เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 17

ขีดจำกัดของความอดทน

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
*แกร๊ก...* ลูกบิดประตูเซฟเฮาส์ถูกหมุนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของรวิศที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มงานเอกสารหนาปึึกในมือ สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์บึ้งตึงจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้ แว่นสายตาไร้กรอบถูกดันขึ้นด้วยปลายนิ้วอย่างแรง เป็นภาษากายที่บอกชัดเจนว่าความอดทนของเขาเดินทางมาถึงขีดจำกัดขั้นสุดแล้วจริงๆ และคนที่ยืนรออยู่กลางห้องอย่างพยัคฆ์ หัวหน้าคุมงานร่างหนาก็ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของเขาสงบลงเลยแม้แต่น้อย กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่จำกัดของเซฟเฮาส์ รวิศกวาดสายตาคมกริบมองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแปลนก่อสร้างกระจัดกระจาย แก้วกาแฟที่วางระเกะระระกะ และตัวต้นเหตุที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางสบายอารมณ์จนน่าหมั่นไส้ "คุณพยัคฆ์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงที่เย็นยะเยือกจนน่ากลัว "นี่คือแผนงานที่คุณแก้มาใหม่รอบที่สามแล้วอย่างนั้นเหรอครับ หรือว่าคุณเอาสมองส่วนไหนคิดว่าโครงสร้างรับน้ำหนักแบบนี้มันจะผ่านการตรวจสอบจากวิศวกรได้" พยัคฆ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาดิบเถื่อนมองสถาปนิกตัวแสบที่กำลังยืนหายใจเข้าออกแรงๆ ด้วยความโกรธ เขายืดตัวตรงแล้วเดินเข้าประชิดรวิศทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "คุณรวิศครับ ใจเย็นๆ ก่อนไหม หน้าตึงเป็นตูดแบบนั้น เดี๋ยวตีนกาขึ้นรอบดวงตาสวยๆ นั่น ผมไม่รับผิดชอบนะ" พยัคฆ์จงใจใช้น้ำเสียงกวนประสาท ยียวนจนรวิศอยากจะเอาแฟ้มในมือฟาดหน้าคมคายนั้นสักทีสองที "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะครับ!" รวิศก้าวเข้าไปประจันหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายนิดหน่อย แต่รัศมีคุกคามและความดื้อรั้นในแววตาคู่สวยนั้นไม่เคยเป็นรองใคร "งานนี้มันคือชื่อเสียงของผม และที่สำคัญ มันคือความปลอดภัยของคนงานหน้างาน แต่ดูคุณทำสิ ทำงานลวกๆ ไม่สนระเบียบวินัยอะไรเลย สักแต่ว่าจะให้มันเสร็จๆ ไปสินะครับ!" รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าของพยัคฆ์ค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาคมกริบดุดันเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวในห้องแคบๆ พลระอุและอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "คุณคิดว่าผมทำลวกๆ งั้นเหรอ?" พยัคฆ์ก้าวเข้าไปอีกก้าว จนรวิศต้องเผลอถอยหลังไปชนกับผนังห้องโดยไม่รู้ตัว พื้นที่ระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รวิศสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามาปะทะ "ก็... ก็ผลงานที่คุณส่งมามันฟ้องอยู่แล้วนี่ครับ" รวิศชะงักไปนิดเมื่อถูกกดดันด้วยสายตาคมดุ แต่ก็ยังเชิดหน้าเถียงกลับเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความตื่นตระหนกจากระยะห่างที่ใกล้เกินไป "คุณไม่เคยรู้หรอกว่าผมต้องแก้ปัญหาหน้างานปวดหัวแค่ไหน..." พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย "ที่คุณบอกว่าผมทำลวกๆ น่ะ... คุณเคยมาดูหน้างานจริงๆ สักครั้งไหม หรือเอาแต่สั่งการอยู่แต่ในห้องแอร์เย็นๆ แล้วนั่งจับผิดผมจากกระดาษแผ่นเดียว!" คำพูดนั้นทำเอารวิศชะงักกึก ความจริงที่อีกฝ่ายพูดแทงใจดำเขาเข้าอย่างจัง รวิศเป็นคนประเภทที่ยึดติดกับทฤษฎีและความสมบูรณ์แบบบนกระดาษ มากกว่าการลงไปคลุกคลีกับความโกลาหลหน้างานจริงๆ ปมความคาดหวังจากครอบครัวที่ต้องทำให้ทุกอย่าง 'ไร้ที่ติ' ทำให้เขาหวาดกลัวความผิดพลาดจนบางครั้งมองข้ามความเป็นจริงไป รวิศเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยไหวระริกวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "ถึงผมจะไม่ได้ลงไปหน้างานบ่อย แต่หลักการวิศวกรรมมันโกหกไม่ได้นะครับ!" "บางครั้ง... โลกความเป็นจริงมันก็ไม่ได้เป๊ะเหมือนในตำราที่คุณอ่านหรอกนะ รวิศ" พยัคฆ์ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนพวงแก้มเนียนของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนผนังห้องด้านหลังของรวิศ เป็นการกักตัวสถาปนิกคนเก่งไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ รวิศเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความโกรธเรื่องงานเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าและความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในท้อง กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของพยัคฆ์กำลังทำให้สมาธิที่กระเจิดกระเจิงของเขาพังทลายลงทีละน้อย "ถ... ถอยออกไปเลยนะครับ คุณไม่มีสิทธิ์มา..." รวิศพยายามดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายออก แต่พยัคฆ์กลับนิ่งสนิท ราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันขยับ "ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" พยัคฆ์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาดิบเถื่อนคู่นั้นเวลานี้กลับฉายประกายความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นมานานอย่างปิดไม่มิด "ผมอาจจะไม่มีสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าคุมงาน แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ทนมองคุณเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับมาเป็นอาทิตย์... ผมมีสิทธิ์ไหมล่ะ?" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอารวิศสมองตื้อตันไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ไดอะล็อกคมคายที่เคยเตรียมไว้ในหัวหายวับไปกับตา ความซึนที่เคยสร้างกำแพงป้องกันตัวเองพังทลายลงในพริบตาเดียว รวิศอ้าปากค้าง จะเถียงต่อก็เถียงไม่ออก ใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินขอบเขตทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความรู้สึกที่พร้อมจะร่วงหล่นลงไปได้ทุกเมื่อ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขามีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามแข่งกัน พยัคฆ์จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพะงาบๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่พูดไม่ออก สัญชาตญาณดิบเถื่อนเริ่มเรียกร้องให้อีกฝ่ายก้มลงไปปิดปากดื้อรั้นนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า... ในวินาทีที่ใบหน้าของพยัคฆ์โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น... *ก๊อกๆๆ! แกร๊ก—!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมความตึงเครียดจนกระเจิง "พี่พยัคฆ์! แย่แล้วครับ เหล็กโครงสร้างล็อตใหม่ที่เพิ่งมาส่ง... เกิดปัญหาใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนโกลาหลของลูกน้องหน้าใหม่ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพหัวหน้างานร่างหนากำลังกักตัวสถาปนิกคนเก่งไว้กับผนังในระยะประชิด ชนิดที่ว่าจมูกจะชนกันอยู่รอมร่อ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%