กระดาษแผ่นเล็กๆ ในซองสีขาวนวลแผ่นนั้นไม่ได้มีน้ำหนักอะไรเลยในทางกายภาพค่ะ แต่มันกลับหนักอึ้งราวกับภูเขาผืนใหญ่ที่กดทับลงกลางอกของลีโอ ไพศาลภักดี จนลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกะทันหัน ตัวอักษรบนหัวกระดาษจากห้องปฏิบัติการแพทย์ระบุผลตรวจ DNA ชัดเจนแจ่มแจ้งว่าเป็นบวก ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างเขากับเด็กชายวัยสองขวบ... สายเลือดสายตรงที่เขาเคยผลักไส และเคยโง่เขลาถึงขนาดเอ่ยปากไล่มัทนาออกจากบ้านในวันที่เธอตั้งท้องอ่อนๆ ด้วยความเย่อหยิ่งและหัวใจที่ปิดตาย
"มัท..."
เสียงเรียกนั้นแหบพร่าและสั่นเทาจนแทบไม่เหลือเค้าลางของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลผู้กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้านเลยแม้แต่น้อย ลีโอกำซองเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาและถือตัวมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสอย่างน่าสมเพชตัวเอง เขากำลังคุกเข่าลงบนพื้นพรมราคาแพงต่อหน้าหญิงสาวผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
มัทนายังคงยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้า ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของสถาปนิกสาวมืออาชีพผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจ แววตาคู่คมมองก้มลงมามองอดีตสามีด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าอย่างไร้เยื่อใย ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น... มันคือความเฉยชาที่กรีดแทงลึกลงไปในขั้วหัวใจของคนเคยเย่อหยิ่ง
"เพิ่งรู้ตัวตอนนี้หรือคะ ลีโอ?"
น้ำเสียงหวานใสที่เปล่งออกมานั้นนุ่มนวลเหลือเกินค่ะ แต่มันกลับเย็นเยียบราวกับสายน้ำแข็งที่ราดรดลงบนกลางกระหม่อม
"คุณเก่งเรื่องการคำนวณโครงสร้างตึกระฟ้าทุกโครงการ แต่คุณกลับคำนวณหัวใจมนุษย์พลาดไป... พลาดไปหมดเลย ตั้งแต่วันที่คุณคิดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีค่าพอที่จะอยู่ในชีวิตคุณ"
"ผมยอมรับความผิดพลาดนั้น..." ลีโอเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นคมแดงก่ำ เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก มือหนาเอื้อมหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อมัทนาขยับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส
"คุณรู้ไหมคะว่าตอนที่ฉันอุ้มท้องลูกคนนี้ตามลำพัง ฉันต้องเจออะไรบ้าง..." มัทนาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นงดงามแต่บาดลึก "วันที่แพ้ท้องจนทานอะไรไม่ลง วันที่น้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงไร้ค่า วันที่คุณส่งทนายมาเซ็นใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตาแล... ตอนนั้น คุณอยู่ที่ไหนคะ ลีโอ? คุณกำลังสนุกกับความสำเร็จบนบัลลังก์อันสูงส่งของคุณไม่ใช่เหรอ!"
ถ้อยคำเหล่านั้นคมกริบยิ่งกว่ามีดโกน ลีโอรู้สึกเหมือนถูกเฉือนเนื้อทีละน้อย ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนหลังจากการหย่าร้างพรั่งพรูขึ้นมาจนเขาแทบหายใจไม่ออก เขาจำต้องยอมรับความจริงครึ่งหนึ่งที่ค้างคาใจเธอมานาน ความจริงที่ว่าเขาปล่อยให้ความหยิ่งยโสและอคติครอบงำ จนทำลายครอบครัวของตัวเองด้วยมือคู่โง่เขลานี้
"ผมมันเลว..." ชายหนุ่มสารภาพออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรม "ผมปล่อยให้ความระแวงทำลายเรา ผมสมควรได้รับบทลงโทษนี้... แต่แกเป็นลูกของเรานะมัท ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดใช้ในสิ่งที่ผมทำผิดพลาดไปเถอะนะ"
"ชดใช้?" มัทนาทวนคำเสียงสูง แววตาของเธอลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงคุกเข่าอยู่ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางของเขาขึ้นบังคับให้สบตาตรงๆ
"สิ่งที่คุณทำกับฉันมันมากกว่าคำว่า 'ผิดพลาด' ลีโอ มันคือการฆาตกรรมความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งให้ตายทั้งกลม... และตอนนี้ คุณเพิ่งจะสำนึกได้งั้นเหรอ? แค่เพราะกระดาษแผ่นเดียวที่ยืนยันว่าเด็กคนนี้คือสายเลือดของคุณเนี่ยนะ!"
มัทนาสะบัดหน้าหนีอย่างแรง ปล่อยให้ลีโอเซถลาไปตามแรงอารมณ์ที่เธอกระชากกลับ หัวใจของสถาปนิกสาวเต้นระรัวด้วยความโกรธและรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย แม้เธอจะรู้ดีว่าหัวใจส่วนลึกยังคงสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำและแววตาสำนึกผิดของเขา แต่เธอก็เตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า... มันยังไม่สาสม! สิ่งที่เธอกับลูกต้องเผชิญในอดีตมันเจ็บปวดกว่านี้เป็นร้อยเท่า ความเจ็บปวดนี้จะต้องถูกชดใช้ด้วยหยาดเหงื่อและหัวใจที่แตกสลายของเขาให้มากกว่านี้
บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของลีโอที่ยังคงนั่งทรุดร่างอยู่บนพื้น ขณะที่มัทนายืนกอดอกหันหลังให้อย่างไม่แยแส
ทว่า... ในวินาทีที่ความอดทนของทั้งสองฝ่ายมาถึงจุดเปราะบาง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกัน ก่อนที่บานประตูไม้สักทองจะถูกผลเปิดออกโดยปราศจากการอนุญาต
ร่างสูงโปรดของ 'คณิน' นักลงทุนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและพาร์ทเนอร์คนสำคัญก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมั่นใจ มือหนาถือแฟ้มเอกสารโครงการร่วมทุนชิ้นใหญ่ พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"ขอโทษทีครับที่รบกวนเวลาส่วนตัว... พอดีผมผ่านมารับคุณมัทไปดูพื้นที่ก่อสร้างโปรเจกต์ใหม่ตามนัดพอดี หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะ 'การไถ่บาป' ของคุณหรอกนะครับ... คุณลีโอ?"
ดวงตาคมกริบของคณินปะทะเข้ากับสายตาดุดันที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและโทสะอันคุกรุ่นของลีโอที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสนามรบขนาดย่อมในพริบตาเดียว เมื่อชายหนุ่มสองคนผู้ทรงอิทธิพลยืนประจันหน้ากันโดยมีมัทนายืนอยู่ตรงกลาง และก่อนที่ลีโอจะทันได้เอ่ยปากตอกกลับอะไรออกไป ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อตรงเข้าสู่ห้องทำงานก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสองขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาของมัทนาไว้แน่น
"คุณแม่ครับ! น้าคณินบอกว่าจะพาไปกินไอติม... เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้มาทำอะไรในห้องคุณแม่เหรอครับ?"
ลีโอตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม เมื่อดวงตากลมโตใสแป๋วที่ถอดแบบมาจากใบหน้าของเขาอย่างไร้ที่ติ เงີยขึ้นมองสบตาเขาตรงๆ พร้อมกับคำถามที่หยุดลมหายใจของคนทั้งห้องไว้บนเส้นด้าย!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "ชฎาพรายไวน์แดง"เสมือนลมหายใจเดียวกันนะคะ
ทายาทตระกูลดังกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 19
รอยร้าวในความเย่อหยิ่ง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!