วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ•ตอนที่ 27

บทเรียนจากความผิดพลาด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้าคิดว่าการซื้อกาแฟมาวางประจบแล้วรินจะใจอ่อน หกสิบบาทนี่เอาไปหยอดกระปุกซื้อความจริงใจยังจะมีค่าซะกว่านะคะพี่ทัพพ์" เสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนดังขึ้นทันทีที่ฉันผลักประตูห้องแล็บภาควิชาเปิดออก พร้อมกับกวาดสายตามองแก้วลาเต้เย็นที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะเขียนแบบอย่างจงใจ ร่างสูงของคนที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างอยู่ก่อนแล้วถึงกับชะงัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มคมคายฉายแววหงุดหงิดระคนจนใจอย่างปิดไม่มิด ทัพพ์ในชุดเสื้อช็อปสีเข้มที่พับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนสมส่วนขยับตัวเล็กน้อย เขากลืนก้อนความกรุ่นโกรธลงคอก่อนจะดันตัวตรงก้าวเข้ามาหาฉันด้วยระยะห่างที่บีบคั้นลมหายใจ "พี่ไม่ได้ประจบ ริน... พี่แค่อยากให้รู้ว่าพี่ไม่ได้ล้อเล่น" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยบ่งบอกถึงความอดทนที่ใกล้จะหมดลงทุกที "แต่ความเล่นๆ ของพี่เมื่อคืนมันทำให้รินเกือบหลุดไปจากจุดที่ยืนอยู่ไงคะ" ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาเราปะทะกันดุจกระแสไฟแรงสูงที่พร้อมจะช็อตทุกอย่างให้ไหม้เป็นจุล ไม่มีรอยยิ้มออดอ้อนเหมือนวันวาน มีเพียงกำแพงหนาทึบที่ฉันเพียรสร้างขึ้นเพื่อกั้นขวางความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน ย้อนกลับไปเมื่อคืนก่อน... เหตุการณ์ที่แทนคุณเข้ามาปั่นหัวและทำให้ความสัมพันธ์ของเราเกือบขาดสะบั้น ทัพพ์แสดงความหึงหวงออกมาอย่างดิบเถื่อนและตรงไปตรงมาตามสไตล์เดือนคณะวิศวะ แต่ปัญหาคือเขายังไม่ยอมเคลียร์ความชัดเจนกับอดีตที่รุงรังของตัวเองให้เรียบร้อย ฉันไม่ใช่ตัวเลือกในเกมความสัมพันธ์แบบที่ผู้ชายเจ้าชู้คนหนึ่งจะนึกอยากดึงเข้าหาหรือผลักไสไล่ส่งตามใจชอบ "เรื่องไอ้แทน... พี่บอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไร รินกำลังงี่เง่าเกินไปแล้วนะ" ทัพพ์ขมวดคิ้วแน่น สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความปากร้ายของเขาเริ่มทำงานเมื่อจนมุม แต่นั่นยิ่งทำให้ฉันแค่น้ำใสๆ ที่รื้นขึ้นมาในหน่วยตาถูกกดเก็บลงไปอย่างรวดเร็ว "งั้นเหรอคะ? ถ้างี่เง่าแล้วพี่จะตามตื้อคนงี่เง่าแบบรินทำไมล่ะคะ ทำไมไม่กลับไปหาคนที่เข้าใจพี่ทุกอย่างแบบคนเก่าของพี่ซะล่ะ!" คำพูดนั้นพ่นออกไปด้วยความน้อยใจที่สะสมมานาน ทัพพ์ชะงักไปทันที แววตาคมกริบไหววูบลงชั่วขณะ ก่อนที่ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีของเสือผู้หญิงจะกลับมาครอบงำ เขาเอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือฉันไว้ทันทีที่ฉันทำท่าจะหมุนตัวเดินหนี แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่พละกำลังที่เหนือกว่าทำให้ฉันต้องเซเข้าไปปะทะแผ่นอกกว้างของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความร้อนรุ่มเฉพาะตัวของวิศวะปีสามโชยเข้าแตะจมูก ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาจนชิด หน้าผากของเราแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากจนฉันต้องเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศด้วยการเต้นระรัวราวกับกลองเพล "อยากให้พี่เลิกยุ่งเหรอ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมฝีปากของเขา แววตาคู่นั้นไม่ได้ดุร้ายเหมือนก่อน แต่มันกลับลึกล้ำและเต็มไปด้วยความปรารถนาจนน่ากลัว "มองตาพี่แล้วพูดใหม่อีกทีซิ... ว่ารินไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด" ฉันสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วโป้งของเขาเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยไล้เบาๆ ที่พวงแก้ม ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก แรงดึงดูดระหว่างเรามันรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน ทว่าในหัวกลับมีภาพความผิดพลาดเมื่ออดีตคอยย้ำเตือนไม่ให้ฉันก้าวพลาดซ้ำสอง ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักอกเขาออกเต็มแรงจนร่างสูงถอยหลังไปสองก้าว "ใช่! รินไม่เคยรู้สึกอะไรกับคนเห็นแก่ตัวอย่างพี่เลย!" ฉันโกหกคำโต ทั้งที่น้ำตาเจ้ากรรมดันรื้นขอบตาจนมองเห็นหน้าเขาเริ่มพร่าเลือน ทัพพ์นิ่งงิ่งไป เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหัวเสีย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนา "ปากแข็งฉิบหาย..." เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะก้าวเข้าประชิดตัวฉันอีกครั้งด้วยความเร็วที่ตั้งตัวไม่ทัน มือใหญ่ข้างหนึ่งรวบเอวบางไว้แน่นตรึงไม่ให้ขยับหนี ส่วนอีกข้างประคองท้ายทอยฉันไว้มั่น ไม่เปิดโอกาสให้เบือนหน้าหนี "ถ้าไม่พูดความจริง... พี่จะลงโทษจนกว่ารินจะยอมรับว่าใจสั่นเพราะใคร" ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่อารมณ์โกรธ แต่มันคือความหิวกระหายที่จะกลืนกินตัวตนของฉันเข้าไปทั้งตัว ทัพพ์โน้มใบหน้าลงมาต่ำ ปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านแก้มเนียนไปชิดริมฝีปาก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านทำให้สติฉันเริ่มกระเจิดกระเจิง ลมหายใจขาดห้วงยามที่ริมฝีปากหยักได้รูปเคลื่อนเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุ *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูกระจกแล็บดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต "เฮ้ยไอ้ทัพพ์! อาจารย์เรียกมึงด่วนว่ะ บอกว่าโปรเจกต์มีปัญหา—" เสียงของแทนคุณที่ตะโกนแทรกเข้ามาหยุดทุกการเคลื่อนไหวในห้องลงทันที ทัพพ์ชะงักกึก ดวงตาคมตวัดมองเพื่อนสนิทด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที ขณะที่ฉันอาศัยจังหวะชุลมุนนี้สะบัดตัวหลุดจากอ้อมแขนแกร่ง ถอยร่นไปยืนหอบหายใจโยนอยู่ที่มุมโต๊ะทำงาน แทนคุณยืนอ้าปากค้าง กวาดสายตามองสภาพเราสองคนสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "อุ๊ย... กูมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย?" เกียร์เปื้อนกาวใจ ขอฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเป็นกำลังใจให้ในตอนต่อไปด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก ปราบพยศเด็กวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%