถึงนี่ หืม?" ทัพพ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาปัดมือนุ่มที่กำลังจิ้มอกเขาอยู่ออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะตวาดเสียงเข้มใส่รุ่นพี่ปีสองที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ "ถอยไป!" "เอ่อ... พี่ทัพพ์ สวัสดีครับคือน้องเขาแค่..." "กูบอกให้ถอย!" ทัพพ์ไม่ได้สนใจจะฟังคำแก้ตัว สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องเขม็งจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดออกไปทันที ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับเดือนคณะวิศวะปีสามคนนี้หรอก ยิ่งในเวลาที่เขาอารมณ์ดาร์กและพร้อมจะระเบิดแบบนี้ด้วยแล้ว รินรดาหัวเราะคิกคักในลำคอ เธอพยายามจะบิดข้อมือตัวเองให้หลุดจากการพันธนาการ "ปล่อยนะเว้ย! ปาร์ตี้กำลังสนุกเลย พี่มีสิทธิ์อะไรมาลากฉันกลับวะ ปล่อย!" "มีสิทธิ์เป็นคนที่ต้องมาตามเช็ดก้นให้เธอยังไงล่ะ!" ทัพพ์หมดความอดทน เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป รวบเอวบางขึ้นพาดบ่าแกร่งทันทีท่าاصงกลางเสียงเพลงกระหึ่มและสายตานับร้อยคู่ที่หันมามอง "กรี๊ด!ไอ้พี่ทัพพ์บ้า! ปล่อยฉันนะโว้ย คนดูอยู่เต็มเลยนะ! ปล่อยสิฟะ!" รินรดาทุบกำปั้นลงบนแผ่นหลังกว้างไม่ยั้ง มือไม้ปัดป่ายสะบัดไปมาด้วยความตื่นตระหนกและอับอาย แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเด็กสาวที่เมาแอ๋จะสู้แรงของนักกีฬาฟุตบอลคณะวิศวะได้ ทัพพ์ก้าวเดินยาว ๆ ฝ่าฝูงชนออกไปที่ลานจอดรถด้านหลังคลับอย่างไม่สนใจเสียงโวยวายของยัยตัวแสบเลยแม้แต่น้อย ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวหน้า ทำให้รินรดารู้สึกมึนหัวหนักขึ้นไปอีก เธอนอนคว่ำอยู่บนบ่ากว้างจนเลือดไหลมาคั่งที่หน้าอก หน้ามืดตาลายไปหมด ทัพพ์เปิดประตูรถเก๋งคันหรูของตัวเอง แล้วโยนร่างบางลงไปที่เบาะข้างคนขับอย่างไม่ค่อยทะนุถนอมนัก รินรดาร้องอุทานเบา ๆ ด้วยความจุก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งหลักคลานหนี ทัพพ์ก็ตามเข้ามากักขังเธอไว้ด้วยการคร่อมทับบนเบาะแคบ ๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่ถมึงทึงอยู่ใกล้แค่คืบ จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้ม เขากดล็อกประตูรถด้วยรีโมท เสียงกริ๊กดังขึ้นพร้อม ๆ กับความกดดันในรถที่พุ่งสูงจนน่ากลัว "เล่นสนุกพอใจรึยัง?" ทัพพ์ถามเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงระเรื่อซึ่งตอนนี้เผยอขึ้นน้อย ๆ อย่างท้าทาย "ยัง! ฉันจะดื่มต่อ ใครใช้ให้มายุ่งเรื่องของฉันเล่า!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง แม้ตาจะเริ่มปรือปรี่เพราะพิษสุรา เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "พี่เป็นพ่อฉันรึไง ถึงต้องมาคอยตามคุม คอยสั่งห้ามโน่นห้ามี่! หลบไปเลยนะ ฉันจะกลับเข้าไปข้างใน!" ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "เออ... ไม่ได้เป็นพ่อโว้ย แต่เป็น 'ผัว' ในอนาคต... จำไม่ได้เหรอไงที่เธอเคยประกาศกร้าวไว้" "ไอ้... คนฉวยโอกาส! ใครจะไปเอาพี่เป็น..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายลับไปเมื่อทัพพ์ก้มลงปิดปากอิ่มที่เอาแต่เถียงไม่หยุดด้วยริมฝีปากของเขาเอง สัมผัสแรกเต็มไปด้วยความดุดัน ร้อนแรง และลงโทษเพื่อระบายความหงุดหงิดที่อัดAอั้นมาทั้งคืน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองที่มึนงงขาวโพลนไปหมด เธอพยายามทุบอกแกร่งและเบือนหน้าหนี แต่ทัพพ์กลับใช้มือข้างหนึ่งล็อกท้ายทอยเธอไว้มั่นไม่ให้ขยับหนี ขณะที่มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัว จุมพิตที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและทวีความวาบหวามขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเรียวลิ้นร้อนล้ำลึกเข้ามาตักตวงความหวานจากโพรงปากนุ่ม รินรดาครางอืออึงอยู่ในลำคอ ความต้านทานที่มีค่อย ๆ ละลายหายไปกับรสสัมผัสที่ทั้งเอาแต่ใจและแฝงไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ทัพพ์ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้คนใต้ร่างหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างน่าสงสาร ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำและเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "ถ้าดื้อกับฉันอีก... คราวหน้าฉันจะไม่จูบแค่นี้แน่" ทัพพ์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม สายตาร้อนแรงที่มองมาทำให้รินรดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวราวกับถูกไฟลวก แต่ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเคลิบเคลิ้มและข้ามเส้นความสัมพันธ์ ทัพพ์ก็ชะงักกึก สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นเงาดำของใครบางคนกำลังเดินตรงมาที่รถของเขาผ่านกระจกมองข้าง ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะกระจกดังขึ้นติดต่อกันสามครั้ง พร้อมกับใบหน้าของ 'แทนคุณ' เพื่อนสนิทตัวแสบที่ก้มลงมองผ่านกระจกเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทัพพ์สบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะมารยา รินรดาได้สติ เธอน้ำตาคลอเบ้าด้วยความอับอายและรีบผลักอกแกร่งให้ออกห่างทันที ทัพพ์จำใจต้องถอนตัวออกจากร่างบางอย่างหัวเสีย เขากดกระจกไฟฟ้าลงครึ่งหนึ่งด้วยใบหน้าหงุดหงิดสุดขีด "มีอะไรวะไอ้แทน?" ทัพพ์ตวาดถามเสียงแข็ง แทนคุณยักไหล่ ยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอโชว์ข้อความแชตกลุ่มคณะวิศวะให้ดู พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "เปล่าเว้ย... แค่จะมาบอกว่าไอ้พวกปีสองมันรวมหัวกันแทงบอลนอกรอบ และที่สำคัญ..." แทนคุณหันมามองรินรดาที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะอมยิ้ม "มีคนส่งรูปแกกับน้องรินตอนแบกขึ้นบ่าลงกลุ่มใหญ่เรียบร้อยแล้วว่ะเพื่อน ตอนนี้ทั้งคณะเขาลือกันสนั่นว่า... แกกำลังจะเปิดตัวเมียเด็ก!" ทัพพ์เบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าเด็กดื้อที่ตอนนี้อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดไม่แพ้กัน! --- ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%