วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 14

หวงแบบไม่มีเหตุผล

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าคิดว่าจะใส่เสื้อตัวนี้เดินออกไปให้ไอ้พวกวิศวะโยธาปีสองมันแทะโลมเล่น... ก็ลองก้าวขาออกจากห้องนี้ดูสิริน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนคุกกรามดังขึ้นทันทีที่ฉันหมุนตัวออกจากหน้ากระจก ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กยังคงพาดอยู่บนลาดไหล่กว้างของร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอน น้ำเสียงของเขามันไม่ใช่แค่การเตือนแต่มันคือประกาศิตที่พร้อมจะพังทุกอย่างให้ราบคาบถ้าฉันยังดื้อดึง ฉันก้มมองเสื้อเชิ้ตสีขาวโอเวอร์사이즈ที่ถูกดัดแปลงเป็นเดรสสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ปลายแขนเสื้อพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นข้อมือเรียวระח... มันก็แค่วับๆ แวมๆ ตามสไตล์เด็กแฟชั่นที่แอบแฝงตัวมางานปาร์ตี้เชื่อมสัมพันธ์ของคณะวิศวะ ไม่เห็นจะโป๊ตรงไหนเลยสักนิด "นี่มันงานปาร์ตี้คณะนะคะพี่ทัพพ์ จะให้รินใส่ชุดคลุมอาบน้ำเดินลงไปหรือไงคะ อีกอย่าง... ขาของริน รินก็ก้าวเอง ทำไมรินจะต้องกลัวสายตาใครด้วยล่ะคะ" ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบของคนตรงข้ามไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นสบู่ผสมน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะ ทัพพ์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงตาคมดุคู่นั้นจ้องมองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาคว้ากระดุมเม็ดบนสุดที่เปิดกว้างเกินความจำเป็นของฉันแล้วจัดการติดให้เรียบร้อยอย่างถือวิสาสะ "หวง" คำเดียวสั้นๆ แต่ทำเอาอุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน "คะ?" ฉันชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลคำพูดของคนตรงหน้าไม่ทัน "ฉันบอกว่าฉันหวง... จบไหม?" ทัพพ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าที่จงใจทิ้งร่องรอยความเย้ายวนไว้เบื้องหลังทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิทของตัวเองมาคลุมไหล่ฉันไว้จนมิดชิด "ใส่ซะ ห้ามถอดเด็ดขาดจนกว่าจะกลับขึ้นมาบนห้องนี้ เข้าใจที่พูดไหมเด็กดื้อ" เสียงเพลงจังหวะเร้าใจจากชั้นล่างลอยทะลุผนังขึ้นมาปลุกเร้าบรรยากาศ งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของโปรเจกต์ใหญ่ระหว่างภาควิชาเริ่มต้นขึ้นแล้ว เสียงหัวing เสียงแก้วกระทบกัน และเสียงพูดคุยจอแจดังระงมไปทั่วบริเวณลานกิจกรรมกลางแจ้งของตึกคณะ ทว่าบรรยากาศรอบตัวฉันในตอนนี้กลับมีเพียงแค่ออร่าความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งที่เดินกึ่งจูงกึ่งลากฉันลงมาจากตึก ทันทีที่เราก้าวเข้าสู่รัศมีแสงไฟสลัวของงาน สายตาหลายคู่ก็หันมาจับจ้องเป็นตาเดียว ไม่แปลกหรอกค่ะที่ทุกคนจะมอง... ก็เพราะทัพพ์ เดือนคณะวิศวะปีสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและเกลียดความวุ่นวาย ยอมเดินควงแขน (หรือพูดให้ถูกคือเดินคุมแจ) เด็กปีหนึ่งอย่างฉันลงมาปรากฏตัวท่ามกลางฝูงชนได้ นี่มันคือข่าวหน้าหนึ่งของเพจคณะชัดๆ "ไอ้ทัพพ์! ทางนี้เว้ย นึกว่าจะนอนตายอยู่บนห้องซะแล้ว" เสียงตะโกนทักทายของ 'แทนคุณ' เพื่อนสนิทตัวแสบดังขึ้นจากโต๊ะยาวมุมห้อง แทนคุณนั่งไขว่ห้างถือแก้วเครื่องดื่มในมือ สายตาเจ้าเล่ห์พราวระยับมองตรงมาที่เราสองคนด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มราวกับล่วงรู้ความลับบางอย่าง ฉันพยายามจะบิดข้อมือออกจากจากการเกาะกุมของร่างสูง แต่ทัพพ์กลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าฉันจะหลุดลอยหายไปไหน ทว่าในวินาทีที่เราเดินไปถึงโต๊ะ ความวุ่นวายย่อมๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อรุ่นพี่สาวสวยคนหนึ่ง—ดาวคณะบริหารที่ตามตื๊อทัพพ์มานาน—เดินเข้ามาประชิดตัวเขาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อย "พี่ทัพพ์คะ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว น้องรินด้วยเหรอคะแต่งตัวน่ารักจัง... มาค่ะ นั่งฝั่งนี้ดีกว่า เก้าอี้ทางโน้นมันอึดอัดนะ" พิมรดา รุ่นพี่ปีสตรีมือไวเอื้อมมือจะมาแตะแขนแกร่งของทัพพ์ แต่ทว่า... พรึบ! ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวของเธอจะทันได้สัมผัสเนื้อผ้า ทัพพ์กลับดึงฉันเข้าไปประชิดเอวสอบของเขาอย่างแรง จนร่างของฉันเซถลาไปแนบชิดกับอกแกร่ง มือหนาวางนิ่งสนิทอยู่บนเอวคอด กิริยาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งทำเอาคนทั้งโต๊ะถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ บรรยากาศรอบข้างที่เคยครื้นเครงพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น "ไม่ต้องครับ" ทัพพ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นเยียบจนน่าขนลุก "แฟนผมนั่งตรงไหนก็ได้... และผมก็ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของๆ ผมด้วย" คำว่า 'ของๆ ผม' กระแทกเข้าเต็มกลางอกฉันจนหัวใจกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ท่ามกลางเสียงฮือฮาแซวกันสนั่นโต๊ะของเพื่อนร่วมรุ่น แทนคุณกลับส่งยิ้มมุมปากมาให้ฉันพร้อมกับยกแก้วขึ้นชนราวกับจะบอกว่า *'ยอมรับความจริงได้สักทีนะไอ้เสือ'* ฉันเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ประกาศกร้าวต่อหน้าคนเป็นร้อย ดวงตาคมกริบของเขายังคงมองตรงไปข้างหน้าอย่างถือดี แต่หัวใจที่แนบชิดกันอยู่ตอนนี้มันกำลังเต้นโครมครามแข่งกับเสียงเพลงในงานอย่างชัดเจน ทว่าความเงียบสงบในแบบที่ทัพพ์ต้องการยังไม่ทันได้เริ่ม เมื่อจู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของแทนคุณก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันลับของมหาลัยที่ถูกส่งต่อกันวรเวิน... ภาพถ่ายใบเสร็จร้านทองแห่งหนึ่ง พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายฉันเย็นเฉียบ *“ยินดีด้วยกับว่าที่ลูกสะใภ้ตระกูลดัง... แต่ไม่รู้ว่าคุณแม่ของเดือนคณะเขาจะรู้หรือยังนะ ว่าเด็กที่ลูกชายควงอยู่ มีอดีตพัวพันกับคดีฉ้อโกงเงินบริจาค?”* ทัพพ์ชะงักกึก ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างขึ้น ก่อนที่นัยน์ตาคู่คมจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันราศีกุมภ์ที่พร้อมจะแผดเผาตึกคณะให้เป็นจุล เขาหันขวับมามองฉันที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายทันที ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%