เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา•ตอนที่ 19

ระยะห่างที่หายไป

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนใหม่ๆ คือบรรยากาศอันคุ้นชินของห้องทำงานชั่วคราวหน้าไซต์งาน แต่ในเวลานี้ อากาศภายในห้องแคบๆ กลับดูเบาบางลงอย่างน่าประหลาด เมื่อระยะห่างระหว่างโต๊ะเขียนแบบถูกลดทอนลงเหลือเพียงศูนย์ รวิศยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าทางที่หลังชนกับขอบโต๊ะ โดยมีฝ่ามือหนาของพยัคฆ์ยันค้ำยันอยู่บนพื้นผิวไม้เนื้อแข็งเพื่อกักขังเขาไว้ในอาณาเขตของตัวเอง สายตาสองคู่ที่มักจะใช้ฟาดฟันกันด้วยคารมในยามปกติ บัดนี้กลับประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ทำงานแข่งกับจังหวะการเต้นของหัวใจ "คุณคิดจะทำอะไร พยัคฆ์" รวิศเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาความนิ่งขรึมและมาดของสถาปนิกผู้เพอร์เฟกต์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วของเขาจะจิกเกร็งอยู่กับขอบโต๊ะด้านหลังจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดก็ตาม "ผมไม่ได้จะทำอะไร..." พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ดวงตาคมกริบราวกับเสือป่าจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังไหวระริก "แต่เป็นคุณต่างหาก... ที่กำลังรนหาที่ใส่ตัวเข้ามาในเกมที่คุณก็รู้ว่าไม่มีทางชนะ" "ผมเป็นคนออกแบบแปลนนี้ แปลนที่พวกคุณกำลังหน้ามืดตามัวแก้กันอยู่ทุกวันนี้ไงครับ" รวิศเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ความถือดีในฐานะสถาปนิกไม่ยอมให้เขาแสดงความอ่อนแอออกมาให้อีกฝ่ายได้ใจ "ถ้าไม่มีผม คุณก็แค่หัวหน้าคุมงานที่เอาแต่ใช้กำลังแก้ปัญหาโดยไร้รสนิยม!" พยัคฆ์ไม่โกรธเลยสักนิด... ตรงกันข้าม รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้นกลับยิ่งทำให้รวิศรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ปากเหว "ปากดีจังนะครับสถาปนิก..." พยัคฆ์กระซิบแผ่วเบา เสียงทุ้มต่ำนั้นอยู่ใกล้เสียจนไอร้อนจากลมหายใจเป่ารดเข้าที่ข้างแก้มของรวิศ "ปากเก่งแบบนี้... ตอนอยู่บนเตียงจะเก่งเหมือนเวลาตรวจงานหรือเปล่า" "ไอ้...!" รวิศเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยขาวสะอาดบัดนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความโกรธปนความกระดากอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาเงื้อมือขึ้นหมายจะผลักอกแกร่งออกไปให้พ้นทาง แต่พยัคฆ์กลับไวishกว่า มือใหญ่ควบรวมข้อมือทั้งสองข้างของรวิศรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางเอาไว้แน่น ดึงร่างเพรียวเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ความใกล้ชิดที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุมทำให้สถาปนิกหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก ร่างกายของพวกเขาสัมผัสกันทุกสัดส่วน ความอบอุ่นจากแผงอกหนาที่แนบชิดทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยถูกจัดระเบียบไว้อย่างดีพังทลายลงในพริบตา "ปล่อยนะ พยัคฆ์! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผม" รวิศพยายามดิ้นรน ขัดขืนด้วยแรงที่มีทั้งหมด แต่นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว มันกลับทำให้ร่างกายของพวกเขายิ่งเสียดสีกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวิววิ่งพล่านไปทั่วร่าง "ผมมีสิทธิ์ตั้งแต่ที่คุณเดินดุ่มๆ เข้ามาในไซต์งานของผมตอนตีสอง แล้วบอกว่าจะช่วยผมแก้แบบโดยไม่ยอมนอนหลับพักผ่อนแล้วล่ะครับ" พยัคฆ์เอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่เคยแข็งกร้าวในยามปกติเวลานี้กลับเจือประกายความอ่อนโยนและความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ลึกซึ้ง จนรวิศเผลอชะงักไปชั่วขณะ "ผม... ผมแค่มืออาชีพพอที่จะไม่ปล่อยให้งานพังต่างหาก ไม่ได้เป็นห่วงคุณสักหน่อย" รวิศหลบสายตา เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความวูบไหวในแววตาของตนเอง "ปากแข็ง..." พยัคฆ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมคลายพันธนาการที่ข้อมือออก แต่ยังคงตรึงร่างของรวิศไว้ด้วยวงแขนที่โอบรอบเอวสอบ "ถ้าคุณเก่งนัก งั้นเรามาพิสูจน์กันหน่อยไหมครับ... ว่าแปลนที่คุณแก้มาใหม่ กับความดื้อรั้นของคุณ อย่างไหนมันจะรั้นกว่ากัน" "หมายความว่ายังไง" รวิศขมวดคิ้ว หันกลับมามองด้วยความระแวง "หมายความว่า... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณจะต้องมาประจำอยู่ที่ห้องนี้ ย้ายโต๊ะมาไว้ใกล้ผม เพื่อที่เราจะได้คุยงานกันได้ 'ใกล้ชิด' ขึ้นกว่าเดิมไงครับ" "ฝันไปเถอะ! ผมมีออฟฟิศของผม มีโต๊ะทำงานของผม ทำไมผมต้องมานั่งอุดคู้อะไรกับคุณที่นี่ด้วย" รวิศปฏิเสธเสียงแข็งทันที "เพราะถ้าคุณไม่ทำ..." พยัคฆ์โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ "ผมจะอุ้มคุณขึ้นรถแล้วพาไปขังไว้ที่บ้านพักของผมแทน... เลือกเอาครับ ว่าจะนั่งทำงานตรงนี้ดีๆ หรือจะไปเคลียร์กันแบบส่วนตัวที่อื่น" รวิศอ้าปากค้าง พูดไม่ออกกับความหน้าด้านหน้าทนที่ไร้ขีดจำกัดของผู้ชายคนนี้ เขาจ้องหน้าพยัคฆ์เขม็งด้วยความแค้นเคืองปนความหมั่นไส้ แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจทรยศกลับเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกกับความเอาแต่ใจที่แฝงไปด้วยความใส่ใจอย่างประหลาดนั้น ก่อนที่รวิศจะทันได้อ้าปากด่ากราดด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็จงใจดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาอย่างไร้การอนุญาต "เฮ้ย หัวหน้า! เหล็กเส้นล็อตใหม่มาส่งแล้ว... เอ้ย! ขอโทษทีครับ รบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่า" ลูกน้องคนสนิทของพยัคฆ์ยืนเบิกตากว้างอ้าปากค้างอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นภาพหัวหน้างานหนุ่มร่างยักษ์กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับสถาปนิกคนเก่งในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะบรรยาย รวิศหน้าถอดสี รีบผลักอกพยัคฆ์ออกสุดแรงด้วยความตกใจจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ลมหายใจหอบกระชั้นขณะที่รีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี พยัคฆ์ถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย หันไปถลึงตาใส่ลูกน้องตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะสำคัญในเวลาแบบนี้ ก่อนจะหันกลับมามองรวิศที่มีสีหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก "เดี๋ยวค่อยมาเคลียร์กันต่อเรื่องของเรา..." พยัคฆ์กระซิบเสียงต่ำด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินผละออกไปจัดการธุระด้านนอก ทิ้งให้รวิศยืนยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้อง และในจังหวะที่รวิศกำลังจะหยิบกระดาษทิชชูมาซับเหงื่อบนใบหน้าด้วยความหงุดหงิด โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความไลน์จากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่เนื้อหาข้างในกลับทำให้เลือดในกายของสถาปนิกหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา *[ข้อความจากเบอร์ปริศนา]: "แบบก่อสร้างที่คุณแอบแก้... ส่งให้ทางผู้ถือหุ้นใหญ่เรียบร้อยแล้วนะครับ ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ สถาปนิกคนเก่ง"* รวิศหน้าซีดเผือด มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่เขาซ่อนไว้ กำลังจะถูกเปิดโปงโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนไม่ถูกชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%