เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 23

เมื่อความลับเปิดเผย

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
แสงไฟฉายคาดหัวของพยัคฆ์สาดส่องตัดความมืดมิดใต้พื้นดินลึกสามเมตร ความชื้นและกลิ่นดินเก่าแก่อบลำจนแทบหายใจไม่ออก แต่สิ่งที่ตรึงสายตาทั้งคู่ไว้ไม่ใช่โครงสร้างอิฐมอญโบราณที่ถูกขุดพบโดยบังเอิญ หากแต่เป็นร่องรอยการก่ออิฐถือปูนที่คุ้นตาอย่างไร้เหตุผล รวิศย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางแตะผิวอิฐที่เย็นเฉียบ ดวงตาดอกไม้ไหวระริกด้วยสัญชาตญาณของสถาปนิกผู้ตรวจแบบมานับร้อยโปรเจกต์ "ไม่ใช่โครงสร้างสมัยอยุธยา หรือแม้แต่รัตนโกสินทร์ตอนต้น..." เสียงของรวิศแหบพร่าเล็กน้อยในความเงียบ "รอยปูนแบบนี้... และอิฐบล็อกบล็อกนี้ มันถูกสร้างขึ้นเมื่อไม่ถึงสามสิบปีที่แล้ว พยัคฆ์... นี่คือห้องใต้ดินลับ" พยัคฆ์ยืนค้ำร่างสูงใหญ่ในความมืด สีหน้าของหัวหน้าคุมงานดิบเถื่อนคนนี้เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กรามหนาขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกริบมองผนังอิฐตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่รวิศอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความตกใจ... แต่มันคือความโกรธแค้นผสมความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพร้อมกับซากอิฐเหล่านี้ "คุณรู้ใช่ไหม ว่ามันคืออะไร" รวิศหันกลับมามอง ดวงตาสองคู่ประสานกันในแสงไฟฉายที่สั่นไหว พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบต่ำและเต็มไปด้วยความหยันเยาะตัวเอง "หึ... รู้สิครับ จะไม่รู้ได้ยังไง ในเมื่อที่นี่... มันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตผมพังไม่เป็นท่าเมื่อสิบปีก่อน" รวิศชะงักไป ความตั้งใจที่จะซักไซ้ด้วยเหตุผลทางวิชาการมลายหายสิ้นเมื่อเห็นแววตาไหววูบในดวงตาของชายหนุ่มร่างหนา ปากที่มักจะเตรียมหาคำพูดจิกกัดถูกปิดสนิท รวิศขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ออกมาท่ามกลางความเย็นยะเยือกใต้ดิน "ถ้ามันลำบากที่จะพูด..." รวิศเอ่ยเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายเสียงมีความลังเลที่ปกติไม่เคยเกิดขึ้นกับสถาปนิกหนุ่มผู้มั่นใจในตัวเอง "ก็ไม่ต้องเล่า... ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดที่จะบังคับเรื่องส่วนตัวของใคร" "แต่คุณอยากรู้" พยัคฆ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงดุดันแต่สั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มจ้องมองรวิศราวกับจะกลืนกิน "แววตาของคุณตอนนี้... มันฟ้องว่าคุณอยากรู้อยากเห็นยิ่งกว่าแบบแปลนก่อสร้างตึกระฟ้าเสียอีก รวิศ" รวิศเม้มปากแน่น ไม่ยอมหลบสายตา "ผมเป็นสถาปนิก พื้นที่ทุกตารางเมตรมีความหมาย และถ้ามันมีผลกับความปลอดภัยของไซต์งานนี้ ผมมีสิทธิ์ที่จะรู้" "ข้ออ้าง..." พยัคฆ์ก้าวเข้ามาประชิดตัว บังคับให้รวิศต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังอิฐโบราณเย็นเฉียบ กลิ่นฝุ่นดินผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ และบุหรี่คละคลุ้งในระยะประชิดทำให้หัวใจของรวิศเต้นผิดจังหวะ พื้นที่แคบๆ ใต้ดินแห่งนี้บีบอัดจนทั้งคู่แทบจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน "คุณแค่เป็นห่วงผม... ยอมรับความจริงเถอะน่า คุณรวิศ" "ผมไม่ได้..." "ที่นี่... เคยเป็นบ้านพักตากอากาศเก่าของครอบครัวผม" พยัคฆ์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ดวงตาคมเบนกลับไปมองผนังอิฐสีแดงก่ำ "ก่อนที่มันจะถูกทุบทำลายเพื่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมหรูที่คุณกำลังออกแบบอยู่ตอนนี้... และใต้ห้องใต้ดินนี้ คือที่ที่พ่อผมซ่อนความลับเน่าเฟะเอาไว้ ความลับที่ทำลายแม่ผม และทำลายอนาคตของผมจนไม่เหลือชิ้นดี" รวิศเบิกตากว้าง ความหนาแน่นของบรรยากาศทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก ปมในอดีตที่พยัคฆ์เก็บงำไว้ภายใต้ท่าทางดิบเถื่อนและกวนประสาท ถูกเปิดเผยออกมาในสถานที่และเวลาที่ไม่น่าเชื่อ มือเรียวที่สวมถุงมือยางค่อยๆ ลดลงข้างลำตัว ความรู้สึกต่อต้านที่มีต่อหัวหน้าคุมงานคนนี้มลายหายไป เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ตีรวนขึ้นมาจุกที่อก "คุณ... พยัคฆ์..." "ผมเกลียดที่นี่ เกลียดคนรวยที่คิดจะเหยียบย่ำทุกอย่างด้วยเงินตรา..." พยัคฆ์ก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูของรวิศจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "แต่พอมีคุณเข้ามาในไซต์งานนี้... ผมกลับเกลียดความจริงข้อนั้นไม่ลงเลยสักวัน" คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาท่ามกลางความอับทึบของห้องใต้ดินทำให้รวิศสมองอื้ออึง เขารู้สึกถึงปลายนิ้วหยาบกร้านของพยัคฆ์ที่เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ข้างแก้ม ลูบไล้อย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเขาจะแตกสลาย เคมีระหว่างคนสองคนที่ปะทะกันมาตลอดพลิกผันกลายเป็นความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว รวิศเงยหน้าขึ้น สบตากับพยัคฆ์ในความมืด หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงหยดน้ำที่ซึมผ่านผนังดิน มือเรียวขยับขึ้นหมายจะผลักไสแต่กลับกลายเป็นคว้าเสื้อช็อปของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "คุณพูดบ้าอะไร... ตอนนี้ไม่ใช่เวลามา..." "ผมไม่ได้บ้า..." พยัคฆ์ประกบใบหน้าเข้าหา รัศมีอันตรายและความดุดันหลอมรวมกับความโหยหาอย่างชัดเจน "ผมพูดความจริง... และถ้าท่านประธานที่กำลังเดินทางมาถึงข้างบนนั้นรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่..." *กริ๊ก! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ดังสะท้อนก้องลงมาจากบันไดเหล็กชั่วคราวเบื้องบน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ* "เฮ้ย! ใครอยู่ข้างล่างนั่น! เปิดไฟสิวะ!" เสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นเสียงของ "ท่านประธาน" ผู้ทรงอิทธิพลที่เดินทางมาตรวจไซต์งานกะทันหัน และกำลังก้าวเท้าเดินตรงดิ่งมายังปากทางเข้าห้องใต้ดินแห่งนี้โดยที่ไม่มีใครคาดคิด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%