เศรษฐินีพันล้านกับอดีตคู่ปรับสายคลั่งรัก•ตอนที่ 4

สั่งสอนยัยตัวเอกจอมปลอม

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
เสียงปรบมือเยาะเย้ยและเสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ราวกับฝูงผีเสื้อกลางคืนที่บินวนรอบกองไฟ ดวงตาหลายสคู่ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราต่างมองมาที่ลินินด้วยความสมเพชและเวทนา โดยเฉพาะ "มินตรา" นางเอกสาวแสนหวานผู้สวมชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้าจำแลง ที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหัวตาเบาๆ คล้ายคนอกสั่นขวัญแขวนจากเหตุการณ์เมื่อครู่ "ลินินคะ... ถึงคุณจะอยากได้ความสนใจมากแค่ไหน แต่การขโมยสร้อยเพชรของตระกูลอัครเดชโชติแล้วโยนความผิดให้พนักงาน มันเกินไปหน่อยนะคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นด้วยความสั่นเครือ รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่มุมปากของอีกฝ่ายนั้น ช่างทุเรศทุรังในสายตาของฉันเสียเหลือเกิน ฉัน—ลินิน ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ชวนมองแต่แฝงไปด้วยพิษร้าย ฉันกวาดสายตามองหน้าบรรดาไฮโซปลอมๆ ที่พร้อมจะเหยียบย่ำคนอื่นทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ โลกนิยายเดิมมันช่างน่าเบื่อเสียจริง นางเอกจอมปลอมกับพวกสมุนหัวอ่อน มักจะเล่นละครตบตาคนอื่นด้วยมุกตื้นๆ แบบนี้เสมอ ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้ว เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็บินมาจอดสนิทบนดาดฟ้าของโรงแรม แรงลมจากการพัดใบพัดกรรโชกเข้ามาจนผ้าม่านปลิวไสว ประตูห้องโถงเปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับในมือ... และบุคคลนั้นคือคนที่ลินินคาดไม่เคยถึงที่สุดในชีวิต! "ศิลา?" ฉันหลุดอุทานออกมาเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงชั่วขณะ ผู้ชายคนนี้... อดีตคู่ปรับทางธุรกิจผู้เย็นชาและเคยมองฉันเป็นศัตรูตัวฉกาจเมื่อชาติก่อน ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้? แถมยังอยู่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ขับให้ร่างสูงสง่าดูทรงอำนาจจนน่าเกรงขาม ศิลาไม่ได้ชายตามองคนรอบข้างเลยสักนิด สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองตรงมาที่ฉันเพียงคนเดียว ก่อนที่มุมปากหยักสวยจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่มันคือรอยยิ้มของ "นักล่า" ที่กำลังเจอเหยือกชิ้นโปรด "ขอโทษที่มา "เปย์" ช้าไปหน่อยนะคะ พอดีเครื่องบินส่วนตัวติดไฟแดงกลางอากาศนิดหน่อย" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาทำเอาทุกคนในห้องเงียบกริบราวกับป่าช้า มินตราที่กำลังตีบทแตกน้ำตาคลอเบ้าถึงกับหน้าถอดสี อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนแมลงวันลงไปได้ เพราะใครๆ ก็รู้ว่า "ศิลา" ทายาทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศไม่เคยชายตาแลผู้หญิงคนไหน ยิ่งเป็นงานสังคมแบบนี้ เขายิ่งไม่เคยปรากฏตัว แล้วทำไมเขาถึงมาโผล่ที่นี่เพื่อผู้หญิงที่กำลังตกเป็นจำเลยสังคมอย่างลินินล่ะ? ศิลาสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นอายบุรุษเพศลอยแตะจมูก ก่อนที่เขาจะหยุดยืนเคียงข้างฉันอย่างสนิทสนม ฝ่ามือหนายื่นออกมาโอบเอวบางของฉันไว้หลวมๆ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งจนฉันสะดุ้งเฮือก "คุณ... มาทำไมคะเนี่ย" ฉันกระซิบถามเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติกลับมาท่ามกลางความอลหม่าน "มารับว่าที่ภรรยา "เปย์" คนโปรดกลับบ้านค่ะ" ศิลาตอบหน้าตาเฉยแถมยังกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ จากนั้น เขาก็หันไปเผชิญหน้ากับผู้จัดการโรงแรมและกลุ่มไฮโซที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ศิลาปัดมือเรียกบอดี้การ์ดชุดดำด้านหลังให้ก้าวออกมาร2 คน พร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะกลางห้องเสียงดังสนั่น *ปัง!* "ก่อนที่พวกคุณจะกล่าวหาใคร ช่วยกรุณาใช้สมองอันน้อยนิดเปิดอ่านเอกสารนี่เสียก่อน... หรือถ้าสมองเสื่อมจนอ่านไม่ออก เดี๋ยวผมจะจ้างคนมาอ่านให้ฟังทีละตัวอักษรดีไหมครับ?" น้ำเสียงของศิลาไม่ได้ดังมาก แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนทุกคนไม่กล้าหายใจแรง มินตราหน้าซีดเผือดเป็นกระดาษ สองมือจิกเข้าหากันจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ เมื่อเห็นบอดี้การ์ดคนหนึ่งหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาฉายภาพจากกล้องวงจรปิดขึ้นจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ในห้อง ภาพบนจอแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนแอบหยิบสร้อยเพชรราคาแปดหลักหย่อนลงไปในกระเป๋าของฉัน... และคนๆ นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นมือขวาคนสนิทของมินตราเอง! "นี่มัน... นี่มันเรื่องเข้าใจผิดนะคะคุณศิลา!" มินตรารีบละล่ำละลักแก้ตัว น้ำตาที่เคยบีบออกมาตอนนี้ไหลทะลักจริงๆ ด้วยความหวาดกลัว "เข้าใจผิด? หึ..." ฉันแค่นجเสียงหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับยัยตัวเอกจอมปลอมด้วยรอยยิ้มที่สว่างไสวแต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ ฉันปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่ของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยที่ทำให้อีกฝ่ายขาอ่อนแรง "ร้อยล้านบาท... สำหรับสร้อยเส้นนี้ คุณมินตราคงต้องใช้เวลาทำงานสักกี่ชาติถึงจะหาซื้อได้เองคะ? น่าสงสารจังเลยนะคะ ที่ต้องมาขโมยของคนอื่นแบบนี้... อ้อ ลืมไป ฉันรวยกว่าคุณตั้งเยอะ อยากได้ทั้งโรงแรมนี้ยังได้เลยค่ะ สนใจไหมคะ เดี๋ยวฉันซื้อให้แล้วไล่คุณออกไปยืนตากฝนข้างนอกดีหรือเปล่า?" คำพูดฟาดฟันที่เจ็บแสบและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแต่มีเงินหนุนหลังแบบนี้ ทำให้มินตราทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยความอับอายขายหน้า เสียงซุบซิบนินทาเปลี่ยนทิศทางทันที จากที่เคยรุมประณามฉัน ตอนนี้ทุกคนต่างหันไปรุมประณามและสมเพชยัยนางเอกปลอมๆ คนนั้นแทน ฉันย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของมินตราขึ้นมาสบตากัน ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะอำนาจเงินและอิทธิพลมหาศาลของศิลากำลังค้ำคอพวกเธออยู่ "เกมยังไม่จบนะคะคุณมินตรา... เพราะของขวัญชิ้นใหญ่ที่ฉันเตรียมไว้ต้อนรับคุณ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก" ฉันกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน ทว่า ในขณะที่ฉันกำลังจะสะใจกับชัยชนะตรงหน้า ศิลากลับโน้มตัวลงมาประชิดใบหูของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ พร้อมกับคำพูดที่ทำให้หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น "จัดการคนอื่นเสร็จแล้ว... ถึงคิวตาฉันทวงรางวัล "ค่าจ้าง" คุ้มครองคุณบ้างแล้วล่ะครับที่รัก... คืนนี้ ห้ามปฏิเสธผมเด็ดขาด" ศิลาหยิบการ์ดสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงิน (Black Card) ออกมาคือกวัดแกว่งเล่นไปมาต่อหน้าต่อตาลินิน ก่อนจะยัดมันใส่มือของฉัน พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนประกายความคลั่งรักเอาไว้จนมิด... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูห้องจัดเลี้ยงก็ถูกล็อคจากด้านนอกด้วยฝีมือของบอดี้การ์ดของศิลา พร้อมกับเสียงประกาศกร้าวจากเขาที่สั่งปิดตึกโรงแรมนี้ทั้งหลังเพื่อ "เคลียร์บัญชีส่วนตัว" กับเธอเพียงลำพัง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปย์หัวใจให้ "ชาเขียวแก้วร้าย" นะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐินีพันล้านกับอดีตคู่ปรับสายคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%