เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 26

จูบที่ไม่ได้วางแผน

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นฝนปะปนกับกลิ่นดินชื้นแฉะลอยอบอวลเข้ามาทางช่องหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดไม่สนิท เสียงฟ้าคำรามครั่นคร้ามดังสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง แต่เสียงฟ้าร้องเหล่านั้นยังไม่น่ากลัวเท่าเสียงหัวใจของรวิศที่กำลังเต้นโครมครามจนดังแข่งกับสายฝนที่กระหน่ำซัดลงมาใส่หลังคาเพิงพักคนงานชั่วคราวแห่งนี้ พื้นที่สี่เหลี่ยมคับแคบขนาดไม่ถึงสี่ตารางเมตร บัดนี้กลายเป็นห้องกักขังที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางอากาศจนแทบหายใจไม่ออก รวิศหลังชนกับผนังไม้ไม้อัดเก่าๆ จนไปไหนไม่รอด ขณะที่พยัคฆ์ซึ่งตัวโตกว่าเกือบเท่าตัวกำลังกักขังเขาไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งที่ยันกำแพงทั้งสองข้าง ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและมืดมนราวกับห้วงมหาสมุทรในคืนเดือนมืด คู่นั้นจ้องมองลงมาอย่างไม่คิดจะหลบสายตา "คุณถอยไปเลยนะพยัคฆ์ พื้นที่ตรงนี้มันแคบเกินไปแล้ว..." สถาปนิกหนุ่มพยายามเปล่งเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าปลายนิ้วที่กำชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวกลับฟ้องความจริงตรงกันข้าม "แคบตรงไหน ผมว่ากำลังพอดีต่างหาก" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้งทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของรวิศลุกชันขึ้นพร้อมเพรียงกัน "หรือว่าคุณกำลังกลัว... กลัวว่าตัวเองจะแพ้ใจให้กับคนดิบเถื่อนที่คุณคอยค่อนขอดมาตลอดอย่างผมกันแน่ล่ะ คุณรวิศ" "ตลกสิ้นดี ใครกลัวคุณ ทฤษฎีบ้าบออะไรของคุณเนี่ย ถอยออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ผมจะไปตรวจแบบแปลนต่อ..." รวิศเชิดหน้าขึ้นทำเป็นอวดดี ทั้งที่แผ่นหลังแนบติดกับแผ่นไม้เย็นเฉียบ ความถือดีและมานะบากบั่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเพอร์เฟกต์ชันนิสต์อย่างเขาไม่เคยยอมจำนนใครง่ายๆ แต่ปัญหาคือไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของหัวหน้าคุมงานหนุ่มมันช่างทรงพลังเสียจนสติสตั้นที่สะสมมาตลอดทั้งวันเริ่มกระเจิดกระเจิง พยัคฆ์ไม่ถอย เขากลับขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมจนหน้าผากเกือบจะชนกัน รวิศสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดของผู้ชายที่อยู่กลางแจ้งมาทั้งวัน มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนสะอิดสะเอียน แต่กลับเป็นความดิบเถื่อนที่มีเสน่ห์เหลือร้ายจนน่าโมโห "ปากเก่งนักนะ..." พยัคฆ์หัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ สายตาคมกวาดมองริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาประสานกับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "เวลาที่คุณเงียบแล้วน่ารักกว่าตอนพูดเยอะเลย รู้ตัวไหม" "ไอ้..." คำด่าทอที่เตรียมจะพ่นใส่หน้าถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อพยัคฆ์ตัดสินใจปิดกั้นบทสนทนาที่ไม่มีวันสิ้นสุดด้วยวิธีที่รวิศไม่เคยคาดคิดในชีวิต ริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับกลีบปากสีระเรื่ออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่มีจังหวะให้ตั้งตัว สัมผัสแรกคือความนุ่มหยุ่นที่เจือด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความโหยหาที่เจ้าตัวอาจไม่เคยยอมรับกับใคร รวิศเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจนึก มือที่เคยคิดจะผลักไสกลับหมดแรงดลใจ ปลายนิ้วชาหนึบไปหมด นี่ไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนตามแบบฉบับในนิยายรักน้ำเน่า แต่มันคือการปะทะกันของอารมณ์ที่สะสมมานานนับเดือน ความอึดอัด ความไม่เข้าใจ ความหงุดหงิดที่ต่างฝ่ายต่างฟาดฟันกันด้วยคำพูดเชือดเฉือน บัดนี้มันถูกหลอมรวมและระเบิดออกมาเป็นสัมผัสที่ร้อนแรงและลึกซึ้งท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดข้างนอก เมื่อตั้งสติได้ รวิศพยายามจะเบือนหน้าหนีและทุบกำปั้นลงบนลาดไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่พยัคฆ์กลับรู้ทัน มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาโอบประคองท้ายทอยบังคับให้อีกฝ่ายรับสัมผัสนี้ไว้อย่างจำยอม ส่วนมืออีกข้างรวบเอวสอบเข้าหาตัวจนช่องว่างระหว่างทั้งคู่สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แรงกดดันจากร่างกายที่แนบชิดทำให้ลมหายใจของรวิศขาดห้วง หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุตะ้นขั้วออกมาข้างนอก ความหวานล้ำที่แทรกซึมเข้ามาทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบรู้สึกราวกับสูญเสียการควบคุมไปชั่วขณะ ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่เรียกร้องให้อีกฝ่ายตอบรับ สัญชาตญาณดิบข้างในตัวรวิศเริ่มตื่นขึ้น มือที่เคยทุบไหล่เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของพยัคฆ์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เผลอเผยริมฝีปากให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้าไปตักตวงความหวานได้อย่างตามใจชอบ รสชาติของความสัมพันธ์ที่พลิกผันทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงความอุ่นร้อนและเสียงหอบหายใจที่ประสานกันในความมืดสลัว พยัคฆ์ถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้รวิศได้กอบโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองค้อนอย่างเอาเรื่องแต่ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิงริมฝีปากบวมเจ่อและแดงช้ำจากการถูกเอาเปรียบยิ่งทำให้ภาพตรงหน้าดูเย้ายวนใจเกินกว่าที่ผู้ชายคนไหนจะอดใจไหว พยัคฆ์จ้องมองผลงานของตัวเองด้วยสายตาพึงพอใจ นิ้วหยาบกร้านเกลี่ยไล้พวงแก้มร้อนผ่าวแผ่วเบา ราวกับต้องการสำรวจว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝัน "คุณ... มันบ้าไปแล้ว..." รวิศหอบหายใจถี่กระชั้น น้ำเสียงสั่นพร่าไม่เหลือมาFาดฟันแบบเมื่อครู่ "ใครอนุญาตให้คุณทำแบบนี้..." "ก็ปากของคุณมันน่ารำคาญ..." พยัคฆ์กระซิบตอบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกันอีกครั้ง "ผมก็เลยต้องหาทางปิดปากมันซะ..." ยังไม่ทันที่รวิศจะได้อ้างเหตุผลร้อยแปดประการมาโต้เถียงเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตัวเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน "หัวหน้าครับ! หัวหน้าพยัคฆ์อยู่ข้างในไหมครับ? แย่แล้วครับ ทางฝั่งกำแพงกันดินด้านทิศเหนือ น้ำฝนมันเซาะจนดินสไลด์ลงมาทับเครื่องมือช่างแล้วครับ!" เสียงตะโกนโกลาหลของลูกน้องคนงานดังแทรกผ่านเสียงฝนเข้ามา ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่เพิ่งก่อตัวขึ้นจนกระเจิง พยัคฆ์สบถออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ เขายอมละสายตาจากริมฝีปากที่ยังคงบวมช้ำของรวิศอย่างจำยอม ก่อนจะหันไปขานรับเสียงเรียกข้างนอก "เออ! รู้แล้ว เดี๋ยวฉันออกไปดูเดี๋ยวนี้!" พยัคฆ์หันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนพิงผนังด้วยสภาพหอบเหนื่อยและหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ เขายิ้มมุมปากด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่รวิศคุ้นเคยดี "เรายังคุยกันไม่จบนะ คุณรวิศ..." พยัคฆ์กระซิบข้างหูก่อนจะผละตัวออกไปเปิดประตูเตรียมเผชิญหน้ากับปัญหาหน้างาน รวิศยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งเขิน และทั้งหงุดหงิดตัวเองที่เผลอเคลิ้มไปกับจูบนั้นอย่างง่ายดาย ทว่าในวินาทีที่พยัคฆ์ผลักประตูเปิดออกเพื่อก้าวออกไปเผชิญกับสายฝน แสงไฟฉายสว่างวาบจากด้านนอกก็สาดส่องเข้ามาภายในห้องแคบๆ เผยให้เห็นร่างของใครอีกคนยืนขวางทางอยู่ตรงหน้าประตู สีหน้าของแขกยามวิกาลคนนั้นทำให้รอยยิ้มมุมปากของพยัคฆ์แข็งค้างไปในทันที ขณะที่รวิศถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นในยามวิกาลเช่นนี้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความสัมพันธ์ที่พร้อมระเบิดคู่นี้เสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%