เสียงคำรามต่ำในลำคอของพยัคฆ์ดังขึ้นแข่งกับเสียงคำรามของฟ้าด้านนอก ขณะที่รวิศถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังไม้เก่าคร่ำครึของบ้านพักคนงาน รอยแยกของผนังไม้ทำให้ลมฝนกลิ่นอับชื้นโชยเข้ามาปะทะใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์หายใจไม่ทั่วท้อง หาใช่ความหนาแน่นของออกซิเจนในห้องแคบ ๆ นี้ไม่... แต่เป็นระยะห่างระหว่างเขากับผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวอยู่ต่างหาก
"จะถอยไปถึงไหนครับคุณชาย รังเกียจผมขนาดนั้นเลยหรือไง" พยัคฆ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมกริบดูลึกล้ำและยากจะคาดเดาในแสงสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเดียวที่กะพริบติด ๆ ดับ ๆ ตามแรงกระชากของกระแสไฟฟ้าด้านนอก
"ถอยให้พ้นรัศมีคนมารยาททรามต่างหากครับ" รวิศเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุกระดูกซี่โครง ปากบางเฉียบยังคงความร้ายกาจไว้ไม่เสื่อมคลาย "คุณช่วยกรุณาถอยหลังไปสักสองก้าว แล้วตั้งสติฟังผมใหม่... เมื่อกี้ใครกันแน่ที่เดินมาสะดุดขาตัวเองเกือบจะล้มหัวทิ่มพื้น ถ้าผมไม่คว้าเสื้อคุณไว้ คุณคงลงไปนอนวัดพื้นกินฝุ่นไปแล้วครับคุณหัวหน้า"
พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองสำรวจท่าทางเชิดหยิ่งที่พยายามปกปิดความตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยม "อ๋อ... คว้าเสื้อ? แปลกนะครับ คว้าอีท่าไหนถึงมาอยู่ในอ้อมแขนผมได้แถมยังเกือบจะจูบกันอยู่รอมร่อ"
"นั่นมันอุบัติเหตุ!" รวิศเสียงสูงขึ้นทันที ใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความโกรธที่อีกฝ่ายจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริง "ผมหวังดีกลัวหัวหน้าคนงานนิสัยเสียจะต้องหามส่งโรงพยาบาลก่อนงานสร้างรีสอร์ตจะเสร็จต่างหาก เลิกมโนแล้วถอยออกไปได้แล้ว ฝนตกหนักขนาดนี้ คุณไม่คิดจะดูสภาพรอบตัวบ้างเลยหรือไง"
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวจนบ้านพักคนงานสั่นสะเทือน ชั่วพริบตานั้น แสงไฟนีออนบนเพดานก็ดับวูบลงสนิท ความมืดมิดเข้ากลืนกินพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบ ๆ ทันที มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่างเปื้อนคราบฝุ่น เผยให้เห็นเงาร่างของคนทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
รวิศสะดุ้งสุดตัวโดยอัตโนมัติ มือเรียวเผลอคว้าหมัดเข้าที่ชายเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ของพยัคฆ์แน่นด้วยความตกใจจากเสียงฟ้าผ่า ความมืดทำให้ประสาทสัมผัสอื่น ๆ พลอยตื่นตัวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ กลิ่นอายความเป็นผู้ชาย กลิ่นฝนจาง ๆ และกลิ่นบุหรี่อ่อน ๆ บนตัวของพยัคฆ์ลอยเข้ามาชิดจนเกือบจะหลอมรวมกับลมหายใจของเขา
"กลัวฟ้าผ่าหรือครับคุณสถาปนิกปากเก่ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูในความมืด ใกล้เสียจนรวิศรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่าย
"ใครกลัว... ผมไม่ได้กลัว ปล่อยมือคุณนะ!" รวิศพยายามผลักอกอีกฝ่าย แต่พยัคฆ์กลับยืนปักหลักนิ่งราวกับภูเขาหิน แถมวงแขนแข็งแกร่งยังเอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้ ป้องกันไม่ให้เขาถอยหนีไปไหนได้อีก
"อย่าดิ้นครับ พื้นมันแคบ ยิ่งดิ้นเรายิ่งชิดกันมากกว่าเดิมนะ" พยัคฆ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย แม้ในความมืดรวิศจะมองไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงรอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายจงใจส่งมาเยาะเย้ย
พายุฤดูร้อนกระหน่ำซัดเข้าใส่ตัวอาคารอย่างรุนแรง เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังสนั่นราวกับเสียงกลองศึก ตัดขาดโลกภายนอกออกจากห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี้อย่างสิ้นเชิง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากต้องติดอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับ 'คู่ปรับ' ที่ต่อปากต่อคำกันมาตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้า site งานแห่งนี้
พยัคฆ์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อควานหาไฟฉายสำركةที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเก่า ๆ เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นไม้ดังเอี๊ยดอาร์ด ก่อนที่แสงไฟฉายสีขาวนวลจะถูกเปิดขึ้น สาดส่องให้เห็นบรรยากาศภายในห้องที่กลับมาสว่างขึ้นอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
รวิศรีบชักมือกลับทันทีที่หลุดรอดจากพันธนาการ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางเพื่อเรียกความน่าเชื่อถือกลับคืนมา แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นส่ำก็ตามที
"ไฟคงไม่มาง่าย ๆ หรอครับ พายุเข้าทางนี้ทีไร เสาไฟแถวตีนเขาชอบมีปัญหาประจำ" พยัคฆ์เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ พรางวางไฟฉายลงบนโต๊ะไม้ ให้แสงสว่างสาดสะท้อนขึ้นเพดานสร้างบรรยากาศสลัวชวนอึดอัด เขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกตัวเก่าอย่างไม่แยแส ก่อนจะช้อนสายตากลับมามองรวิศที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่กลางห้อง "ยืนทำหน้าเครียดอยู่ได้ จะนั่งลงตรงนี้หรือจะยืนรอให้ฟ้าผ่าตายคาห้องนี้ล่ะครับ"
"ผมยืนดีกว่าครับ นั่งร่วมกับคนปากเสียอย่างคุณ เดี๋ยวเชื้อโรคความไร้มารยาทจะติดผมมาด้วย" รวิศตอบกลับทันควัน ปากบางคว่ำลงเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้
"ปากเก่งแบบนี้ คืนนี้ยาวนานแน่ครับ" พยัคฆ์แค่นหัวเราะในลำคอ หยิบซองบุหรี่ขึ้นมาเคาะเอาบุหรี่มวนหนึ่งคาบไว้ที่ริมฝีปาก ก่อนจะชะงักไปเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาพิฆาตที่ส่งตรงมาจากสถาปนิกหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์
"ถ้าคุณจะสูบบุหรี่ในห้องแคบ ๆ แบบนี้ กรุณาออกไปยืนตากฝนข้างนอกครับ ผมแพ้ควันบุหรี่ และที่สำคัญ ผมไม่ชอบสูดอากาศที่เป็นพิษร่วมกับใคร" รวิศเอ่ยเสียงเฉียบขาด ดวงตากลมโตมองจ้องอย่างเอาเรื่อง
พยัคฆ์ถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนน เขายอมเก็บซองบุหรี่กลับเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างเสียไม่ได้ "ให้ตายเถอะ... เกิดเป็นพยัคฆ์ต้องมาคอยฟังคำสั่งคุณรวิศผู้สูงส่งทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
"ตั้งแต่ที่คุณรับหน้าที่เป็นหัวหน้าคุมงานโปรเจกต์นี้ไงครับ ถ้าไม่อยากฟัง ก็ลาออกไปสิครับ ไม่มีใครรั้งคุณไว้หรอก" รวิศสวนกลับทันที ไม่มีคำว่ายอมลดราวาศอกให้
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดอย่างไร้ความปรานี รวิศเดินไปสำรวจหน้าต่างเพื่อดูสถานการณ์ภายนอก น้ำฝนสาดซัดเข้ามาจนพื้นเปียกชื้นเป็นวงกว้าง ความเย็นยะเยือกเริ่มคืบคลานเข้ามาเกาะกุมแผ่นหลัง เนื่องจากเขาใส่เพียงเสื้อเชิ้ตทำงานบาง ๆ เท่านั้น ร่างบางเผลอหดไหล่เข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
พยัคฆ์ที่นั่งมองอยู่เงียบ ๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างเงียบเชียบ ร่างหนาเดินเข้าไปใกล้โดยที่รวิศยังไม่ทันรู้ตัว ก่อนที่ความอุ่นวาบจะทาบทับลงบนไหล่ทั้งสองข้าง รวิศสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมามองทันที
แจ็คเก็ตยีนส์ตัวหนาของพยัคฆ์ถูกถอดออกและคลุมไหล่ให้เขาอย่างเบามือ กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่ายโชyเข้าจมูกอีกครั้ง ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด
"อย่าเข้าใจผิดว่าผมพิศวาสอะไรคุณนะ" พยัคฆ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ทว่าแววตากลับไม่ได้ดุอย่างที่ปากพูด "แค่ไม่อยากแบกศพสถาปนิกจอมจุ้นเป็นไข้ตายคาแคมป์คนงานให้เป็นภาระของบริษัท"
รวิศเม้มปากแน่น หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับทรยศด้วยการเต้นผิดจังหวะให้กับความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยคำพูดร้ายกาจเหล่านั้น เขากำชายเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธและส่งคืนเสื้อตัวนี้กลับไป
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำ ขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังคุกรุ่นระหว่างคนทั้งคู่ในห้องแคบ ๆ นี้อย่างกะทันหัน
พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ขณะที่รวิศเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใครกันที่จะบุกฝ่าพายุกลางดึกสงัดมายังบ้านพักคนงานบนเขารกร้างแห่งนี้?
ประตูกลอนไม้ถูกผลักเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างเปียกโชกของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในแสงไฟฉาย...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "สเปซโอเดสซีย์" ครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 3
ติดฝนหลังเขา
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!