เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 8

เมื่อความเนี้ยบเจอกับความดิบ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"ถ้าคุณยังยืนเกร็งทำหน้าเหมือนอมขี้ไก่ค้างไว้แบบนั้น ผมเกรงว่ากระดูกสันหลังของคุณคงได้หักก่อนที่น้ำในห้องใต้ดินจะลดลงครึ่งเซนติเมตรเสียอีกนะครับคุณสถาปนิก" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องสูบน้ำดีเซลที่คำรามลั่นจนแก้วหูแทบแตก กลิ่นอับชื้นของดินโคลน น้ำเน่าขัง และคราบน้ำมันเครื่องตีคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ รวิศยืนอยู่บนแผ่นไม้กระดานโยกเยกเหนือระดับน้ำที่เอ่อท่วมข้อเท้า ชุดสูทแบรนด์ดังที่เคยเรียบกริบไร้รอยยับเมื่อสองชั่วโมงก่อน บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำสีขุ่นคลั่กชายเสื้อด้านหลังเปรอะเปื้อนโคลนสีน้ำตาลจากการไถลลื่นเมื่อครู่ เพอร์เฟกต์ชันนิสต์อย่างเขาไม่เคยต้องตกอยู่ในสภาพเวทมนตร์เสื่อมคลายเช่นนี้มาก่อนในชีวิต รวิศกัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นที่ขึ้นฝ้าเล็กน้อยตวัดมองร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าคุมงานที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ไม่ไกล พยัคฆ์ไม่ได้มีทีท่าเดเนื้อร้อนใจกับวิกฤตน้ำท่วมชั้นจอดรถใต้ดินเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายกร้านแดดนั้นประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่รำคาญลูกตาเสียเหลือเกิน สำหรับพยัคฆ์แล้ว นี่คือ "หน้างานจริง" ที่ต้องแก้ปัญหาด้วยสัญชาตญาณและความดิบเถื่อน ไม่ใช่ห้องแอร์เย็นฉ่ำในตึกสูงที่มีกระดาษฟูลแคปคอยสั่งการ "ถ้าปากของคุณว่างมากนัก ทำไมไม่เอาเวลาไปตรวจสอบท่อระบายน้ำหลักที่พวกคุณสมชายต่อผิดสเปกตั้งแต่วันแรกแทนที่จะมายืนพ่นคำพูดไร้สาระใส่ผมล่ะครับ คุณพยัคฆ์" รวิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะสั่นเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้าและความโกรธ แต่ยังคงรักษาฟอร์มความเฉียบคมเอาไว้ได้ "จำได้ไหมครับว่าแบบแปลนที่ผมแก้ให้เมื่อวานระบุไว้ชัดเจนว่าอย่างไร หรือว่าตัวเลขพวกนั้นมันเกินขีดจำกัดความเข้าใจของเด็กจบช่างอย่างคุณ" พยัคฆ์หุบยิ้มทันที ดวงตาดุจเสือซุ่มจ้องเขม็งเข้ามา ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าลุยน้ำย่างสามขุมเข้ามาหารวิศอย่างคุกคาม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แคบลงจนรวิศต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ติดที่แผ่นไม้กระดานมันแคบเกินไปจนเกือบเสียหลัก พยัคฆ์ไวกว่า มือหนาหยาบกร้านเอื้อมคว้าหมับเข้าที่เอวสอบของสถาปนิกหนุ่มเพื่อพยุงไว้ไม่ให้ล้มลงไปแช่น้ำโคลน สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่ทาบทับผ่านเนื้อผ้าเปียกชื้นทำให้รวิศสะดุ้งสุดตัว หัวใจที่เต้นรัวเพราะความโกรธเมื่อครู่กลับเปลี่ยนจังหวะกะทันหันอย่างน่าประหลาด รวิศตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ ขณะที่พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วหู "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... เสียดายที่ตัวเล็กนิดเดียวแต่เรื่องมากเป็นอันดับหนึ่ง" พยัคฆ์กระซิบเสียงต่ำ เจือแววเอ็นดูที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "ฟังให้ดีนะคุณรวิศ นี่ไม่ใช่ไซต์งานในปารีสหรือลอนดอนที่คุณจะมานั่งกางกระดาษแล้วสั่งโน่นสั่งนี่ได้ตามใจชอบ น้ำมันทะลักเข้าทางแนวกันดินพัง ถ้าเราไม่ช่วยกันอุดรูรั่วตรงนั้นตอนนี้ อีกสิบนาทีข้างหน้า อุปกรณ์ราคาแพงพวกนั้นได้จมน้ำสนิทแน่ และผมบอกไว้ก่อนเลยว่า งบประมาณบริษัทไม่ได้ใจดีพอกระเป๋าฉีกตามความเนี้ยบของคุณหรอกนะ" รวิศอยากจะเถียงกลับให้คอแตก แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นสถานการณ์ตรงหน้า ท่อระบายน้ำหลักที่เชื่อมต่อกับระบบภายนอกกำลังพ่นน้ำพุสีโคลนออกมาไม่หยุด พยัคฆ์ไม่ได้ขู่ เขาพูดความจริง และในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ความหยิ่งทะนงไม่มีค่าเท่ากับความอยู่รอดของโปรเจกต์ที่เขาเอาชื่อเสียงทั้งชีวิตมาเดิมพัน สถาปนิกหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหงุดหงิด มือเรียวปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกที่เปียกปอนออกแล้วโยนทิ้งลงบนกองลังไม้โดยไม่แยแสราคาแพงระยับของมัน ก่อนจะพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนเรียวที่แม้จะดูบอบบางกว่าอีกฝ่าย แต่แววตาหลังกรอบแว่นนั้นกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวชนิดที่ทำให้พยัคฆ์ต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกทึ่ง "ถ้าอย่างนั้นก็ยืนกอดอกดูเฉยๆ ทำไมล่ะครับ" รวิศเชิดหน้าขึ้น ท้าทายกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากอีกฝ่ายไม่ผิดเพี้ยน "ในเมื่อคุณบอกว่าผมทำอะไรไม่เป็น นอกจากสั่งการ... งั้นก็ช่วยเปิดตาดูให้ดีว่า 'คนเรื่องมาก' คนนี้เขาจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้ายังไง" พูดจบ รวิศก็ก้าวลุยน้ำที่สูงถึงหน้าแข้งตรงไปยังจุดที่ท่อแตกทันที โดยไม่รอให้พยัคฆ์ได้เอ่ยปากทักท้วง ภาพร่างโปร่งในชุดเชิ้ตสีขาวแนบเนื้อจากความเปียกชื้น กำลังก้มๆ เงยๆ สำรวจรอยแตกของท่อคอนกรีตอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สมองอันปราดเปรื่องของสถาปนิกเพอร์เฟกต์ชันนิสต์กำลังคำนวณแรงดันน้ำและจุดรับน้ำหนักด้วยความเร็วสูง มือเรียวหยิบประแจเลื่อนขนาดใหญ่ที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาด้วยความคล่องแคล่วเกินคาด พยัคฆ์ยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันระคน แปลกใจ ระอา... และยอมรับความจริงอย่างไม่เต็มใจนักว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ปากจัดและเรื่องมากอย่างที่เขาค่อนขอด "เฮ้ย! ตรงนั้นแรงดันมันสูง ระวัง!" พยัคฆ์ตะโกนเตือนเมื่อเห็นรวิศกำลังจะใช้แผ่นเหล็กอุดรอยรั่วโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่ช้าไปเสียแล้ว ทันทีที่แผ่นเหล็กสัมผัสกับปากท่อ แรงดันน้ำมหาศาลก็กระแทกกลับอย่างรุนแรงจนแผ่นเหล็กหลุดกระเด็น น้ำสกปรกพุ่งเข้าใส่ร่างของรวิศเต็มแรงจนเซถลาล้มลงไปในน้ำ รวิศหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดจากการกระแทกพื้นคอนกรีตแข็งๆ แต่ความเย็นยะเยือกของน้ำกลับไม่สัมผัสผิวกายอย่างที่คิด เมื่อลืมตาขึ้น รวิศพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนอกแกร่งของพยัคฆ์ แขนข้างหนึ่งของหัวหน้าคุมงานโอบรัดรอบเอวเขาไว้แน่นเพื่อรับแรงกระแทกทั้งหมดแทน ใบหน้าคมเข้มอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้ ชัดเจนเสียจนลมหายใจของรวิศสะดุดกึก ดวงตาคมกริบของทั้งคู่สบกันนิ่งในระยะประชิด ท่ามกลางเสียงเครื่องสูบน้ำที่ยังคงคำรามก้อง แต่โลกทั้งใบกลับเงียบงันลงชั่วขณะ พยัคฆ์มองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความตกใจ ก่อนจะไล่สายตากลับมาสบตาผ่านกรอบแว่นที่เอียงกระเท่เร่ "บอกแล้วว่าให้ระวัง..." เสียงพยัคฆ์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาดิบเถื่อนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ดื้อด้านเป็นบ้าเลยนะคุณเนี่ย" "ปล่อยผม..." รวิศพยายามเปล่งเสียงพูดออกไป แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ใบหน้าที่เคยซีดเซียวบัดนี้กลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ รวิศยกมือขึ้นหมายจะดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้า ยิ่งทำให้อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นไปอีก พยัคฆ์ไม่ยอมปล่อย ตรงกันข้าม เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างขมับของรวิศที่ชื้นเหงื่อ "ถ้าผมไม่ช่วยไว้ คุณคงได้กลายเป็นลูกหมูต้มน้ำโคลนไปแล้ว... จะขอบคุณผมสักคำไหมครับ คุณสถาปนิก" พยัคฆ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่จงใจยั่วเย้า รวิศกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามนิสัย แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลก็ดังขึ้นจากบันไดทางลงชั้นใต้ดิน ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอันตรายนี้เสียก่อน "พี่พยัคฆ์! พี่รวิศ! แย่แล้วครับ!" เสียงของสมชายลูกน้องคนสนิทดังลั่นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างที่วิ่งกระหืดกระหอบลงมา "ข้างบน... ข้างบนตึกสำนักงานใหญ่โทรแจ้งด่วนเลยครับ! ท่านประธานใหญ่... ท่านประธานใหญ่เดินทางมาตรวจไซต์งานกะทันหัน ตอนนี้กำลังเดินตรวจมาถึงหน้าประตูทางเข้าแล้วครับ!" ร่างของพยัคฆ์และรวิศแข็งค้างไปพร้อมกันในวินาทีนั้น ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า ใครคือคนที่กำลังก้าวเข้ามาในเวลานี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความเปียกปอนและเคมีเดือดๆ ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%