เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 4

มื้อดึกที่ไร้รสชาติ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
หยดน้ำฝนที่เกาะพราวตามโครงหน้าคมคายไหลย้อยลงมาตามแนวสันกราม ก่อนจะหยดลงกระทบพื้นไม้เนื้อแข็งเสียงดัง *แปะ* ท่ามกลางความเงียบงันของเซฟเฮาส์กลางป่าที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก รวิศยืนนิ่งเป็นรูปปั้น สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสะอาดและยึดติดกับความสมบูรณ์แบบในทุกตารางนิ้ว กำลังจ้องมองร่างเปียกโชกของพยัคฆ์ หัวหน้าคุมงานผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดิบเถื่อนและไม่เคยอยู่ในกรอบ เสื้อเชิ้ตสีเข้มแนบไปกับแผ่นอกกว้างไหวตามจังหวะการหายใจหอบถี่ สายตาคมกริบของอีกฝ่ายไม่ได้มีความรู้สึกผิดที่บุกรุกเข้ามากลางดึกแม้แต่น้อย กลับฉายแววท้าทายและดื้อรั้นอย่างที่รวิศเห็นแล้วอยากจะยกมือขึ้นนวดขมับทันที "ถ้าจะยืนเป็นเสาหินประดับบ้าน ช่วยก้าวเท้าเข้ามาให้พ้นธรณีประตูก่อนได้ไหมครับคุณพยัคฆ์ น้ำฝนจากตัวคุณกำลังทำลายไม้ปาร์เกต์ราคาแพงของผม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รวิศพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะกำลังกรีดร้องกับคราบโคลนที่หยดลงบนพื้นห้องที่เขาเพิ่งเช็ดทำความสะอาดไปเมื่อช่วงหัวค่ำ พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุราวกับสัตว์ป่ากวาดมองไปรอบห้องรับแขกขนาดกะทัดรัดที่มีไฟฉายส่องสว่างเพียงดวงเดียว "หรูหราสมเป็นคุณดีนี่ครับ คุณสถาปนิก... ข้างนอกพายุเข้าจนกิ่งไม้หักโค้งขวางทาง ทางหลวงถูกตัดขาด สัญญาณมือถือก็เป็นศูนย์ แต่คุณยังมายืนห่วงไม้ปาร์เกต์ไร้สาระพวกนี้เนี่ยนะ" "มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่มันคือระเบียบครับ" รวิศก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ความห่างที่ลดลงทำให้เขารับรู้ถึงไอออนความชื้นและกลิ่นอายความเป็นผู้ชายดิบเถื่อนที่ปะปนมากับกลิ่นฝน "แล้วก็นะครับ ถ้าคุณเคาะประตูกلفิตซะหน่อย หรือรู้จักบอกล่วงหน้า ผมคงไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดกับสภาพบ้านที่กำลังเละเทะเพราะคุณแบบนี้" "ผมไม่ได้เรียนมา24ชั่วโมงเรื่องมารยาทสังคมแบบคุณหรอกครับรวิศ" พยัคฆ์ก้าวสวนหน้าเข้าไปอีกหนึ่งก้าว บีบพื้นที่แคบ ๆ ระหว่างกันให้แคบลงไปอีกจนรวิศต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา "แล้วอีกอย่าง ถ้าผมไม่ลุยฝ่าดงโคลนมาดูไซต์งานที่คุณออกแบบผิดพลาดไว้ ป่านนี้เสาเข็มโซน C คงทรุดพังลงมาทับคนงานตายไปครึ่งค่ายแล้วมั้งครับ" คำพูดนั้นสะกิดจุดเปราะบางในใจของรวิศทันที ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ขึ้นด้วยความถือดี รวิศเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดว่างานออกแบบของตนมีข้อผิดพลาด "แบบแปลนโซน C ผมคำนวณมาอย่างดีด้วยมาตรฐานวิศวกรรมระดับสากลครับ! ถ้ามันจะพัง ก็เป็นเพราะพวกคนงานมักง่ายของคุณไม่ทำตามสเปกที่ผมกำหนดไว้ต่างหาก ไม่ใช่ความผิดของผม!" รวิศตอกกลับเสียงแข็ง นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างลืมตัว "มาตรฐานสากลเหรอ?" พยัคฆ์ยิ้มเยาะ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองอยากจะซัดสักหมัดให้หายหมั่นไส้ "ทฤษฎีบนกระดาษของคุณมันใช้ไม่ได้ผลหรอกครับเวลากลางหน้าฝนและดินโคลนถล่มลงมาจริง ๆ คุณมันก็แค่คุณชายห้องแอร์ที่ไม่เคยลงมาเหยียบดินโคลนหน้างานจริง ๆ สักครั้ง" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที เคมีระหว่างทั้งสองคนคุกรุ่นไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความหงุดหงิด ความถือดี และแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ รวิศเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง อกบางกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ก่อนที่สงครามประสาทจะลุกลามไปมากกว่านี้ เสียงท้องของใครบางคนก็ดังขึ้นทำลายความตึงเครียด *โครก...* พยัคฆ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบก้มลงมองหน้าท้องของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ รวิศหน้าแดงวาบขึ้นมาทันที ความอับอายแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู เขาไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เย็นเพราะมัวแต่ตรวจแบบแปลนชุดสุดท้าย "หิวเหรอครับคุณสถาปนิกปากเก่ง" พยัคฆ์เลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่ที่ต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "ผมไม่ได้หิว..." รวิศแก้ตัวเสียงแข็ง เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าว "แค่ระบบย่อยอาหารมันทำงานผิดปกติเพราะเสียงบ่นของคุณต่างหาก" "ปากแข็งชะมัด" พยัคฆ์ส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะเดินผ่านร่างของรวิศตรงดิ่งไปยังห้องครัวขนาดเล็กที่มุมห้อง "โชคดีที่ผมพกเสบียงติดกระเป๋าเป้กันน้ำมาด้วย ไม่งั้นคืนนี้เราคงได้นั่งมองหน้ากันจนตายหิว" รวิศยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังกว้างที่ถอดเสื้อแจ็คเก็ตเปียกโชกออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มทำงานกลางแจ้ง ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ทั้งอยากไล่ตะเพิดอีกฝ่ายออกไปจากบ้าน แต่อีกใจหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... กลิ่นอายของความมีชีวิตชีวาที่พยัคฆ์พกติดตัวเข้ามา ทำให้เซฟเฮาส์หลังนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่นานนัก กลิ่นหอมฉุนของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและปลากระป๋องก็ลอยโชلโฉยออกมาจากห้องครัว รวิศยืนกอดอกพิงผนังห้องรับแขก มองดูหัวหน้าคุมงานร่างสูงใหญ่กำลังง่วนอยู่กับการต้มน้ำในหม้อใบเล็กด้วยความเก้ ๆ กัง ๆ แต่คล่องแคล่วในแบบของคนลุยป่า "กินเป็นรึเปล่าครับ หรือต้องให้ผมป้อน ข้าวปลาอาหารบ้าน ๆ แบบนี้อาจจะไม่ไฮโซพอสำหรับลิ้นคุณรวิศหรอกมั้ง" พยัคฆ์ตักบะหมี่ร้อน ๆ ใส่ชามสองใบ เดินถือออกมาวางบนโต๊ะไม้กลางห้อง รวิศเดินเข้ามาใกล้ ชำเลืองมองชามบะหมี่หน้าตาธรรมดาที่มีไข่ต้มยางมะตูมแปะอยู่ด้านบนอย่างพิจารณา "ผมไม่ได้กินอาหารขยะแบบนี้มาหลายปีแล้วครับ..." เขาพึมพำ แต่ก็ยอมหยิบตะเกียบขึ้นมาถือไว้ "ก็ลองกินดูสิครับ เผื่อมันจะช่วยให้สมองส่วนที่คิดจะเถียงผมทำงานช้าลงบ้าง" พยัคฆ์นั่งลงฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ทำให้โต๊ะตัวเล็กดูแคบถนัดตา ดวงตาคมจ้องมองรวิศที่คีบเส้นบะหมี่เข้าปากช้า ๆ รสชาติจัดจ้านและเผ็ดร้อนตัดกับความหนาวเย็นของอากาศภายนอกได้อย่างลงตัว รวิศเคี้ยวเงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยปากบ่นอะไรออกมาอีก สมองที่ตึงเครียดจากงานผ่อนคลายลงชั่วขณะ ทว่าความเงียบระหว่างพวกเขากลับไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนตอนแรก มันมีความอุ่นบางเบาแทรกซึมอยู่ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก "อร่อยใช่ไหมล่ะครับ" พยัคฆ์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจาง ๆ "ฝีมือเชฟจำเป็นอย่างผม ไม่แพ้เชฟมิชลินที่คุณชอบไปกินหรอกน่า" "หลงตัวเอง..." รวิศพึมพำตอบเบา ๆ แต่ใบหน้าหวานกลับระบายรอยยิ้มจาง ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ แววตาที่มองสบมามีความอ่อนโยนเจือปนอยู่ลึก ๆ อย่างที่พยัคฆ์ไม่เคยเห็นมาก่อน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงโดยไม่รู้ตัวเมื่อโน้มตัวเข้าหากันเหนือชามบะหมี่ที่ตอนนี้เหลือเพียงน้ำซุปก้นชาม ดวงตาคมกริบของพยัคฆ์จดจ้องริมฝีปากบางที่เปื้อนคราบน้ำซุปนิด ๆ อย่างเผลอไผล ส่วนรวิศเองก็ชะงักค้างเมื่อรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะเข้ากับผิวแก้ม บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา ความเป็นคู่อริที่เคยปะทะคารมกันอย่างดุเดือดเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าบะหมี่ร้อน ๆ ในชาม พยัคฆ์ยื่นมือหนาออกไปหมายจะเกลี่ยเศษผมที่ปรกลงมาข้างแก้มเนียนของอีกฝ่าย ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วหยาบกร้านกำลังจะแตะโดนผิวเนื้อนุ่มนั้นเอง *กริ๊ก!* เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบา ๆ จากบริเวณหน้าต่างบานเกล็ดด้านหลังห้องครัว พร้อมกับแสงไฟฉายกราดผ่านกระจกเข้ามาอย่างกะทันหัน รวิศสะดุ้งสุดตัวผุกลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที ส่วนพยัคฆ์เปลี่ยนสีหน้าเป็นความดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นบังร่างของรวิศไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาดุดจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดนอกหน้าต่างที่ไร้ซึ่งเงาของผู้คน... นอกจากรอยเท้าปริศนาคู่ใหม่ที่เพิ่งย่ำเข้ามาเหยียบย่ำโคลนสด ๆ ร้อน ๆ บริเวณระเบียงหลังบ้าน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนที่ซ่อนความคลั่งรักนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%