เสียงกระแทกของกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมราคาแพงที่ร่วงลงกระทบพื้นหินอ่อน ส่งเสียงก้องกังวานไปทั่วโถงกว้างของคฤหาสน์หรู หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ดวงตาคู่คมจ้องมองลินินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"เธอ... เธอทำอะไรลงไปยัยลินิน! คิดว่ามีเงินสดแล้วจะไล่ฉันออกจากบ้านหลังนี้ได้เหรอคะพี่ภาคิน! ช่วยด้วยนะคะ! ดูอดีตภรรยาเสียสติคนนี้สิคะ กำลังจะไล่เราออกไปกลางถนนแล้วนะ!"
เสียงกรีดร้องแหลมสูงของช้องนางดังระงม เธอโผเข้าซบอดีตสามีของฉัน—ภาคิน นักธุรกิจหนุ่มผู้กำลังหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม มือหนาสั่นเทาขณะถือโฉนดที่ดินตัวจริงที่เพิ่งถูกพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นให้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ฉัน—ลินิน ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า ชุดสูทสีขาวเข้ารูปที่สวมอยู่ขับให้รัศมีเศรษฐินีพันล้านแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนในห้องต้องหายใจไม่ทั่วท้อง
"เสียสติเหรอคะ? หูฝาดหรือเปล่าคะคุณช้องนาง" ฉันก้าวเข้าไปใกล้ช้าๆ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนับถอยหลังความพินาศของคนทั้งคู่ "บ้านหลังนี้... และบริษัทที่พวกคุณกำลังสูบเลือดอยู่... ฉันเป็นคนซื้อ 'ทั้งหมด' ด้วยเงินสดของฉันเองค่ะ จำไม่ได้เหรอคะว่าเมื่อครู่เพิ่งเซ็นสัญญาไปหมาดๆ"
"เธอเอาเงินมาจากไหน! บริษัทใกล้จะล้มละลายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ!" ภาคินตวาดลั่น ใบหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นและอับอาย เขาจ้องหน้าฉันราวกับเห็นผี
"เงินของฉันจะมาจากไหน... มันก็เรื่องของฉันสิคะคุณอดีตสามี" ฉันยิ้มหวานหยดให้เขา ก่อนจะปรายตามองเอกสารในมือของช้องนาง "ส่วนเธอน่ะ... เก็บเศษขยะของเธอแล้วไสหัวออกไปจากบ้าน 'ของฉัน' ได้แล้วค่ะ ก่อนที่ฉันจะให้รปภ. มาโยนหัวออกไปจริงๆ"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ภาคินกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน เขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะเถียง เพราะตัวเลขในบัญชีบริษัทตอนนี้ติดลบแดงเถือก และถ้าไม่มีเงินทุนหมุนเวียนภายในสามวัน บริษัทอสังหาฯ ของตระกูลเขาต้องล้มละลายกลายเป็นบุคคลล้มละลายอย่างแท้จริง
ฉันไม่รอให้ทั้งคู่ได้โวยวายต่อ หมุนตัวหันหลังให้กับความน่าสมเพชนั้นทันที ปล่อยให้เสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งของช้องนางเป็นเพลงประกอบฉากหลังอันแสนไพเราะ
เป้าหมายต่อไปของฉัน ไม่ใช่การไล่เศษสวะพวกนี้ออกไปให้พ้นทาง... แต่มันคือการ 'ช้อนซื้อ' หุ้นของบริษัทที่พวกมันรักนักรักหนาในราคาถูกเหมือนได้เปล่าต่างหากล่ะคะ
รถหรูโรลส์-ройส์สีดำเงลับเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์โดยมีคนขับรถส่วนตัวเปิดประตูรอรับ ฉันก้าวขึ้นไปนั่งไขว่ห้างบนเบาะหนังแท้ราคาแพง กลิ่นอายของความมั่งคั่งและอำนาจลอยอบอวลอยู่ในห้องโดยสาร
"คุณลินินครับ ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วตามคำสั่งครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ
ศิลา... อดีตคู่ปรับทางธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เคยฟาดฟันกับฉันมานับครั้งไม่ถ้วนในชาติก่อน แต่ในชาตินี้ เขากลับเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาสนับสนุนฉันอย่างเงียบๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจทุกครั้งที่เห็นฉันเหยียบย่ำศัตรู
ฉันหันไปสบตากับเขา รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ขอบคุณสำหรับข้อมูลวงในนะคะคุณศิลา ไม่คิดเลยว่าคุณจะช่วยสืบเรื่องหุ้นของบริษัทตระกูลภาคินได้รวดเร็วขนาดนี้"
ศิลาหัวנסในลำคอเบาๆ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงมองตรงมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก "ผมไม่ได้ช่วยบริษัทนั้นหรอกครับ... ผมแค่ช่วย 'คุณ' ต่างหาก ลินิน"
นิ้วเรียวยาวของเขาเลื่อนแท็บเล็ตหน้าจอแสดงกราฟราคาหุ้นดิ่งลงเหวของบริษัทภาคินมาตรงหน้าฉัน "หุ้นตัวนี้กำลังจะถูกเทขายทิ้งในตลาดมืดช่วงบ่ายนี้ คนส่วนใหญ่คิดว่ามันคือขยะไร้ค่า... แต่สำหรับคุณ มันคือของขวัญชิ้นใหญ่ที่จะทำให้คุณกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในพริบตา"
ฉันกวาดตามองตัวเลขสีแดงฉานบนหน้าจอ รอยยิ้มที่มุมปากลึกขึ้นเรื่อยๆ หุ้นที่พวกมันคิดว่าเป็นขยะ... ฉันนี่แหละจะกว้านซื้อให้หมด แล้วหัวเราะเยาะใส่หน้าพวกมันในวันที่พวกมันต้องกราบตักอ้อนวอนขอความเมตตา
"ดีมากค่ะ..." ฉันเอ่ยเบาๆ ก่อนจะแบมือรับแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาถือไว้ "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมอำนาจนัก... งั้นเรามาเริ่มเปิดฉากด้วย 'งบหนึ่งล้านแรกกับการซื้อหุ้นตัวร้าย' กันดีกว่าค่ะ"
ฉันกดปลดล็อกหน้าจอเตรียมทำรายการโอนเงินผ่านระบบดิจิทัลระดับวีไอพี วงเงินมหาศาลที่ถูกตั้งค่าไว้พร้อมจะระเบิดมูลค่าความพินาศให้แก่ศัตรูในเสี้ยววินาที
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะแตะปุ่มยืนยันการทำธุรกรรมมูลค่าสรา้งประวัติศาสตร์ หน้าจอแท็บเล็ตกลับดับวูบลงทันที!
พร้อมกันนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความแปลกปลอมจากเบอร์แปลกก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของฉัน ข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาลมหายใจของฉันสะดุดกึกในอก
*[อย่าเพิ่งกดซื้อหุ้นตัวนั้น... ถ้าไม่อยากรู้ความลับว่าทำไมสามีเก่าของคุณ ถึงยอมขายวิญญาณให้ซาตานเมื่อสามปีก่อน]*
ดวงตากลมโตหรี่ลงทันที ฉันหันขวับไปมองหน้าศิลาที่ตอนนี้สีหน้าเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศภายในรถหรูพลิกผันจากความเร้าใจกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา
...นี่มันเกมซ้อนเกมอะไรกันแน่คะเนี่ย?
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมสนุกไปกับความแซ่บสายเปย์นี้นะคะ
เศรษฐินีพันล้านกับอดีตคู่ปรับสายคลั่งรัก•ตอนที่ 2
งบหนึ่งล้านแรกกับการซื้อหุ้นตัวร้าย
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐินีพันล้านกับอดีตคู่ปรับสายคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!