เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 22

ความเชื่อใจ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารสัญญารีโนเวตบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นพอจะปลุกให้คนตายฟื้นขึ้นมาได้ รวิศไม่ได้สะดุ้ง เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สำนักงานตัวเดิม มองลอดกรอบแว่นสายตาไปยังชายหนุ่มร่างหนาที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง คราบปูนขาวและหยาดเหงื่อจากการลุยหน้างานเมื่อช่วงบ่ายยังคงเกาะอยู่ตามไรผมของพยัคฆ์ แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าดวงตาดุดันที่กำลังจ้องเขม็งราวกับอยากจะกินหัวสถาปนิกจอมเนียบคนนี้เข้าไปทั้งตัว "คุณบ้าไปแล้วหรือไง รวิศ" พยัคฆ์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด "เซ็นอนุมัติงบก้อนนี้ไป ทั้งที่ฐานรากโซน B ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความหนาแน่นเนี่ยนะ? ถ้าตึกมันทรุดลงมาใครจะรับผิดชอบ คุณหรือผม!" "ผมรับผิดชอบเองครับ" รวิศตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นประสานกันไว้บนตัก มองสบตาอีกฝ่ายกลับไปตรงๆ "ถ้าคุณกล้าพอที่จะเดิมพันกับผม" ห้องทำงานชั่วคราวแคบๆ ขนาดสามคูณสี่เมตรในไซต์งานอบอ้าวไปด้วยไอความร้อนจากภายนอก แต่บรรยากาศข้างในกลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก ทั้งสองคนติดอยู่ในพื้นที่จำกัดนี้มานานกว่าสัปดาห์ท่ามกลางความเห็นที่ไม่เคยตรงกันสักเรื่องเดียว คนหนึ่งคือหัวหน้าคุมงานสายลุยที่เชื่อมั่นในประสบการณ์หน้างานมากกว่ากระดาษคำนวณ ส่วนอีกคนคือสถาปนิกเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ผู้ยึดมั่นในดีไซน์และเวลา แต่ในวินาทีนี้... กำแพงความไม่กินเส้นของพวกเขากลับสั่นคลอนด้วยเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุด พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนรวิศต้องเงยหน้าขึ้นมอง สัมผัสได้ถึงความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย "เดิมพันเหรอ? ชีวิตคนงานนับชีวิตบนตึกนี้ ไม่ใช่เรื่องเอามาเล่นสนุกในคาสิโนนะคุณรวิศ ทำไมจู่ๆ ถึงยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ ทั้งที่คุณหวงความถูกต้องยิ่งกว่าไข่ในหิน" รวิศนิ่งเงไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจ เขาจะบอกพยัคฆ์ได้ยังไงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา สายตาที่คอยสังเกตทุกย่างก้าวของหัวหน้าคุมงานคนนี้ ทำให้เขามั่นใจในฝีมือและความรับผิดชอบที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทางดิบเถื่อนนั้น มากกว่าตัวเลขบนกระดาษเสียอีก "เพราะผมเชื่อใจคุณครับ" คำพูดนั้นหลุดออกจากปากของรวิศด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างประหลาด ประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาพยัคฆ์ชะงักงัน ลมหายใจของหัวหน้าคุมงานกระตุกวูบ ดวงตาที่เคยฉายแววเกรี้ยวกราดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่คาดคิด "คุณ... ว่าไงนะ?" พยัคฆ์ทวนคำ ราวกับไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า "ผมบอกว่าผมเชื่อใจฝีมือของคุณ พยัคฆ์" รวิศถอดแว่นสายตาออก วางมันลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ช่วงไหล่ แต่วาระและแววตาของสถาปนิกหนุ่มกลับทรงพลังจนพยัคฆ์ต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปครึ่งก้าว "ผมตรวจสเปกเหล็กและโครงสร้างคร่าวๆหมดแล้ว มันผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ถ้าจะให้รอเอกสารราชการอนุมัติ เราจะเสียเวลาอีกสามสัปดาห์ ซึ่งหมายถึงค่าปรับมหาศาลที่คุณกังวลอยู่ไม่ใช่เหรอครับ" พยัคฆ์เม้มริมฝีปากแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความโล่งใจ แต่มันคือความหนักอึ้งของความรับผิดชอบที่ถูกโยนใส่บ่าอย่างกะทันหัน โดยคนที่เขาเคยคิดว่าเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด "คุณมันบ้าจริงๆ รวิศ" พยัคฆ์สบถออกมาเบาๆ แต่แววตาดุดันกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "เอาหัวตัวเองมาแขวนไว้บนเส้นด้ายกับคนอย่างผมเนี่ยนะ รู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่" "ผมรู้ดีที่สุดครับ" รวิศก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน ไดอะล็อกและการปะทะฝีปากที่เคยเผ็ดร้อน แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ "ผมเดิมพันทุกอย่าง... รวมทั้งชื่อเสียงของผมไว้ที่คุณแล้ว พยัคฆ์" หัวหน้าคุมงานหนุ่มนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รักดี กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และฝุ่นละอองจากหน้างาน กลายเป็นความใกล้ชิดที่อันตรายยิ่งกว่าโครงสร้างตึกถล่ม พยัคฆ์จ้องมองริมฝีปากที่มักจะเอ่ยคำพูดกัดจิกเขาอยู่เสมอ บัดนี้กลับคลี่3ยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก รอยยิ้มที่ทำเอาสติสัมปชัญญะของชายชาตรีสะดุดกึก มือหนาของพยัคฆ์เผลอยื่นออกไป หมายจะคว้าจับไหล่บางของอีกฝ่ายเพื่อดึงเข้ามาคาดคั้นให้รู้เรื่อง แต่ทว่า— *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยการผลักบานประตูไม้เปิดออกผางโดยไม่รอให้อذنอนุญาต ร่างของวิศวกรอาวุโสประจำโครงการก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าซีดเผือดและโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นเทา "คุณรวิศ! คุณพยัคฆ์!แย่แล้วครับ... เกิดเรื่องใหญ่ที่โซน C แล้วครับ!" ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต รวิศขมวดคิ้วมุ่นหันไปมองผู้มาใหม่ทันทีด้วยสัญชาตญาณนักออกแบบ "เกิดอะไรขึ้น?" วิศวกรหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรวิศและพยัคฆ์เย็นเฉียบลงพร้อมกัน "คนงานขุดเจอ 'บางอย่าง' ใต้ดิน... โครงสร้างโบราณที่ไม่ได้อยู่ในแปลนก่อสร้างครับ และตอนนี้... ท่านประธานบริษัทกำลังเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุนกันมาตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%