เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 21

จับโกงด้วยกัน

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"คุณพูดว่าอะไรนะ... พิพัฒน์อย่างนั้นเหรอ" เสียงของรวิศเบาหวิวราวกับลอยมาจากปลายฟ้า ร่างโปร่งในชุดสูทเนื้อดีนิ่งค้างอยู่กลางห้องทำงานแคบๆ ของเซฟเฮาส์ เอกสารในมือที่เพิ่งดึงออกมาจากแฟ้มลับร่วงหล่นลงสู่พื้นทีละแผ่นอย่างไร้ทิศทาง สายตาที่เคยคมกริบและเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับไหวระริกราวกับคนกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่พื้นดินกำลังพังทลาย พยัคฆ์ซึ่งยืนพิงกรอบประตูอยู่ไม่ห่าง ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาผิดปกติของคนตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโดยไม่รอให้รวิศได้ตั้งสตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียว ออกแรงบีบเบาๆ เพื่อเรียกสติ แต่นั่นกลับทำให้รวิศสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต "รวิศ ตั้งสติหน่อย หันมามองหน้าผม" พยัคฆ์เอเสียงต่ำ ดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความหงุดหงิด "ชื่อนี้มันทำไม คุณรู้จักไอ้สารเลวนี่เป็นการส่วนตัวสินะ ถึงได้หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้" "เขาไม่ใช่สารเลว... เขาคือคนที่เซ็นอนุมัติงบก้อนแรกให้ผมตอนที่บริษัทเกือบเจ๊ง" รวิศสูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "พิพัฒน์เป็นรุ่นพี่ที่คณะ เป็นคนที่ผมเคารพเหมือนพี่ชายแท้ๆ และที่สำคัญที่สุด... เขาถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับสองรองจากผม เป็นคนเดียวที่รู้รหัสผ่านตู้เซฟในห้องทำงานผมทุกซอกทุกมุม" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ทันที ไดอะล็อกระหว่างคนทั้งคู่หยุดชะงักลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง พยัคฆ์จ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังซีดเผือด ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่อศัตรูในเงามืดเปลี่ยนทิศทางมาเป็นการขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจแทน "หึ ไว้ใจนักใช่ไหม ไอ้พวกนักบริหารหน้าฉากสะอาดเอี่ยมเนี่ย มักจะซ่อนหางเน่าๆ ไว้ข้างหลังลึกที่สุด" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเลื่อนจากต้นแขนมาจับมือเรียวที่กำลังเย็นเฉียบขึ้นมากุมไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "จำคำผมไว้นะรวิศ คนประเภทนี้ไม่เคยทำอะไรคนเดียว มันต้องมีหลักฐาน มีเส้นทางการเงินที่สาวไปถึงตัวได้... และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกัน 'จับโกง' มันในคืนนี้" รวิศเงยหน้าขึ้นสบตากับหัวหน้าคุมงานร่างสูง ดวงตาคู่คมที่มักจะมองเขาด้วยความกวนประสาทและท้าทาย บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคงอย่างประหลาด ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แผ่ซ่านเข้ามาช่วยดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของสถาปนิกหนุ่มให้กลับเข้าที่เข้าทาง "คุณหมายความว่ายังไง... จะจับโกงเขายังไงในเมื่อหลักฐานที่เรามีตอนนี้มันเป็นแค่เอกสารปลอมแปลงโครงการก่อสร้าง" รวิศถามเสียงพร่า พยายามดึงมือตัวเองกลับแต่พยัคฆ์ไม่ยอมปล่อยแถมยังกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม "ก็ทำให้มันคิดว่ามันกำลังจะเป็นผู้ชนะไง" รอยยิ้มมุมปากของพยัคฆ์ปรากฏขึ้น พร้อมกับแววตาเจ้าเล่ห์ที่ทำเอารวิศใจเต้นรัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ "ในเมื่อมันส่งเอกสารปลอมมาตบตาเรา ทำไมเราไม่ใช้บัญชีลับของมันที่ซ่อนอยู่ในเซิร์ฟเวอร์สำรอง มาเป็นบ่วงรัดคอคอมันเองล่ะ? แต่เราต้องทำที่นี่... ตอนนี้ และคุณต้องเป็นคนกดรหัสเข้าระบบร่วมกับผม" รวิศกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างระหว่างเขากับพยัคฆ์ในตอนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดของผู้ชายตรงหน้าแผ่ซ่านเข้ามาปะปนกับอากาศ หัวใจของเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ผู้รักความสะอาดและระเบียบวินัยกำลังเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความกลัวเรื่องบริษัทจะล้มละลาย แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทานต่างหาก "คุณ... ขยับออกไปหน่อยได้ไหม พยัคฆ์ หน้าคุณมันใกล้เกินไปแล้วนะ" รวิศเอ่ยเสียงดุ กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการทำหน้าบึ้งตึงใส่ "ใกล้แค่นี้ทำเป็นบ่น ทีเวลาดื้อรั้นไม่ยอมฟังใคร คุณไม่เห็นคิดแบบนี้บ้างเลย" พยัคฆ์กระเซ้าเสียงนุ่ม แววตาดุๆ ฉายแววเอ็นดูกระจ่างชัด "เอาล่ะ เลิกเขินแล้วมาสนใจงานตรงหน้าได้แล้วคุณสถาปนิก ถ้างานนี้สำเร็จ ผมจะยอมให้คุณบ่นผมทั้งวันเลยเอ้า" รวิศค้อนให้วงใหญ่แต่ก็ยอมพยักหน้ารับ ร่างโปร่งหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะทำงานคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวรีบพิมพ์รหัสผ่านชุดยาวลงบนแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนลงบนใบหน้าตึงเครียด ทั้งสองคนยืนเบียดเสียดกันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว โดยที่พยัคฆ์โน้มตัวลงมาครอบงำพื้นที่ด้านหลัง คอยชี้แนะจุดที่ต้องเจาะระบบอย่างแนบชิด ผ่านไปสิบนาทีที่เต็มไปด้วยความกดดัน หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ปรากฏหน้าต่างไฟล์ลับที่ถูกเข้ารหัสไว้ถึงสามชั้น รวิศหันมาสบตากับพยัคฆ์ พยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณว่า 'พร้อมแล้ว' "เอาล่ะนะ... สาม สอง หนึ่ง" นิ้วเรียวกด Enter ลงไปพร้อมกับแรงกดดันมหาศาล ทว่า... แทนที่จะเป็นหน้าต่างข้อมูลบัญชีของพิพัฒน์ หน้าจอคอมพิวเตอร์กลับดับวูบลงสนิท กลายเป็นสีดำมืดสนิทพร้อมกับข้อความเตือนสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาแทนที่ *System Alert: Unauthorized Access Detected. Location Traced.* รวิศเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองพยัคฆ์ที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที "ชิบหายแล้ว... มันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด!" ยังไม่ทันที่พยัคฆ์จะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงฝ่าเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูเซฟเฮาส์ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่หนักแน่นและเยือกเย็นจนคนข้างในสันหลังวาบ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... "รวิศ... เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ พี่รู้ว่าเราอยู่ในนั้น" เสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักทายลอดผ่านบานประตูเข้ามา ทำเอารวิศนิ่งค้างไปอีกรอบ ชื่อของคนที่เขาเพิ่งพูดถึงเมื่อครู่กำลังยืนอยู่หน้าประตูเซฟเฮาส์ลับที่ควรจะไม่มีใครรู้พิกัดเด็ดขาด! พยัคฆ์ดึงตัวรวิศให้ถอยไปหลบหลังเสา พร้อมกับชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาจากเอวขึ้นมาปลดล็อกเซฟอย่างรวดเร็ว สายตาดุดันจ้องเขม็งไปที่บานประตูที่กำลังถูกบิดลูกบิดช้าๆ จากด้านนอก ...มันจบแล้ว ความลับถูกเปิดเผย หรือนี่คือจุดจบของเกมซ้อนกลกันแน่? --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดฟินและปมที่กำลังเข้มข้นถึงขีดสุด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%