เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 5

ช่องว่างที่เริ่มลดลง

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นอับชื้นของดินหลังฝนตกยังไม่จางหายไปไหน แต่สิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือกลิ่นอายอันตรายที่ลอยวนอยู่รอบตัวเราทั้งคู่ รอยเท้าคู่ใหม่บนโคลนสด ๆ หลังหน้าต่างบานเกล็ดนั่นไม่ใช่ภาพหลอน และแน่นอนว่ามันไม่ใช่รอยเท้าของแมว "อย่าขยับ" เสียงทุ้มต่ำของพยัคฆ์กระซิบลอดไรฟัน ร่างหนาในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มยังคงยืนตระหง่านเป็นโล่มนุษย์บังแผ่นหลังผมไว้มิดชิด ความร้อนจากแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาปะทะอกผม แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตึงเครียดจนเสียงหัวใจเต้นโครมครามอยู่ในหู แต่สัมผัสจากไอร้อนที่แนบชิดกันในพื้นที่คับแคบนี้กลับทำให้ผมเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ผมกวาดสายตาผ่านไหล่กว้างของพยัคฆ์ออกไป ความมืดมิดนอกกระจกบานเกล็ดว่างเปล่า ไม่มีเงาคน ไม่มีเสียงฝีเท้า มีเพียงสายฝนปรอยที่เริ่มซาเม็ดลงจนเหลือเพียงเสียงหยดน้ำกระทบสังกะสี "มันหายไปแล้ว" ผมพึมพำ มือเรียวเอื้อมไปแตะข้อศอกอีกฝ่ายเบา ๆ เป็นเชิงบอกให้ผ่อนคลาย "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ รอยเท้านั่น... มีการจงใจกดน้ำหนักที่ส้นเท้าลึกเป็นพิเศษ คน ๆ นั้นรู้โครงสร้างพื้นบ้านหลังนี้ดีพอสมควรถึงรู้ว่าจุดไหนหลบมุมสายตาจากไฟห้องครัว" พยัคฆ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดุดันหันกลับมามองผมที่อยู่ด้านหลัง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปม "คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาจงใจกดน้ำหนักที่ส้น?" เสียงของพยัคฆ์เจือความฉงนอย่างปิดไม่มิด "ผมเป็นสถาปนิกนะครับคุณพยัคฆ์ การสังเกตน้ำหนักที่ลงบนพื้นผิวเพื่อประเมินแรงรับน้ำหนักของโครงสร้าง คือสิ่งแรกที่ผมถูกเคี่ยวเข็ญมาตั้งแต่ปีหนึ่ง" ผมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติเมื่อพูดถึงวิชาชีพที่รัก แม้สถานการณ์จะคับขันแค่ไหน สัญชาตญาณความเย่อหยิ่งเล็ก ๆ ของเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ก็ยังทำงานได้ดีเยี่ยม "และถ้าคุณก้มลงมองรอยโคลนนั่นดี ๆ ความลึกของรอยประทับบ่งบอกว่าน้ำหนักตัวประมาณเจ็ดzigสิ... ช่างเถอะ เอาเป็นว่าคนคนนั้นไม่ได้มาดีแน่" พยัคฆ์ไม่ได้เถียงกลับอย่างเคย ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจยาวพรืด พยักเพยิดหน้าไปทางประตูหลังบ้านก่อนจะเอื้อมมือไปหมุนกลอนล็อกซ้ำอีกรอบด้วยความระมัดระวัง "ปากเก่งไม่เปลี่ยน" พยัคฆ์พึมพำเบา ๆ แต่แววตาดุดันเมื่อครู่กลับเจือประกายบางอย่างที่ผมอ่านไม่ออก "แต่เรื่องโครงสร้าง... ผมยอมรับว่าคุณตาถึงกว่าที่คิด นึกว่าคุณจะดีแต่ถือไม้บรรทัดสเกลคอยสั่งงานบนกระดาษซะอีก" "ผมไม่ใช่คุณชายเหยียบขี้ไก่ฝ่ออย่างที่คุณปรามาសหรอกนะครับ" ผมย้อนทันควัน ขยับตัวถอยห่างออกมาจากระยะประชิดเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัวที่เริ่มจะสั่นคลอน "บ้านหลังนี้โครงสร้างเดิมมีปัญหาเรื่องการทรุดตัวจากดินอุ้มน้ำ ถ้าเราไม่เสริมคานรับน้ำหนักตรงจุดที่รอยเท้าเมื่อครู่เหยียบลงไปพอดี ตัวระเบียงหลังบ้านอาจจะพังครืนลงมาได้ภายในฤดูฝนนี้ด้วยซ้ำ" พยัคฆ์หันขวับมามองผมทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าผมสลับกับพื้นระเบียงด้านนอก ความดิบเถื่อนในแววตาถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจอย่างชัดเจน "คุณรู้เรื่องการทรุดตัวของดินแถบนี้ได้ยังไง?" พยัคฆ์ถามเสียงเข้ม ก้าวเข้ามาประชิดผมอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว "ดินโซนนี้เป็นดินเหนียวปนทรายอุ้มน้ำ คนทั่วไปมองผิวเผินคิดว่าแข็งแรง แต่ถ้าไม่ตอกเข็มลึกพอฐานรากพังแน่... ซึ่งแบบแปลนที่คุณถืออยู่มันไม่ได้ลงรายละเอียดลึกถึงชั้นดินพวกนี้" ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยืนกดดันอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างเรากลับมาแคบลงอีกครั้งจนได้กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ บนตัวของอีกฝ่าย มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนอึดอัด กลับกัน... มันทำให้อะดรีนาลีนในตัวผมสูบฉีดอย่างประหลาด "ก็เพราะผมไม่ได้ดูแค่แบบแปลนไงครับ" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "ผมลงพื้นที่สำรวจชั้นดินและประวัติการก่อสร้างย้อนหลังสามปีของแถบนี้มาก่อนที่คุณจะรับงานนี้ด้วยซ้ำ... ในฐานะหัวหน้าคุมงาน คุณน่าจะรอบคอบเรื่องนี้มากกว่าผมเสียอีกนะ" แทนที่จะโกรธหรือสวนกลับด้วยคำพูดกวนประสาทอย่างเคย พยัคฆ์กลับนิ่งเงียบ ดวงตาคมจ้องมองผมเขม็ง ราวกับกำลังประเมินตัวตนของผมใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องครัวเล็ก ๆ มีเพียงเสียงลมหายใจของเราทั้งคู่ที่สอดประสานกันท่ามกลางความกดดันรอบด้าน "คุณนี่มัน..." พยัคฆ์พึมพำเสียงพร่า มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันคือรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจผมกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "เก่งเกินไปจนน่าจับตีมือสักทีสองที" "ถ้ารunyล้ำเส้นเมื่อไหร่ ผมจะฟ้องบริษัทแน่ครับ" ผมเชิดใส่ กลบเกลื่อนความวูบไหวในอกด้วยการยกเอกสารในมือขึ้นบังหน้าอกตัวเอง "ลองดูสิครับ ว่าระหว่างบริษัทกับผม ใครจะจัดการคุณได้เร็วกว่ากัน" พยัคฆ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านข้างแก้มผม ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาดุดันคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ร้อนแรงเสียยิ่งกว่าไฟป่า และในวินาทีที่ผมกำลังจะอ้าปากตอกกลับคำพูดจาอวดดีนั้นเอง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกหน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูหน้าบ้านที่ดังแกร๊กโดยไม่มีการรอคำอนุญาต! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%