วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 29

กำแพงที่ค่อยๆ พังทลาย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นอับชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และคราบสนิมเหล็กในห้องเก็บของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มันไม่ใช่บรรยากาศที่ชวนพิสมัยเอาเสียเลยสำหรับเฟรชชี่ปีหนึ่งอย่างรินรดา แต่ในสถานการณ์ที่ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกแรงลมกระแทกปิดตายจากด้านนอก พร้อมกับกลอนที่ขึ้นสนิมจนติดขัด ทำให้พื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ นี้กลายเป็นกรงขังชั่วคราวที่เธอกำลังติดอยู่กับผู้ชายที่เธอไม่อยากเข้าใกล้ที่สุดในสามโลก "ถอยไปไกลๆ หน่อยได้ไหมคะ รุ่นพี่ทัพพ์ คุณกินพื้นที่ไปครึ่งห้องแล้วนะ" รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเธอติดจะห้วนเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก ดวงตากลมโตตวัดมองร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีกรมท่าที่ยืนพิงชั้นวางอุปกรณ์ช่างอยู่ใกล้ๆ ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งเรียบ ทว่าแววตาพราวระยับที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ทำเอารินรดาต้องเบือนหน้าหนี "หึงพื้นที่เหรอ หรือกลัวว่าอยู่ใกล้ฉันมากๆ แล้วกำแพงที่เธอสร้างไว้มันจะพังลงมาล่ะเด็กดื้อ" ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ตามAนิสัยปากเสียของเขา แต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดมองรอยเปื้อนคราบเขม่าดินสอพองที่ติดอยู่บนแก้มเนียนใสของเธออย่างเผลอไผล ตั้งแต่เกิดเรื่องอุบัติเหตุในโรงงานเมื่อสัปดาห์ก่อนและการร่วมมือกันแก้โปรเจกต์เดือดจนผ่านพ้นมาได้ ทัพพ์สังเกตเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไป รินรดาลดความพยศลง ไม่ใช่เพราะเธอยอมแพ้ แต่เป็นเพราะความใส่ใจเงียบๆ ที่เขาแสดงออกโดยไม่ให้รู้ตัว มันเริ่มซึมซับเข้าไปในเกราะป้องกันทีละนิด... กำแพงที่เธอสร้างไว้เพื่อปิดกั้นหัวใจจากปมในอดีต กำลังมีรอยร้าว "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ฉันแค่รำคาญ" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง พยายามก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นเหล็กเสียงดังโคร้ง จนอุปกรณ์ช่างชิ้นเล็กๆ ร่วงหล่นลงมา พรึบ! ทัพพ์ขยับตัวรวดเร็วดุจเสือชีตาร์ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ขอบชั้นเหล็กเหนือศีรษะของเธอไว้ทันที ก่อนที่มันจะล้มลงมาทับร่างเล็ก ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มแดงระเรื่อของคนตัวเล็กที่ตอนนี้ถูกกักขังให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยสมบูรณ์ "ปากเก่งจังนะตัวแค่นี้... แต่ตัวสั่นเป็นลูกนกเลยนี่ริน" ทัพพ์กระซิบชิดริมหูกลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาทำเอารินรดาสติกระเจิง สมองอื้ออึงไปหมด "ปล่อยนะคะ..." เสียงของเธอบางเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความดื้อรั้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเอื้อมมาเกลี่ยรอยเปื้อนบนแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นอ่อนโยนจนน่ากลัว อ่อนโยนจนหัวใจที่ด้านชาของเธอรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "ถ้ารู้ว่าเจ็บ ทำไมถึงไม่ยอมพึ่งพาคนอื่นบ้างวะริน" ทัพพ์เปลี่ยนสรรพนาม น้ำเสียงดุดันเจือความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด "คิดว่าตัวเองเก่งนักรึไง ถึงต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว" รินรดานิ่งงัน ดวงตากลมโตไหวระริกยามสบเข้ากับดวงตาคมที่ฉายแววความจริงจัง ไม่มีคราบความเจ้าเล่ห์หรือความกวนประสาท มีเพียงความเวทนาและ... ความห่วงหาที่ส่งผ่านออกมาจากแววตานั้นอย่างชัดเจน คำพูดเชือดเฉือนที่เตรียมไว้กลืนหายลงคอไปหมดสิ้น ความเหนื่อยล้าจากการพยายามเข้มแข็งมาตลอดชีวิตทำให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ รินรดากัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำใสไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ทัพพ์มองอาการดื้อเงียบนั้นด้วยความรู้สึกที่บีบคั้นในอก เขาเกลียดน้ำตาของผู้หญิงที่สุด แต่ถ้าน้ำตานั้นมันจะช่วยพังทลายกำแพงบ้าๆ ที่เธอสร้างขึ้นระหว่างเขากับเธอล่ะก็... เขายอมเป็นคนใจร้ายที่บีบน้ำตาเธอก็ได้ มือหนาเลื่อนจากกรอบหน้าลงมาจับมือบางที่กำแน่นจนเลิกจิกเข้าหากัน นิ้วโป้งลูบหลังมือเนียนแผ่วเบา เป็นการปลอบโยนที่ดิบเถื่อนแต่นุ่มนวลในเวลาเดียวกัน "อยากร้องก็ร้องออกมา... ไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้ มีฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคน เธอจะพักบ้างก็ได้นะริน" คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคพังทลายเขื่อนกั้นน้ำตาที่รินรดากักเก็บไว้มานานหลายปี ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ถ่ายทอดความจริงใจทำให้หัวใจที่ด้านชาค่อยๆ ละลาย เธอยอมปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นครั้งแรกโดยไม่คิดจะปาดมันทิ้ง และวินาทีนั้นเอง... ทัพพ์ก็โน้มใบลงมาประทับริมฝีปากนุ่มลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ราวกับจะบอกว่า ต่อจากนี้จะไม่ยอมให้เธอต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว แอ๊ด... เสียงประตูห้องเก็บของถูกผลักเปิดออกกะทันหันพร้อมกับแสงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามา "ไอ้ทัพพ์! อาจารย์เรียกมึง... เฮ้ย! กูมาขัดจังหวะอะไรวะเนี่ย" เสียงทุ้มคุ้นหูของแทนคุณดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ยืนชะงักค้างอยู่ตรงหน้าประตูลานสายตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผลักอกทัพพ์ออกทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปถึงใบหู ขณะที่ทัพพ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนหัวเสีย ดวงตาคมตวัดมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาพิฆาตที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ "มึงมาเร็วจนน่าเอาตีนราดหน้าจริงๆ นะไอ้แทน" ทัพพ์คำรามลอดไรฟัน ขอฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเป็นกำลังใจให้ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%