กลิ่นหอมกรุ่นของไวน์แดงวินเทจยังคงอบอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว ทว่ามันช่างเจือจางเหลือเกินเมื่อเทียบกับกลิ่นกายอุ่นร้อนและลมหายใจระอุของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของอดีตทั้งหมดในชีวิตของมัทนา
ร่างบางสั่นเทิ้มภายใต้เงาทะมึนของลีโอ ไพศาลภักดี ในยามที่ฝ่ามือใหญ่หนานั้นตรึงข้อมือของเธอไว้กับพนักโซฟาหนังแท้ในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกสาดส่องเข้ามาทาบทับเรือนร่างเปลือยเปล่าบางส่วนที่ผ่านพ้นศึกเสน่หาอันดุเดือดมาหมาดๆ มัทนากัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนห่อเลือด ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายไม่ได้เทียบเท่ากับความเจ็บปวดในหัวใจที่กำลังร่ำไห้—เธอเกลียดตัวเองเหลือเกิน เกลียดความอ่อนแอที่ทรยศต่อความตั้งใจ
"ปล่อยฉัน... ลีโอ" เสียงหวานแหบพร่าสั่นเครือจนแทบไม่ได้ศัพท์ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่เอ่อคลอแต่มันไม่ยอมไหลร่วงลงมาให้เขาได้เห็นความพ่ายแพ้
ลีโอไม่ยอมขยับเขยื้อน ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองเธอนิ่งราวกับจะกลืนกิน เขาก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกโด่งคมเฉียบเกือบชิดกับซอกคอหอมกรุ่นที่ยังคงมีรอยแดงจางๆ จากฝีมือของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อเนียนละเอียดจนมัทนาต้องห่อไหล่ด้วยความวาบหวามที่เธอพยายามต้านทานสุดกำลัง
"ทำไมล่ะมัท..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ยังไม่มอดดับ มันคือเสียงที่เคยสะกดเธอไว้ใต้ตารางอาณัติแห่งความหลงใหลในอดีต "ร่างกายของเธอมันบอกความจริงทุกอย่าง... ปากของเธออาจจะผลักไสฉัน แต่ผิวเนื้อของเธอ เนื้อตัวที่สั่นสะท้อนใต้ร่างฉันเมื่อครู่ มันกำลังร่ำร้องหาฉัน ร้องเรียกชื่อฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า... เธอจะโกหกหัวใจตัวเองไปได้อีกนานแค่ไหน?"
คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด มัทนาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามทั้งตัวเขาและตัวเธอเอง
"คุณมันหลงตัวเองไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ลีโอ..." เธอกลั้นใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล "ร่างกายมันก็แค่ปฏิกิริยาตอบสนองทางชีววิทยา... สัตว์เดรัจฉานยังผสมพันธุ์กันได้โดยไม่ต้องใช้ความรัก นับประสาอะไรกับสามีเก่าที่ฉันเคยพลาดพลั้งนอนด้วยล่ะคะ? คิดว่าตัวเองพิเศษนักหรือไง?"
คำว่า 'สามีเก่า' และการเปรียบเปรยอันเจ็บแสบทำให้กรามคมสันของลีโอขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟโทสะ แต่ทว่าลึกลงไปในนั้น กลับมีความเจ็บปวดร้าวรานที่เขากลั้นไว้อย่างยากเย็น เขารู้ดีว่าตนเองเป็นคนผลักเธอกระเด็นออกไปจากชีวิตเอง ด้วยความเย่อหยิ่งและทิฐิที่คิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่วิ่งตามตื๊อเขา แต่ในวินาทีนี้ เมื่อได้สัมผัสความนุ่มนวลและรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันสง่างามของเธอ เขากลับตระหนักว่าเขาต่างหากคือคนที่สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป
มือใหญ่ที่เคยบีบคั้นเปลี่ยนเป็นลูบไล้กรอบหน้าเรียวสวยอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว นิ้วหยาบกร้านเกลี่ยปอยผมที่ชุ่มเหงื่อออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เปลี่ยนไปนี้ยิ่งทำให้มัทนารู้สึกปั่นป่วน เธอเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวามนั้น แต่ลีโอกลับใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอกลับมาสบตา
"ถ้ามันเป็นแค่เซ็กส์... ถ้ามันไม่มีความหมายอะไรเลย..." ลีโอกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเค้นเคี่ยวและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ทำไมแววตาของเธอถึงได้สั่นไหวขนาดนี้ตอนที่ฉันอยู่ข้างในตัวเธอ? ทำไมเธอถึงครางชื่อฉันด้วยความสุขสมจนแทบขาดใจ? มัท... บอกความจริงฉันมาสิ ทำไมวันนั้น... วันที่เราหย่ากัน เธอถึงยอมเซ็นใบหย่าให้ฉันโดยไม่แม้แต่จะแก้ตัวอะไรเลย? ทำไมผู้หญิงที่เคยรักฉันจนยอมทำทุกอย่าง ถึงได้เดินจากไปอย่างไร้เยื่อใยขนาดนั้น?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที
มัทนาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบลงอย่างปิดไม่มิด ความทรงจำอันเจ็บปวดในคืนวันอับปาง ภาพวันที่เธอยืนถือซองผลตรวจครรภ์ในมือพร้อมกับใบหย่าที่ถูกโยนใส่หน้าโดยมีคำพูดดูถูกเหยียดหยามจากปากเขาว่าเด็กในท้องอาจจะไม่ใช่ลูกของเขา... ความรู้สึกเหล่านั้นย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจจนเจ็บแปลบ
'ทำไมถึงเพิ่งมาถามตอนนี้คะ ลีโอ? ในวันที่สายไปแล้ว...'
เธอซ่อนความร้าวรานไว้ภายใต้รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก มัทนารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ดันแผงอกกว้างของเขาออกห่าง แม้ว่ากลิ่นกายผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงของเขาจะยังคงรัญจวนใจเธอก็ตาม
"สายไปแล้วค่ะ..." มัทนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มันกลับเฉียบคมและบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "ความจริงเหรอคะ? คุณอยากรู้ความจริงงั้นเหรอ? คนอย่างคุณไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะลีโอ เพราะสำหรับคุณ... ทุกอย่างบนโลกใบนี้ตีราคาเป็นเงินทองและอำนาจได้หมด ยกเว้นหัวใจของคน"
ลีโอนิ่งงันไป เขารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ คำพูดและท่าทีที่เย่อหยิ่งแต่สง่างามของอดีตภรรยาทำให้เขารู้สึกไร้พลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาต้องการคำตอบ เขาต้องการไถ่บาป แต่มัทนากลับกำลังสร้างกำแพงสูงลิบลิ่วที่เขาไม่มีทางปีนข้ามไปได้ง่ายๆ
ในจังหวะที่ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูห้องทำงานที่ไม่ได้ล็อกสนิท
"คุณลีโอครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดจนลืมมารยาทในการเคาะห้องซ้ำ "ทางตลาดหลักทรัพย์และพาร์ทเนอร์รายใหญ่ที่สุดของเรา... เอ่อ คุณคณิน ส่งเอกสารด่วนที่สุดมาแจ้งยกเลิกสัญญาร่วมทุนทั้งหมดครับ! และ... และตอนนี้คุณคณินกำลังเดินตรงมาที่นี่พร้อมกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อขอพบคุณเป็นการส่วนตัวครับ!"
ลีโอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เขากำลังจะเอ่ยปากไล่เลขาออกไป แต่ทว่า เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงหัวเราะทุ้มต่ำคุ้นหูก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูเสียก่อน
"ไม่ต้องลำบากออกไปรับหรอกครับ คุณลีโอ... ผมมาหาคุณถึงที่นี่เองแล้ว"
ร่างสูงโปรสง่างามในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของคณินก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาคมกราบกวาดมองสภาพของลีโอและมัทนาที่ยืนอยู่ใกล้กันด้วยเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่เล็กน้อย คณินไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย ราวกับเขาคาดการณ์ภาพนี้ไว้อยู่แล้ว
คณินหันไปสบตากับมัทนา ชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งให้เธอ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าลีโอด้วยแววตาท้าทายที่พร้อมจะเปิดศึก
"ผมคิดว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันหลายเรื่องทีเดียวครับ... รวมถึงเรื่องที่ว่า ทำไมอดีตภรรยาของคุณ ถึงควรเป็นผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างผม ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณอีกต่อไป"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ชฎาพรายไวน์แดง" เสมอมานะคะ
ทายาทตระกูลดังกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 12
ความจริงที่ถูกปิดบัง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!