เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 27

ความสับสนของหัวใจ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงปิดประตูห้องทำงานไม้สักอัดแน่นด้วยแรงเหวี่ยงพอเหมาะ มันไม่ได้ดังปังจนน่าเกลียด แต่หนักหน่วงพอจะประกาศให้คนที่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งเข้าใจตรงกันว่า ‘เส้นแบ่ง’ ถูกขีดขึ้นใหม่อีกครั้งแล้ว รวิศถอนหายใจยาวนาน มือเรียวที่เคยถือม้วนแบบแปลนสถาปัตยกรรมสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับ เขาปล่อยให้แผ่นหลังแนบชิดบานประตูเย็นเฉียบ หลับตาลงเพื่อขับไล่ภาพดวงตาคมกริบของพยัคฆ์ที่มองตรงมาในวินาทีสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะแยกย้าย มันคือความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เซฟเฮาส์หลังนี้กว้างขวางเกินไปในทันทีเมื่อไร้เงาของหัวหน้าคุมงานร่างสูงใหญ่ ทว่าความกว้างนั้นไม่ได้มอบอิสระ แต่มันกลับบีบอัดพื้นที่ในอกของสถาปนิกหนุ่มให้แคบลงทุกที รวิศเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังตัวเดิม—จุดที่พวกเขาเคยเถียงกันเรื่องคานรับน้ำหนักจนเกือบจะแนบชิดเกินความจำเป็น ปลายนิ้วเรียวแตะริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นร้อนจากสัมผัสเมื่อคืนก่อนยังหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ ราวกับรอยประทับที่ลบไม่ออกด้วยเหตุผลหรือตรรกะใดๆ ของความเป็นมืออาชีพ "บ้าที่สุด..." รวิศพึมพำกับความว่างเปล่า ขยبแว่นสายตาด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งพล่าน เขากำลังถอยห่าง... ใช่ พยัคฆ์เป็นฝ่ายเสนอให้แยกกันทำงานคนละโซนของไซต์งาน และตัวเขาเองก็ตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล มันควรจะเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการรักษาระยะห่างเพื่อทบทวนความรู้สึกบ้าๆ ที่กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะ แต่ทำไมความเงียบงันในห้องนี้ถึงได้ส่งเสียงดังรบกวนสมาธิของเขาได้มากกว่าเสียงเครื่องจักรกลหนักข้างนอกเสียอีก ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักคนงานอีกด้านหนึ่งของพื้นที่โครงการ พยัคฆ์กำลังใช้มีดคัตเตอร์กรีดกระดาษชานอ้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาดุดันจ้องมองแปลนโครงสร้างด้วยความว่างเปล่า เขากำลังหงุดหงิด หงุดหงิดตัวเองที่เผลอแสดงความอ่อนแอออกไปในแววตาคู่นั้น หงุดหงิดที่ไอ้ท่าทีเชิดใส่และคำพูดจิกกัดแสนฉลาดของสถาปนิกหน้าหวานคนนั้นดันกลายเป็นเสพติดที่เขาถอนตัวไม่ขึ้น "ถอยดีแล้ว... ต่างคนต่างอยู่ แบบนั้นแหละดีที่สุด" พยัคฆ์สบถเบาๆ กับตัวเอง โยนคัตเตอร์ลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังแกรก แต่ยิ่งพยายามบอกให้ตัวเองถอยห่าง ภาพรวิศที่ขมวดคิ้วเวลาตรวจงาน หรือเสียงบ่นกระปอดกระแปดเรื่องความไม่เรียบร้อยก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นในหัว สมองของไอ้เสือป่าอย่างเขาถูกรบกวนโดยสถาปนิกจอมจู้จี้คนนี้จนพังไม่เป็นท่า เขารู้สึกเหมือนคนเดินอยู่บนลวดสลิงที่ขึงตึงระหว่างความถูกต้องกับความต้องการลึกๆ ในใจ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการไม่ถูกชะตากำลังเปลี่ยนรูปเป็นบางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า—มันคือความผูกพันที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อหากมีใครจุดชนวน เวลาผ่านไปอย่างไร้ทิศทาง บ่ายแก่ๆ แสงแดดสีส้มจัดเริ่มสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของเซฟเฮาส์ รวิศตัดสินใจลุกขึ้นหยิบแท็บเล็ตเพื่อตรวจสต็อกวัสดุด้านนอก เขาไม่อุดอู้ในห้องนี้ต่ออีกแล้ว ขืนอยู่ต่อ สมองเขาคงได้ระเบิดก่อนที่งานโครงสร้างจะเสร็จแน่ๆ ร่างโปร่งในเสื้อเชิ้ตพับแขนเรียบร้อยก้าวเดินออกมาตามทางเดินไม้ทีคที่เชื่อมระหว่างอาคาร สายตากวาดมองความเรียบร้อยของหน้างานโดยอัตโนมัติ ความเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ทำให้เขาสังเกตเห็นความผิดปกติทันที—คานเหล็กรับน้ำหนักโซน B ถูกวางเหลื่อม2 เซนติเมตรจากจุดที่คำนวณไว้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความไม่พอใจ "ใครเป็นคนสั่งย้ายจุดวางคานนี้..." รวิศพึมพำด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน "ผมเองครับ" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหเภดังขึ้นจากด้านหลัง รวิศสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า พยัคฆ์ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความลังเลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม รวิศเชิดหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "คุณพยัคฆ์... ดูเหมือนคุณจะลืมอ่านหมายเหตุในหน้าสี่ของแบบแปลนนะครับว่าจุดนั้นรับแรงกดทับสูงสุด การเลื่อนแม้แต่มิลลิเมตรเดียวก็ทำให้โครงสร้างพังได้" "ผมรู้..." พยัคฆ์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นทีละก้าว ช้าๆ แต่หนักแน่น สร้างแรงกดดันรอบตัวจนรวิศต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "แต่ถ้าไม่เลื่อนตรงนั้น พื้นที่เดินสายไฟข้างใต้จะชนกับท่อประปาที่คุณออกแบบไว้พอดี... คุณต่างหากที่คำนวณระยะเผื่อพลาดน้อยเกินไป คุณรวิศ" รวิศเม้มปากแน่น ความจริงข้อนั้นทำให้เขาเถียงไม่ออก แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เขาต้องเชิดหน้าสวนกลับ "นั่นเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องแก้ปัญหา ไม่ใช่ให้คุณมาตัดสินใจเปลี่ยนหน้างานตามใจชอบ!" "แล้วทำไมไม่มาคุยกันดีๆ ล่ะครับ?" พยัคฆ์หยุดยืนประชิดตัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีเหลือ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นและบุคลิกดิบเถื่อนเฉพาะตัวพุ่งเข้าปะทะความรู้สึกของรวิศจนลมหายใจสะดุด "ทำไมต้องหนีหน้า ทำไมต้องทำเป็นมองไม่เห็นผม ทั้งที่ตลอดทั้งวัน... คุณก็คิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงคุณ" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจราวกับลูกศรที่ปักเข้าเป้าอย่างแม่นยำ รวิศเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความซึนที่เคยสร้างเป็นกำแพงสูงชันพังทลายลงในพริบตาเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่จริงจังจนน่ากลัวของอีกฝ่าย "ผมไม่ได้..." รวิศอ้าปากจะเถียง แต่เสียงกลับติดอยู่ที่ลำคอ พยัคฆ์ยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานหนักแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าของสถาปนิกหนุ่มอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ไร้การรุกรานแต่เต็มไปด้วยความโหยหาทำให้รวิศแข็งทื่อ ปลายลิ้นแห้งผาก สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดจิกกัดไม่ออกอีกต่อไป "อย่าดื้อกับผมเลยครับรวิศ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมฝีปาก "ผมถอยมาไกลเกินกว่าจะเดินกลับไปจุดเดิมแล้วนะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะ รวิศเงยหน้าขึ้นสบตา ก1พริบตาช้าๆ เพื่อซ่อนความหวั่นไหว แต่ทว่า— "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! ดิฉันไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะนะคะ!" เสียงแหลมสูงของพนักงานฝ่ายบัญชีสาวที่เดินถือแฟ้มเอกสารเลี้ยวโค้งเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ดังทะลุความเงียบขึ้นมาฉับพลัน รวิศสะดุ้งสุดตัว ผลักร่างหนาของพยัคฆ์ให้ออกห่างในเสี้ยววินาที ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีแดงจัดด้วยความตื่นตระหนก พยัคฆ์สบถเบาๆ ในลำคอกับจังหวะนรกที่เข้ามาขัดจังหวะพอเหมาะพอเจาะ หญิงสาวก้มหน้าก้มตาหลบสายตา ละล่ำละลักพูดรัวเร็ว "เอ่อ... คือบอสใหญ่... คุณกิตติธร สั่งให้ดิฉันมาตามคุณพยัคฆ์กับคุณรวิศไปพบที่ห้องประชุมด่วนค่ะ... ตอนนี้เลยค่ะ!" รวิศหันขวับไปมองหน้าพยัคฆ์ทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ดวงตาคู่คมของพยัคฆ์ฉายแววตึงเครียดขึ้นมาทันที กิตติธร... นักลงทุนรายใหญ่และเจ้าของโปรเจกต์ที่ไม่เคยปรากฏตัวที่ไซต์งานนี้ด้วยตัวเองเลยตั้งแต่เริ่มโครงการ! -------------------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความสัมพันธ์ที่พร้อมระเบิดคู่นี้เสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%