"ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว และเราคงต้องเคลียร์กันยาว"
น้ำเสียงของรวิศไม่ได้ตะโกน แต่ความเฉียบคมของมันบาดลึกจนคนที่ยืนอยู่หน้าประตูต้องชะงักฝีเท้า เงาร่างสูงใหญ่ของพยัคฆ์หยุดนิ่งอยู่ตรงกรอบประตูห้องโถง เซฟเฮาส์หลังเก่าที่เคยเงียบงัด บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะได้ยินเสียงสถิต
จากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ร่างทั้งสองเกือบจะชนกันคาประตู รวิศถอยกรูดเว้นระยะห่างทันทีราวกับเจอสิ่งแปลกปลอมอันตราย ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววระแวดระวังผสมความหงุดหงิด ขณะที่พยัคฆ์ไหวไหล่เล็กน้อย ใบหน้าดุดันเรียบเฉยราวกำแพงหิน แต่ถ้าสังเกตให้ดี กล้ามเนื้อกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนขึ้นนั้นฟ้องชัดว่าเจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างอยู่
"บุกรุกอะไรของสถาปนิก... นี่มันบ้านพักคนงานที่บริษัทจัดให้ ไม่ใช่ห้องนอนส่วนตัวของคุณซะหน่อย" พยัคฆ์สวนกลับทันควัน เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยตามประสาคนสูบบุหรี่จัด สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่ตอนนี้ถูกจัดระเบียบใหม่จนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ข้าวของทุกชิ้นถูกวางเข้ามุมอย่างแม่นยำราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด "แล้วก็นะ... เลוףเลิกทำหน้าเหมือนผมเป็นฆาตกรต่อเนื่องสักทีเถอะ แค่เดินมาดูว่าอยู่ได้หรือเปล่า"
"ถ้าหมายถึงการเอาฝุ่นเข้าบ้าน การทำเสียงดังโครมคราม และการทำตัวไรมารยาทไม่เคาะประตู คุณทำสำเร็จเกินคาดเลยล่ะครับ" รวิศเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนยื่นมือไปกอดอก ท่าทางดื้อรั้นและถือดีนั้นชวนให้คนมองอยากจะเข้าไปขยี้ให้หายหมั่นไส้เสียจริงๆ "ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญครับ ประตูอยู่ตรงนั้น"
พยัคฆ์ไม่ขยับเขยื้อน เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองรวิศตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนกำลังถูกล่วงเกินทางสายตา รวิศขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ออกมาอีกรอบ แต่จังหวะนั้นเอง พยัคฆ์ก็ยกกล่องกระดาษลังใบย่อมที่ถือติดมือมาด้วย วางกระแทกลงบนโต๊ะไม้กลางห้องเสียงดัง *ทึบ*
รวิศสะดุ้งเล็กน้อย ถอยหลังไปอีกก้าว "อะไรของคุณ?"
"เปิดดูเอาเองสิครับ... หรือต้องให้ผมป้อนข้าเภสัชกร เอ้ย สถาปนิกจอมเรื่องมากด้วย ถึงจะยอมทำตาม?" พยัคฆ์เลิกคิ้วกวนประสาท พลางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวใกล้ที่สุดอย่างถือวิสาสะ
รวิศจ้องหน้าหัวหน้าคุมงานสลับกับกล่องกระดาษบนโต๊ะด้วยความระแวง มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดฝากล่องช้าๆ เผยให้เห็นสิ่งของข้างในที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบผิดคาด
ดวงตาของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ในกล่องนั้นไม่ใช่เอกสารหน้างาน หรืออุปกรณ์ก่อสร้างหยาบๆ อย่างที่เขาคิด แต่เป็นปลั๊กพ่วงสายยาวพิเศษที่หัวเสียบแน่นหนา ป้องกันไฟกระชาก แผ่นกรองอากาศขนาดพกพาที่ออกแบบมาสำหรับห้องอับชื้นโดยเฉพาะ และที่สะดุดตาที่สุดคือ... แก้วเก็บความเย็นสแตนเลสเกรดดี พร้อมกระป๋องกาแฟดำสำเร็จรูปยี่ห้อโปรดที่รวิศมักจะสั่งเดลิเวอรีราคาแพงมากินตอนเช้าเสมอ
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดตา มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่
รวิศเงยหน้าขึ้นสบตากับพยัคฆ์ ชั่วขณะหนึ่งที่ความแข็งกร้าวในแววตาของสถาปนิกหนุ่มหล่นหายไป เหลือเพียงความประหลาดใจระคนสงสัย "นี่... คุณเอาของพวกนี้มาให้ผมทำไม?"
พยัคฆ์เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเล็กน้อย ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวเข้มได้ยาก "อย่าเข้าใจผิด... ผมไม่ได้พิศวาสอะไรคุณหรอกนะ แค่เห็นว่าคุณบ่นเรื่องปลั๊กไฟห้องนี้มันใช้งานไม่ได้ แล้วก็... กาแฟห่วยๆ ของคนงานมันคงทำลายกระเพาะคุณตายก่อนจะตรวจแบบเสร็จ หน้าตาคุณยิ่งซีดๆ เหมือนผีดิบอยู่ด้วย"
"ผมไม่ได้หน้าซีด ผมแค่นอนน้อย!" รวิศเถียงกลับทันทีตามสัญชาตญาณ แต่ใบหูกลับเริ่มขึ้นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ ความซึนเดระเรย์ของพยัคฆ์มันช่างโจมตีหัวใจคนที่เกราะป้องกันหนาแน่นอย่างเขาในจุดที่ตั้งรับไม่ทันเสียจริงๆ "แล้วก็... ใครใช้ให้คุณมาใส่ใจเรื่องกระเพาะผมล่ะครับ?"
"ก็ถ้าคุณเป็นลมล้มพับคางาน ผมนี่แหละที่จะต้องเป็นคนแบกคุณไปโรงพยาบาล ซึ่งบอกเลยว่าแค่นึกภาพก็เหนื่อยแทนแล้ว" พยัคฆ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้รวิศทีละน้อยทีละน้อย จนร่างโปร่งต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
รวิศกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่คืบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อกายของผู้ชายดิบเถื่อนลอยเข้ามาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"ถอยไปเลยนะ..." รวิศพยายามเปล่งเสียงให้ดุที่สุด แต่มันกลับสั่นไหวและเบาหวิวเสียจนฟังดูเหมือนการอ้อนวอน
พยัคฆ์โน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากใบหูของรวิศเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนคนถูกคุกคามขนลุกซู่ มือหนายื่นเลยผ่านร่างของรวิศไปคว้าเอาแผ่นกรองอากาศในกล่องขึ้นมาวางบนชั้นอย่างถือวิสาสะ โดยที่ร่างกายของเขายังคงกักขังอีกฝ่ายไว้ในวงแขน
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝาก็แล้วกัน..." พยัคฆ์กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวทำเอาสติของรวิศกระเจิดกระเจิง "อ้อ... แล้วพรุ่งนี้แปดโมงเช้า เตรียมตัวให้พร้อม ผมจะมารับไปตรวจหน้างานด้วยกัน ห้ามสายเด็ดขาด... คุณชาย"
รวิศเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามรากระรัวราวกับกลองศึก เขากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามฟอร์มเดิม แต่ก่อนที่คำพูดนั้นจะหลุดออกจากริมฝีปาก...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ตามมาด้วยเสียงทุ้มห้าวของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาต
"พี่พยัคฆ์ครับ! แย่แล้วครับ... เหล็กโครงสร้างล็อตใหม่ที่เพิ่งมาส่ง มีปัญหาใหญ่แล้วครับ!"
พยัคฆ์ผละออกจากรวิศอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาสบถเบาๆ ในลำคอก่อนจะหันไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงยืนพิงผนังด้วยอาการหอบหายใจถี่กระชั้น
"ผมต้องไปก่อน..." พยัคฆ์พูดเสียงเข้ม ทว่าก่อนจะเดินพ้นประตู เขากลับหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองรวิศด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "แต่อย่าเพิ่งดีใจไป... เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่"
พูดจบ พยัคฆ์ก็สาวเท้าก้าวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รวิศยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง
รวิศยกมือขึ้นสัมผัสแก้วที่ร้อนผ่าวของตัวเอง หัวใจยังคงเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ สายตาเหลือบไปเห็นแก้วเก็บความเย็นที่พยัคฆ์ตั้งใจเอามาให้วางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับโน้ตกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *'ห้ามเททิ้ง ถ้ารสชาติไม่ถูกปากให้กินเข้าไปให้หมด'*
มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นบางๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
แต่ทว่า... ความเงียบงันนั้นอยู่ได้ไม่ถึงนาที เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินย้อนกลับมาที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ตรงนั้น... บุคคลที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด!
**************************************************
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนของพ่อหนุ่มปากแข็งกับสถาปนิกคนเก่งของเรานะครับ!*
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 9
ของขวัญที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!