วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 30

คำขอโทษที่จริงใจ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ของห้องซ่อมบำรุงตึกช็อปวิศวะ ทว่าสิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่ากลิ่นกาย คือแรงกดดันจากสายตาคู่คมที่มองตรงมายังรินรดาโดยไม่ยอมหลบเลี่ยงแม้แต่นวินาทีเดียว "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาแบบนั้นกับเธอในโรงอาหาร... ริน" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคำพูดกวนประสาทในยามปกติ บัดนี้กลับแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ทัพพ์กวาดสายตามองใบเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดีของคนตัวเล็กกว่า เขากลืนก้อนความอึดอัดลงคออย่างยากลำบาก ความอีโก้ที่ค้ำคอมาตลอดสามปีในฐานะเดือนคณะและพี่ว้ากตัวพ่อ ถูกขยُمขยี้จนยับยู่ยี่ด้วยสำนึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกตั้งแต่เมื่อคืน รินรดากอดอกแน่น รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ เธอแค่น้ำเสียงฮึ in throat ออกมาเบาๆ เป็นเชิงเย้ยหยัน "คำว่า 'ไม่ได้ตั้งใจ' ของพี่ทัพพ์เนี่ย มันใช้เป็นข้ออ้างได้กี่ครั้งคะ? หรือต้องรอให้ฉันโดนคนทั้งคณะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดีก่อน พี่ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไป?" "ริน..." "หยุดเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้นเถอะค่ะ" รินรดาตัดบท ปาดสายตากลมโตที่รื้นไปด้วยประกายความน้อยใจมองหน้าเขาตรงๆ "พี่เกลียดความวุ่นวาย พี่รำคาญที่คนอื่นเอาเรามาจับคู่กัน... พี่พูดเองไม่ใช่เหรอคะวันนั้น? แล้วทำไมตอนนี้ถึงต้องมาทำท่าทางเหมือนเดือดร้อนนักหนaล่ะ หรือแค่กลัวว่าภาพลักษณ์เพอร์เฟกต์ของพี่มันจะด่างพร้อยที่มีชื่อฉันไปเอี่ยวด้วย?" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเหมือนมีดกรีดลงบนใจของคนฟัง ทัพพ์ขบกรามแน่นจนสันกล้ามขึ้นเป็นนูนเด่น มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน เขาไม่ใช่คนปากหวาน และไม่เคยต้องก้มหัวขอโทษใครหน้าไหนตั้งแต่เกิด แต่ภาพรอยยิ้มจืดandแววตาไหววับของเด็กดื้อเมื่อวาน กลับตามหลอกหลอนเขาทั้งคืนจนข่มตาหลับไม่ลง ผู้ชายอย่างทัพพ์... ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ แต่ตอนนี้เขากลับยอมคุกเข่าทางความรู้สึกให้เด็กปีหนึ่งเพียงเพราะกลัวว่าจะเสียเธอไป "เออ! ฉันมันปากหมา!" ทัพพ์โพสต์เสียงกร้าวด้วยความอัดอั้น ก่อนจะก้าวประชิดตัวเข้าไปจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางอุปกรณ์ช่าง "ฉันมันทิฐิสูงจนน่ารำคาญอย่างที่เธอว่านั่นแหละ! แต่ที่ฉันหัวเสียจนต้องประชดเธอวันนั้น... เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอวะว่าเพราะอะไร!" รินรดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่ได้สบตากับประกายความร้อนรุ่มและจริงจังที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของการแก้ตัว แต่มันคือความอัดอั้นของคนที่ยอมแพ้ต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ "เพราะฉันเห็นไอ้แทนคุณมันยืนมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นไง" ทัพพ์ลดเสียงลงทุ้มต่ำ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใสเมื่อเขาก้มหน้าลงมาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง "เพราะฉันไม่อยากให้ใครหน้าไหนมายืนใกล้เธอในระยะที่ฉันควรจะยืน... เธอคิดว่าฉันหงุดหงิดเรื่องอะไรกันแน่ริน?" หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วจนน่ากลัว ความโกรธเคืองที่เคยสุมอกเมื่อครู่ถูกแผดเผาจนมลายหายไป เหลือเพียงความสั่นไหวที่แล่นพล่านไปตามปลายประสาท รินรดากลืนน้ำลายฝืดคอ พยายามตั้งกำแพงในใจให้สูงที่สุดเพื่อไม่ให้ตัวเองหลงกลไปกับคำพูดของผู้ชายอันตรายคนนี้ "พี่กำลังจะบอกว่า... ที่พี่ทำตัวแย่ใส่ฉันทั้งหมด เป็นเพราะหึงเหรอคะ?" เธอเค้นเสียงถาม แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก "ใช่!" ทัพพ์ตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดสักเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะสลักความจริงใจทั้งหมดลงไปในนั้น "ฉันหึง... หึงจนแทบคลั่งเวลาที่เธอไปยิ้มให้ไอ้เหี้ยนั่น หึงจนคุมตัวเองไม่ได้เวลาที่เธอทำเป็นเมินใส่ฉัน ทุเรศใช่ไหมล่ะ? ที่คนอย่างทัพพ์ต้องมาสารภาพอะไรแบบนี้" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเข and เธอชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ในห้องซ่อมบำรุงที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ รินรดาสบตากับเขา เนิ่นนานจนเหมือนเวลาหยุดเดิน ความรู้สึกมากมายตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งน้อยใจ ทั้งโกรธ และลึกๆ แล้ว... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจมันกำลังพองโตจนคับแน่น "ถ้าขอโทษแล้ว... เธอยหายโกรธฉันหรือยัง?" ทัพพ์ถามเสียงแผ่ว ความเย่อหยิ่งทระนงตัวหายเกลี้ยง เหลือเพียงความเว้าวอนที่ถูกส่งผ่านทางสายตา ซึ่งเป็นมุมที่ไม่มีใครเคยได้เห็นจากเดือนคณะวิศวะคนนี้มาก่อน รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น แสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความพ่ายแพ้บนใบหน้าของตัวเอง "ใครบอกว่าฉันหายโกรธกันล่ะคะ? คำขอโทษแค่นี้มันยังไม่พอกับความช้ำใจที่ฉันโดนหรอกนะ" มุมปากของทัพพ์กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ อย่างโล่งใจ เมื่อเห็นว่าท่าทีพยศของคนตัวเล็กเริ่มอ่อนยวบลงแล้ว มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะแตะเข้าที่กลุ่มผมนุ่ม แต่วินาทีนั้นเอง... *ปั้ง!* เสียงเปิดประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับร่างสูงของแทนคุณที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองที่ยืนชิดกันจนแทบจะสิงร่างในระยะประชิด ก่อนที่แทนคุณจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ "โอ๊ะ... ดูเหมือนกูจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันสินะ?" แทนคุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มเยาะ "พอดีอาจารย์เรียกมึงให้ไปเคลียร์เรื่องเอกสารโปรเจกต์ด่วนเลยว่ะไอ้ทัพพ์... ส่วนน้องริน... พี่มีเรื่องสำคัญกว่าจะคุยด้วยพอดี" ขอฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเป็นกำลังใจให้ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%