กลิ่นอายความอับชื้นผสมกลิ่นสีน้ำมันและปูนใหม่ยังไม่ทันจางหาย เสียงส้นสูงราคาแพงที่กระทบพื้นคอนกรีตขัดมันอย่างจงใจก็ดังกรีดแทรกบรรยากาศอันเงียบสงบของไซต์งานก่อสร้างมูลค่าหลายพันล้าน มัทนา วางม้วนกระดาษพิมพ์เขียวในมือลงบนโต๊ะไม้กระดานอย่างใจเย็น แม้มนמהจะไม่ได้หันไปมองทันft แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงรัศมีแห่งความเย่อหยิ่งและชาติตระกูลที่แผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตของเธอ
"นี่น่ะหรือผลงานของสถาปนิกที่บริษัทลูกของเราจ้างมา... ดูรกเร้าและขาดรสนิยมสิ้นดี"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามดังขึ้นจากคุณหญิงรสรินทร์ ไพศาลภักดี มมารดาผู้สูงศักดิ์ของลีโอ สตรีวัยกลางคนในชุดสูทผ้าไหมสั่งตัดพิเศษยืนกอดอกกวาดสายตามองโครงสร้างอาคารด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ดวงตาคู่คมที่ถอดแบบมาจากบุตรชายจ้องมองมัทนาราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า "ฉันไม่แปลกใจเลยที่โครงการนี้มีแต่ปัญหา เพราะคนออกแบบขาดทั้งประสบการณ์และชาติตระกูลที่จะมาเข้าใจรสนิยมของคนระดับเรา"
มัทนาสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นชาผุดขึ้นที่มุมปาก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตแม่สามีอย่างไม่เกรงกลัว ศักดิ์ศรีที่เคยถูกเหยียบย่ำในอดีตบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเกราะแก้วที่ไม่มีวันยอมให้ใครมาทุบทำลายอีกแล้ว
"ถ้าคุณหญิงรสรินทร์คิดว่ารสนิยมของดิฉันมันต่ำต้อยนัก ทำไมเมื่อหกเดือนก่อน บริษัทของตระกูลไพศาลภักดีถึงต้องส่งคนมาเซ็นสัญญากราบกรานให้ดิฉันมารับงานนี้ล่ะคะ?" มัทนากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงัก "หรือว่า... อำนาจเงินที่พวกคุณภูมิใจนักหนา มันซื้อได้แม้กระทั่งความหน้ามืดตามัว จนลืมไปว่ากำลังจ้างคนที่พวกคุณเคยเหยียบย่ำมารังสรรค์ผลงานชิ้นเอกให้?"
"นังเด็กสามหาว!" คุณหญิงรสรินทร์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าที่เคยเรียบตึงด้วยการศัลยกรรมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน! จำไว้ว่าต่อให้แกจะเก่งมาจากไหน แกก็เป็นได้แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ลูกชายฉันเคยเขี่ยทิ้งเหมือนเศษขยะ!"
"พอได้แล้วครับคุณแม่!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความเกรี้ยวกราด ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมชั่วคราวถึงกับนิ่งสนิท ลีโอ ไพศาลภักดี ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด เขาเพิ่งเดินทางมาถึงและได้ยินประโยคอันโหดร้ายนั้นเต็มสองหู
คุณหญิงรสรินทร์หันขวับไปมองบุตรชายด้วยความตกใจ "ลีโอ! แกกล้าขึ้นเสียงใส่แม่เพื่อผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ? แกอย่าลืมนะว่ามันคือคนที่..."
"ผมบอกให้พอ!" ลีโอตวาดลั่น ดวงตาคมกริบหันกลับมามองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการปฏิเสธที่เด็ดเดี่ยว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างมารดากับอดีตภรรยาโดยสัญชาตญาณ "มัทนาไม่ใช่เศษขยะ และโครงการนี้ก็เป็นสิทธิ์ขาดของเธอแต่เพียงผู้เดียว ถ้าคุณแม่ยังไม่ให้เกียรติเธอ ก็เชิญกลับไปซะ!"
มัทนาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า การปกป้องของเขาในตอนนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งแม้แต่น้อย แต่มันกลับน่าสมเพชเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาเคยผลักไสเธอลงจากเตียงด้วยซ้ำ
"ไม่ต้องมาทำเป็นพระเอกขี่ม้าขาวปกป้องฉันหรอกค่ะคุณลีโอ..." มัทนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "เพราะคนที่ดึงปัญหาพวกนี้เข้ามาในชีวิตฉันแต่แรก... ก็คือคุณกับครอบครัวของคุณนั่นแหละ ออกไปจากไซต์งานของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะให้ รปภ. เชิญพวกคุณออกไปจริงๆ"
ลีโอสะอึกกับคำพูดนั้น หัวใจของเขาเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ความเย่อหยิ่งที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังและรังเกียจจากผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ เขารู้ดีว่าตราบาปในอดีตมันหนาเตอะเกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำแก้ตัวเพียงไม่กี่คำ แต่วินาทีนี้เขากลับยอมคุกเข่าทางจิตวิญญาณให้เธอได้ทุกอย่าง ขอเพียงแค่เธอยอมมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
"มัท... ฟังผมก่อน..." ลีโอก้าวเข้าไปใกล้ คว้าข้อมือเรียวไว้ด้วยความร้อนรน ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น สัมผัสจากปลายนิ้วที่สั่นเทาพยายามสื่อความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอก "ผมรู้ว่าแม่ผมพูดจาไม่เข้าหู แต่ผม... ผมยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาดูถูกคุณอีกแล้ว ขอร้องล่ะ... ให้โอกาสผมได้ชดใช้..."
"ปล่อยค่ะ!" มัทนาสะบัดข้อมือออกอย่างแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปเล็กน้อย ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี "คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน ลีโอ ไพศาลภักดี! และถ้าคิดจะใช้ความเป็นเจ้าของบริษัทมาบีบบังคับฉันล่ะก็... เชิญยกเลิกสัญญาได้เลย เพราะฉันไม่เคยกลัวคนอย่างคุณอยู่แล้ว!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ลีโอยืนนิ่งงัน ลมหายใจติดขัด ความรู้สึกผิดและอารมณ์ดิบเถื่อนบางอย่างตีรวนอยู่ในอกจนควบคุมไม่อยู่ เคมีร้อนระอุระหว่างความรัก ความแค้น และความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาเป็นประกายไฟในแววตา เขาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอื้อnคำปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยนั้นด้วยความกระหายที่ผสมผสานกับความโกรธ
ในขณะที่คุณหญิงรสรินทร์กำลังจะกรีดร้องด้วยความโมโหและสั่งปลดมัทนาออกจากโครงการทันที ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปรดของคณิน นักลงทุนหนุ่มคู่แข่งคนสำคัญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยርหยันบนใบหน้า ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ
"ขอโทษที่ขัดจังหวะครอบครัวกำลังปรับความเข้าใจกันนะครับ..." คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่กวนประสาท เดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างมัทนาอย่างสนิทสนมเกินควร "พอดีผมเอาสัญญาฉบับใหม่มาให้คุณมัทนาพิจารณา... วงเงินลงทุนเพิ่มอีกสามเท่าตัว พร้อมข้อเสนอที่อิสระจากตระกูลไพศาลภักดีโดยสิ้นเชิง"
ดวงตาของลีโอวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความหึงหวงและโทสะที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของคณินอย่างแรงจนเอกสารในมือร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น
"แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับโปรเจกต์นี้!" ลีโอคำรามต่ำในลำคอด้วยเสียงที่น่ากลัวราวกับสัตว์ป่า
มัทนาไม่ได้ตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย เธอก้มลงหยิบเอกสารที่กระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาแผ่นหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับลีโอด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่กรีดแทงหัวใจเขาจนแหลกสลาย
"มีสิทธิ์หรือไม่มี... คุณน่าจะรู้ดีที่สุดนะคะลีโอ..." มัทนาเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เย็นชาถึงกระดูก "เพราะตอนนี้... ชีวิตและการตัดสินใจทั้งหมดของฉัน มันไม่ได้อยู่ภายใต้เงาของตระกูลคุณอีกต่อไปแล้ว"
ทันใดนั้นเอง สายตาของลีโอก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นสุดท้ายที่มัทนายังไม่ได้เก็บขึ้นมา มันคือเอกสารใบรับรองแพทย์และภาพถ่ายอัลตราซาวนด์พิมพ์สามมิติที่มีชื่อของมัทนาหราอยู่ พร้อมกับตัวเลขครรภ์สัปดาห์ที่สิบสอง... และชื่อบิดาที่ถูกเว้นว่างไว้ แต่ตัวอ่อนในภาพนั้นกลับมีเค้าโครงบางอย่างที่สะท้อนเงาของเขาอย่างชัดเจนจนลมหายใจของลีโอสะดุดกึก ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเป็นกำลังใจให้ชฎาพรายไวน์แดงเสมอมานะคะ
ทายาทตระกูลดังกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 14
แรงกดดันจากตระกูล
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!