เสียงล็อกกลอนประตูทองเหลืองหนักสนิทดัง “คลิก” สะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรู บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นห้องปิดตายที่บีบเค้นลมหายใจ ทว่าลินินกลับไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความตื่นตระหนก เธอยังคงยืนพิงขอบโต๊ะหินอ่อนด้วยท่าทีสบายๆ ปลายเรียวนิ้วข้างหนึ่งเคาะลงบนผิวกระจกคริสตัลใสที่มีแชมเปญสีอำพันกระเพื่อมไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นปกติ
ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองร่างสูงสง่าของศิลาที่ก้าวเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นผู้ล่าแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาชัดเจนจนคนทั่วไปคงเลือกที่จะวิ่งหนี แต่สำหรับลินิน... มันกลับเป็นเพียงความน่ารำคาญใจระดับอนุบาลที่เธอพร้อมจะดีดนิ้วปัดเป่าทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
“ล็อกห้องแบบนี้ กลัวว่าฉันจะหนีไปช้อปปิ้งจนหมดวงเงินในการ์ดใบนั้นหรือคะ, คุณศิลา”
น้ำเสียงหวานใสแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ลินินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นมองสำรวจการ์ดสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินที่ยังคงอยู่ในมือของเธอ สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะหายากสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ล่อตาล่อใจ แต่มันไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาของอดีตนางร้ายที่ตอนนี้ถือครองความมั่งคั่งมหาศาลจากระบบ
ศิลาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามจะค้นหาว่าภายใต้หน้ากากความมั่นใจนี้ซ่อนความหวาดกลัวอะไรไว้บ้าง แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่เย่อหยิ่งและท้าทาย
“เธอคิดจะเล่นเกมอะไรกันแน่, ลินิน” ศิลาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ ไหล่กว้างขยับเข้าใกล้จนเธอเกือบจะได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมผสมความเย็นยะเยือกที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา “จู่ๆ ก็พลิกบทบาทจากผู้หญิงที่วิ่งตามฉันอย่างไร้ศักดิ์ศรี กลายเป็นเศรษฐินีที่กว้านซื้อหุ้นบริษัทของฉันทีเดียวสามสิบเปอร์เซ็นต์... เธอเอาเงินมหาศาลมาจากไหน หรือไปเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้ซาตานที่ไหนมา”
ลินินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูระคายหูคนฟังเสียเหลือเกิน เธอขยับตัวเข้าหาเขาบ้าง ไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย ปลายจมูกแทบจะชนกันหากเธอขยับเข้าไปอีกนิด ความกล้าบ้าบิ่นนี้ทำให้สันกรามของศิลาขบเข้าหากันแน่นอย่างขัดใจ
“ขายวิญญาณเหรอคะ? ฟังดูน่าสนุกดีนะ แต่เสียดายที่ฉันไม่ต้องทำอะไรไร้สาระแบบนั้นหรอกค่ะ” ลินินยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน “คนเราเนี่ย ถ้าสมองดีและรู้จักโอกาส เงินมันก็ไหลมาเทมาเองแหละค่ะ... ต่างจากคุณ ที่ตอนนี้กำลังร้อนรนจนต้องมาดักรอฉันในห้องลับแบบนี้ เพราะกลัวว่าบริษัทที่บรรพบุรุษสร้างมาจะหลุดไปอยู่ในมือผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำใช่ไหมล่ะคะ?”
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้มือใหญ่ของศิลาเอื้อมมือออกไปตรึงขอบโต๊ะข้างลำตัวของลินินไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ ข่มขวัญด้วยส่วนสูงและอำนาจที่เขามีมาตลอดชีวิต
“เธอคิดว่าฉันมาที่นี่เพื่อขอความเมตตาจากเธออย่างนั้นสินะ?” ศิลาเค้น Aะเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนลินินรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปัดป่า1ข้างแก้ม “ผิดแล้ว... ฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกว่า ต่อให้เธอจะถือหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในมือ แต่ถ้าฉันไม่ยอมเซ็นรับรองโครงสร้างบอร์ดบริหารชุดใหม่ เธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี หุ้นพวกนั้นก็เป็นได้แค่เศษกระดาษไร้ค่าในมือเธอเท่านั้นแหละ, ลินิน”
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นในทันที แรงกดดันจากนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแผ่กระจายจนน่าอึดอัด แต่ลินินกลับไม่มีท่าทีสะท้านสะเทือน เธอยังคงรอยยิ้มพริ้มเพราไว้บนใบหน้า นิ้วมือเรียวยาวเลื่อนจากการถือการ์ดสีดำ มาเป็นการยกขึ้นแตะเบาๆ บนปกเสื้อสูทเนื้อดีของศิลา ราวกับกำลังปัดฝุ่นละอองที่มองไม่เห็นออกให้
“งั้นเหรอคะ... แปลว่าคุณศิลาผู้ยิ่งใหญ่ ยังไม่รู้สสินะคะว่า ‘เศษกระดาษ’ ที่คุณว่าเนี่ย มันกำลังจะกลายเป็นกิโยตินบั่นคอคุณในอีกสิบนาทีข้างหน้านี้แล้ว”
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองปฏิกิริยาของหญิงสาวอย่างพยายามวิเคราะห์ เธอนิ่งเกินไป มั่นใจเกินไป และไม่มีทีท่าว่ากำลังบลัฟเลยสักนิด
ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงปลดล็อกอัตโนมัติจากภายนอก ประตูห้องจัดเลี้ยงถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยบอดี้การ์ดส่วนตัวของศิลาเอง แต่ใบหน้าของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์กลับซีดเผือดราวกับกระดาษ และมีเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
“นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” บอดี้การ์ดละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ทางธนาคารกลางและกลุ่มทุนต่างชาติ... พวกเขาส่งตัวแทนมายื่นคำขาด แจ้งอายัดบัญชีเครดิตทั้งหมดของบริษัทเราแล้วครับ! แถม... แถมตอนนี้ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์กำลังดิ่งลงเหวเพราะมีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่กดราคาจนระบบรวนไปหมดแล้วครับ!”
ศิลาหันขวับไปมองลูกน้องทันที สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา เขากวาดสายตากลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นรอยยิ้มพึงใจที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มสวยนั้น
ลินินค่อยๆ ดึงมือออกจากปกเสื้อของเขา จัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่แผนการของฉันนะคะ, คุณศิลา... อ้อ แล้วก็ ขอบคุณสำหรับการ์ดใบนี้ด้วยนะ พอดีวงเงินของฉันมันยังเหลืออีกเยอะ เดี๋ยวฉันจะเอาไปรูดซื้อบริษัทของคุณต่อให้เสร็จๆ ไปเลยดีไหมคะ?”
ศิลายืนนิ่งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล ความพ่ายแพ้ที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้เขาพูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่ของเล่นไร้ค่า บัดนี้กลับกลายเป็นผู้กุมชะตาชีวิตทั้งหมดของเขาไว้ในกำมืออย่างเบ็ดเสร็จ
ในวินาทีที่ศิลากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอร้องเพื่อแลกกับการเจรจา ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงมายังห้องนี้ก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ... และบุคคลผู้นั้นคือคนที่ศิลากลัวที่สุดในวงการธุรกิจ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความแซ่บและร่วมเอาใจช่วยลินินนะคะ!
เศรษฐินีพันล้านกับอดีตคู่ปรับสายคลั่งรัก•ตอนที่ 5
ศิลาผู้ไม่เคยยอมใคร
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐินีพันล้านกับอดีตคู่ปรับสายคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!