เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 7

บทสนทนาหลังงานเลิก

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ของเด็กฝึกงานที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่หน้าประตูห้องเก็บเอกสาร ดังสะท้อนก้องในความเงียบงันราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน รวิศสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงไปกับระยะห่างอันตรายเมื่อครู่ดึงเขากลับสู่โลกความเป็นจริงด้วยความเร็วสูง มือเรียวผลักแผงอกหนาของพยัคฆ์ออกทันที พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบไปอีกทางอย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เอ่อ... คือว่า... ผ... ผอ.โครงการเรียกพบด่วนครับพี่พยัคฆ์!" เด็กฝึกงานละล่ำละลักละเมอพูด สายตาเลิกลั่กมองสลับระหว่างใบหน้าตึงเครียดของสถาปนิกคนเก่งกับสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุบิ่นของหัวหน้าคุมงาน "รู้แล้ว นำไปก่อนสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม" พยัคฆ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัด กลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนในจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะได้อย่างแนบเนียน เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองเบาๆ ก่อนจะปรายตามองรวิศที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองยิกๆ ร่างสูงใหญ่เดินพ้นห้องไป ทิ้งให้รวิศยืนถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับยังคงเต้นโครมครามไม่ยอมสงบ ปลายจมูกของเขาราวกับยังหลงเหลือกลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ จากตัวพยัคฆ์ รวิศยกมือขึ้นสัมผัสพวงแก้มที่ร้อนผ่าวของตนเองอย่างหงุดหงิด *ให้ตายสิ... นายมันบ้าไปแล้วรวิศ เกือบจะเอาหน้าไปให้หมามันคาบอยู่รอมร่อ* เวลาล่วงเลยจนกระทั่งความมغลีเข้าปกคลุมไซต์งานก่อสร้าง เสียงเครื่องจักรหนักหน่วงสงบลง เหลือเพียงแสงไฟนีออนสว่างวาบจากตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานชั่วคราว งานเคลียร์เอกสารสรุปงบประมาณและแบบแปลนแก้ไขประจำวันกินเวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ลูกน้องและทีมงานคนอื่นๆทยอยแยกย้ายกันกลับที่พักจนหมด เหลือเพียงแค่สองชีวิตที่ยังคงติดพันกับกองกระดาษบนโต๊ะทำงานตัวยาว รวิศฟุบหน้าลงกับฝ่ามือ ปิดบังความอ่อนล้าที่ฉายชัดผ่านดวงคู่สวย แว่นตาไร้กรอบถูกถอดวางไว้ข้างกองแบบแปลน ร่างเพรียวส่งเสียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เป็นรอบที่ร้อยของวัน "ถ้าสมองฝ่อจนคิดงานไม่ออก ก็กลับไปนอนซะ อย่ามานั่งทำหน้าปลาทูตายคาโต๊ะให้รกหูรกตาแถวนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พยัคฆ์เดินถือแก้วกาแฟกระป๋องสองกระป๋องเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ ก่อนจะโยนกระป๋องหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าสถาปนิกหนุ่ม เสียงโลหะกระทบพื้นโต๊ะดังปึ้งเบาๆ รวิศเงยหน้าขึ้น ปรายตามองกระป๋องกาแฟด้วยหางตา "ผมไม่ได้สมองฝ่อ และไม่ได้ทำหน้าปลาทูตาย... ผมแค่มองความไร้ระเบียบในแบบแปลนโซนซีที่คุณเพิ่งแก้มาแล้วอยากจะเอาหัวโขกกำแพงตึกต่างหาก คุณพยัคฆ์" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ร่างหนายืดตัวพิงพนัก เก้าอี้เหล็กส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดตามน้ำหนักตัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองรวิศนิ่งๆ โดยไม่หลบสายตา "ปากดีไม่เคยเปลี่ยน... ทำงานกับผมมาเป็นเดือน เคยคิดจะชมผมสักคำไหมว่าฝีมือดี หรือในหัวคุณมีแต่คำว่า 'ผู้รับเหมาไร้รสนิยม' วิ่งวนอยู่ตลอดเวลา" รวิศชะงักไปนิด ชำเลืองมองอีกฝ่ายผ่านม่านตาสีอ่อน มือเรียวยกกระป๋องกาแฟขึ้นเปิด ดื่มอึกใหญ่เพื่อแก้กระหาย ก่อนจะวางลงเบาๆ "ถ้าคุณทำงานเนี้ยบเท่ามาตรฐานที่ผมวางไว้ ผมอาจจะลองพิจารณาหาคำชมสักคำมาประทานให้คุณก็ได้ครับ... แต่นี่อะไร ผนังปูนเปลือยที่คุณสั่งลูกน้องเทเมื่อวาน ลายปูนมันฟ้องชัดเจนว่าคนหน้างานรีบกลับบ้านจนไม่ยอมขัดแต่งให้เรียบ" รวิศเริ่มเปิดโหมดโต้เถียงด้วยทฤษฎีสถาปัตยกรรม แต่แววตาไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนทุกที น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าจนฟังดูอ่อนลงอย่างประหลาด พยัคฆ์มองท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ และเสียงแมลงกลางคืนบินชนหลอดไฟนอกตู้คอนเทนเนอร์ "เหนื่อยมากสินะ" พยัคฆ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงไม่ได้ติดกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่มีความทุ้มลึกและจริงจังจนรวิศต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ "อะไรของคุณ อยู่ๆ ก็มาพูดจาแปลกๆ" รวิศขมวดคิ้วมุ่น "ก็เห็นนั่งถอนหายใจตั้งแต่หกโมงเย็นจนตอนนี้เที่ยงคืน... คนเก่งอย่างคุณรวิศ ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร มีเรื่องอะไรให้คิ้วขมวดจนปวดหัวขนาดนั้น นอกจากเรื่องงาน... หรือว่าเรื่องที่บ้านอีก?" ประโยคสุดท้ายของพยัคฆ์ทำเอารวิศนิ่งค้างไปทันที ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสีอ่อนไหววูบไปชั่วขณะ ปราการน้ำแข็งที่สถาปนิกหนุ่มสร้างไว้เพื่อปกป้องความอ่อนแอสั่นคลอนอย่างรุนแรง "คุณรู้..." เสียงของรวิศแผ่วเบาลงโดยอัตโนมัติ "ฉันไม่ได้อยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านหรอกนะ" พยัคฆ์ขยับตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางบนเข่า สายตาคมกริบทอดมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความดิบเถื่อน "แต่คนตาบอดที่ไหนก็ดูออก ว่าที่คุณต้องเคี่ยวเข็ญตัวเองให้เพอร์เฟกต์ทุกกระเบียดนิ้วขนาดนี้ ก็เพราะไม่อยากให้ไอ้บริษัทสถาปนิกชื่อดังของครอบครัวคุณมามีข้ออ้างในการดูถูก... หรือฉันเดาผิด?" รวิศเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวกำกระป๋องกาแฟในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานนับปีพรั่งพรูขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขามองหน้าผู้ชายตรงหน้า—คนที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่หัวหน้าคุมงานปากร้ายและชอบกวนประสาท—แต่ในยามนี้ สายตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างน่าประหลาด "คุณไม่มีสิทธิ์มาวิเคราะห์ผมนะ พยัคฆ์" รวิศพยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าว แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงกลับทรยศเจ้าตัวอย่างจัง หยดน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาคล้ายจะประจานความอ่อนแอ พยัคฆ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของรวิศ ร่างสูงทอดเงาบังแสงไฟนีออนจนมิด ก่อนที่มือหนาหยาบกร้านตามประสาคนทำงานกลางแจ้ง จะยื่นออกไปช้าๆ แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือปาดเบาๆ ที่หางตาของสถาปนิกหนุ่มที่เผลอปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาสัมผัสแก้ม สัมผัสนั้นร้อนผ่าวจนรวิศสะท้านเฮือก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง เขาเบิกตากว้างมองหน้าพยัคฆ์ ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความเงียบงัน "ร้องไห้ซะมั้ง... อยู่ต่อหน้าฉัน ไม่เห็นต้องทำเป็นเก่งตลอดเวลาเลยนี่รวิศ" พยัคฆ์กระซิบเสียงพร่า แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกล้ำจนน่ากลัว รวิศอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน คำพูดทุกคำติดอยู่ที่ลำคอ เขาควรจะผลักไสไล่ส่งผู้ชายคนนี้ออกไปเหมือนทุกครั้ง แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์ตรา ปลายนิ้วอุ่นของพยัคฆ์ยังคงเกลี่ยอยู่ข้างแก้มอย่างเบามือ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกวินาที ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงหอบแฮกของเด็กฝึกคนเดิมที่เปิดประตูผวะเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต "พี่พยัคฆ์! พี่รวิศ! แย่แล้วครับ! น้ำ... น้ำในห้องใต้ดินโครงการแตกทะลัก ท่วมชั้นจอดรถหมดแล้วครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%