กลิ่นฉุนของกาวอีพ็อกซี่และสนิมเหล็กในห้องช็อปภาควิชาตอนตีสอง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดากระแทกสันหนังสือคู่มือออกแบบเครื่องกลลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เสียงดังปังจนเศษฝุ่นที่เกาะอยู่ตามมุมโต๊ะลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ เธอตวัดสายตามองคนตัวโตที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เหล็กด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพะเนียงไปด้วยประกายไฟแห่งความหงุดหงิด
"ถ้าพี่ทัพพ์จะมานั่งทำหน้าเป็นตู้เพลงเสียเสียแบบนี้... เอาเวลาไปนอนกอดหมอนข้างที่ห้องเถอะค่ะ งานโปรเจกต์ตัวนี้รินรับผิดชอบพาร์ทคำนวณโครงสร้างเองทั้งหมดแล้ว พี่ไม่ต้องมานั่งเป็นภาระทางสายตาให้เสียสมาธิหรอก"
ทัพพ์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยใส่คนทั้งคณะเวลานี้กลับระบายด้วยรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่รินรดาเกลียดนักเกลียดหนา เพราะมันมักจะมาพร้อมกับความกวนประสาทที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะเสมอ ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ภาระทางสายตาเหรอ? หึ... พูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำดีนี่ ยัยเด็กดื้อ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ทิ้งน้ำหนักลงบนมือทั้งสองข้างที่ค้ำขอบโต๊ะไว้โน้มตัวลงมาหาเธอจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว "จำไม่ได้หรือไงว่าอาจารย์สั่งว่านี่คือ *โปรเจกต์คู่* ไม่ใช่โปรเจกต์ฉายเดี่ยว แล้วอีกอย่าง... ใครกันแน่ที่เป็นคนดึงดันจะเอาโครงสร้างนี้ ทั้งที่รู้ว่ามันคำนวณยากิบชิบหาย?"
"ก็เพราะมันยากนี่แหละค่ะ คนสมองทึบถึงได้ตามไม่ทัน" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่คมสีเข้มของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาอยู่รอมร่อ "รินอุตส่าห์หาโมเดลที่ท้าทายที่สุดมาทำ เพื่อพิสูจน์ว่าเด็กปีหนึ่งไม่ได้มีดีแค่ปาก... แต่ถ้าพี่ทัพพ์กลัวว่าจะทำคะแนนออกมาได้น่าเกลียด ก็เชิญถอนชื่อออกไปได้เลยนะคะ รินไม่ถือ"
คำพูดท้าทายนั้นไม่ได้ทำให้ทัพพ์โกรธเลยสักนิด ตรงกันข้าม แววตาคมกริบของเดือนคณะวิศวะปีสามกลับไหววูบด้วยประกายความเอ็นดูระคนหมั่นไสว นิ้วเรียวหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาปรกแก้มใสของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารินรดาสะดุ้งเฮือก เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ปากเก่งแบบนี้... น่าจับมาตีให้ก้นลายชะมัด" ทัพพ์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนขนลุกซู่ "คิดเหรอว่าพี่จะยอมถอนชื่อ? แล้วปล่อยให้เธอมานั่งอดหลับอดนอนทำคนเดียวจนเป็นลมเป็นแล้งไปอีกรอบเหมือนอาทิตย์ก่อน... หึ ฝันไปเถอะรินรดา"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เสมอง องศาอื่นเพื่อหลบเลี่ยงสายตาที่ร้อนแรงเกินความจำเป็น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองเพล ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายเสียจนเธอต้องหาทางถอยร่นระยะห่าง "รินไม่ได้เป็นลมสักหน่อย แค่... แค่พักผ่อนน้อยเฉยๆ ค่ะ"
"เหรอ? งั้นไอ้การที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วล้มพับลงมาซบไหล่พี่เมื่อคืนก่อนนี่คืออาการของคนพักผ่อนน้อยว่างั้นเถอะ?" ทัพพ์ย้อนถามเสียงกวนประสาท พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้เสียจนแผ่นหลังของรินรดาแนบชิดติดกับชั้นวางอุปกรณ์ด้านหลัง เธอกลายเป็นคนถูกขังไว้ในอ้อมแขนของเขาโดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายความเป็นวิศวะทำเอาสติสตางค์ของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง
"พี่ทัพพ์... ถอยไปเลยนะ รินจะทำงานต่อแล้ว" มือบางพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ทัพพ์กลับนิ่งเฉยราวกับแผ่นปูนซีเมนต์ กล้ามเนื้อแน่นใต้เสื้อช็อปสีเข้มให้ความรู้สึกแข็งกร้าวและมั่นคงจนน่ากลัว
"ทำงานเหรอ? เอาสิ... พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าสมองปราดเปรื่องของเด็กปีหนึ่ง จะคิดหาทางออกยังไงกับจุดเชื่อมต่อเหล็กกล้าตรงนี้ ที่คำนวณยังไงค่าแรงเค้นมันก็เกินลิมิต" ทัพพ์เปลี่ยนเรื่องเข้าสู่โหมดจริงจังอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบก้มมองกระดาษร่างแบบแปลนบนโต๊ะ นิ้วมือเรียวยาวชี้ไปยังจุดวิกฤตของโครงสร้างที่รินรดานั่งกลุ้มมาทั้งวัน
รินรดาจำต้องดึงสติกลับมาที่งานตรงหน้า แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นไม่เป็นส่ำก็ตาม เธอก้มมองจุดที่เขากล่าวถึง ก่อนจะกัดริมฝีปากล่างด้วยความเครียด "รินลองปรับมุมองศาของคานรับน้ำหนักแล้วค่ะ แต่มันติดตรงที่ฐานยึดด้านล่างรับแรงบิดไม่ไหว ถ้าเพิ่มความหนาของแผ่นเหล็ก น้ำหนักรวมของโปรเจกต์ก็จะเกินโควตาที่อาจารย์กำหนดไว้ทันที กลายเป็นว่าตกม้าตายเพราะทำผิดกติกาเรื่องน้ำหนักอีก"
ทัพพ์เงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขการคำนวณนับร้อยบรรทัดด้วยความรวดเร็ว ความอัจฉริยะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีขี้เก๊กและแบดบอยทำให้เขาสามารถมองเห็นจุดบอดที่รินรดามองข้ามไปได้อย่างง่ายดาย
"เธอติดกับดักเรื่อง 'ความสม칭' ของโครงสร้างเกินไปริน" ทัพพ์เอ่ยขึ้นเรียบๆ พร้อมกับดึงดินสอในมือของหญิงสาวมาถือไว้เอง มือหนาเอื้อมผ่านร่างบางเพื่อเอื้อมไปวาดเส้นร่างเพิ่มเติมลงบนกระดาษ ระยะห่างที่แนบชิดจนหน้าอกของเธอเกือบจะแนบติดกับแขนแกร่งของเขา ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ถ้าเราเปลี่ยนจากการเชื่อมแบบยึดตายตัว มาเป็นระบบสลักเกลียวแบบยืดหยุ่นได้ล่ะ? มันจะช่วยกระจายแรงบิดออกไปด้านข้าง แทนที่จะทิ้งน้ำหนักลงมาที่จุดศูนย์กลางจุดเดียว"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อสมองประมวลผลตามคำแนะนำของเขา "เออ... จริงด้วย! ถ้าใช้สลักเกลียวเกรดไฮเทน (High-Tensile) สี่ตัวประกบ เราก็ไม่ต้องเพิ่มความหนาของแผ่นเหล็กเลย น้ำหนักรวมยังอยู่ในเกณฑ์แถมโครงสร้างยังยืดหยุ่นกว่าเดิมด้วย!"
รอยยิ้มดีใจผุดขึ้นบนใบหน้าหวานโดยไม่รู้ตัว เธอลืมตัวหันไปสบตาคนข้างกายที่โน้มหน้าเข้ามาใกล้พอดี ทำให้ปลายจมูกรั้นเฉียดผ่านแก้มสากของทัพพ์ไปอย่างเฉียดฉิว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนเกิดประกายไฟเงียบงันในอากาศ
เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ ทัพพ์ชะงักค้างไป ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดเจื้อยแจ้วเมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากลมโตที่ตอนนี้เบิกกว้างด้วยความตกใจ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องช็อปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าเบื่อหน่าย หากแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธ
"ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ทัพพ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อย่างสะกดจิต รินรดาร่างกายแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด เธอรู้ว่าควรจะผลักเขาออกไป แต่เรียวแขนกลับไร้เรี่ยวแรงจะขยับ ราวกับถูกมนต์สะกดจากแววตาคมคายคู่นั้นที่ฉายแววปรารถนาอย่างชัดเจน
ห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น... เปลือกตาของรินรดากำลังจะปิดลงเพื่อยอมจำนนต่อบรรยากาศที่หลอมละลายทุกความตั้งใจ
*แอ๊ด... เสียงประตูห้องช็อปเหล็กถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างกะทันหัน*
"ไอ้ทัพพ์! แย่แล้วเว้ย... ไอ้แทนมันพาคนจากภาควิชาอื่นมาที่โรงยิม บอกว่าจะมาท้าแข่งโปรเจกต์มินicar เร่งด่วน มึงต้อง..."
เสียงตะโกนโهاกฮากของเพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อเห็นภาพคนทั้งสองยืนชิดติดกันชนิดแทบจะสิงร่างอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้อง ทัพพ์ผละตัวออกอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดระคนหัวเสีย ขณะที่รินรดารีบถอยหลังกรูดหน้าแดงแจ๋ ซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวไว้ใต้เงาสลัวของกองเอกสาร
ขอฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเป็นกำลังใจให้ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 28
กิจกรรมกลุ่มที่เลี่ยงไม่ได้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!