เศรษฐินีพันล้านกับอดีตคู่ปรับสายคลั่งรัก•ตอนที่ 1

ฟื้นขึ้นมาพร้อมเลขศูนย์ในบัญชีที่พุ่งทะยาน

ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
“เซ็นใบหย่าซะ, ลินิน... แล้วไสหัวออกจากตระกูลอัคราทิพย์ไปตัวเปล่าแบบที่เธอสมควรได้รับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกของ ‘ปรัชญ์’ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างสไตล์ยุโรป เพดานสูงระฟ้าที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลส่องแสงระยิบระยับ แข่งกับสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมาด้วยความสมเพช เวทนา และสะใจ ลินินกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า กลิ่นอายความอับชื้นผสมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยวนอยู่ในจมูก สมองของเธอกำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว—ใช่ เธอไม่ใช่คุณหนูตกอับผู้โง่เขลาในนิยายน้ำเน่าเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้ว เธคือ ‘ลินิน’ นักธุรกิจสาวมือฉกาจจากโลกปัจจุบันที่ดันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวร้ายหญิงที่จุดจบคือการถูกสามีทิ้งให้อดตายข้างถนน แต่ดูเหมือนว่า... โชคชะตาจะไม่ได้ใจร้ายกับเธอยิ่งขนาดนั้น *[ติ๊ง! ระบบ ‘เปย์คืนสนอง’ ทำงานสมบูรณ์แบบ]* *[ตรวจสอบพบว่าท่านกำลังถูกรังแกและทรัพย์สินกำลังจะถูกยึด... ระบบทำการปลดล็อกวงเงินฉุกเฉิน: 1,000,000,000 บาทถ้วน]* *[เงื่อนไขระบบ: ทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านเปย์ออกไปเพื่อตบหน้าพวกอวดดี จะถูกตีกลับเข้าบัญชีส่วนตัวคูณสิบเท่า พร้อมรับโบนัสความสะใจแบบเรียลไทม์!]* เสียงแจ้งเตือนจักรกลเย็นเยียบที่ดังขึ้นในหัว ทำให้ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดของลินินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่เพิ่งเห็นเหยื่อเดินเข้ามาติดกับ “มองหน้าฉันแบบนั้นหมายความว่ายังไง? หรือเธอยังหน้าด้านพอที่จะหวังสมบัติครึ่งหนึ่งของฉันอีก?” ปรัชญ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าภรรยาในนามที่ปกติจะกรีดร้องโวยวายและคุกเข่าอ้อนวอน กลับยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อน แถมยังส่งสายตาราวกับกำลังมองดูเศษสวะข้างถนนมาให้เขาอีก ลินินปรายตามองเอกสารหย่าในมือของทนายความประจำตระกูล เธอไม่ได้รีบร้อนเอื้อมมือไปรับมัน แต่กลับยกมือขึ้นกอดอก ปรับท่าทางให้ดูสง่างามและทรงอำนาจยิ่งกว่าเดิม เสื้อผ้าชุดหรูที่เธอกำลังสวมใส่ แม้จะดูยับย่นเล็กน้อย แต่ด้วยออร่าความเย่อหยิ่งที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ กลับทำให้คนรอบข้างรู้สึกหายใจไม่อิ่มขึ้นมาดื้อๆ “สมบัติของนายเหรอคะ, ปรัชญ์?” ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ตื่นได้แล้วค่ะคุณสามี... บริษัทที่พวกคุณภาคภูมิใจนักหนา ทุกวันนี้มันขับเคลื่อนด้วยเงินลงทุนจากฝั่งครอบครัวฉันไม่ใช่หรือไง หรือสมองส่วนความจำของนายมันฝ่อไปพร้อมกับรสนิยมการเลือกชู้รักแล้วล่ะคะ?” สิ้นเสียงหวานแต่เชือดเฉือน บรรยากาศภายในห้องโถงก็เงียบกริบลงทันที บรรดาญาติผู้ใหญ่และแขกเหรื่อที่มาร่วมเป็นสักขีพยานต่างสูดปากด้วยความตกใจ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาตบหน้าปรัชญ์ตรงๆ แบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะ ‘พิม, พิมพ์มาดา’ หญิงสาวหน้าตาแบ๊วใสที่ยืนเกาะแขนปรัชญ์อยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสี รีบซุกตัวเข้าไปหลบหลังไหล่กว้างทันที “ลินิน! เธอปากดีเกินไปแล้วนะ!” ปรัชญ์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด “ในเมื่อเธออยากเล่นแง่นัก ก็ไสหัวออกไปมือเปล่าซะ! ทนาย! เอาเอกสารมาให้เธอเซ็นเดี๋ยวนี้!” ทนายความชราก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจ เขายื่นปากกาและกระดาษแผ่นนั้นมาตรงหน้าลินิน มือที่ถือเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย ลินินก้มมองกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอยื่นมือเรียวสวยออกไปหยิบปากการาคาแพงจากมือทนายอย่างไม่รีบร้อน นิ้วเรียวเคาะลงบนด้ามปากกาเบาๆ เป็นจังหวะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาปรัชญ์ตรงๆ “เซ็นแน่ค่ะ... แต่ไม่ใช่ใบหย่า” “เธอหมายความว่ายังไง?” ปรัชญ์ขมวดคิ้วแน่น “ฉันหมายความว่า...” ลินินลากเสียงยาวอย่างจงใจ เธอตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงบนเอกสารอีกฉบับที่เธอเพิ่งดึงออกมาจากกระเป๋าถือของตัวเอง ซึ่งเป็นเอกสาร ‘เรียกคืนหนี้สินและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลอัคราทิพย์’ ที่เธอให้เลขาจัดการไว้ก่อนหน้านี้ “...พวกนายต่างหากล่ะคะ ที่ต้องไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้!” “เธอบ้าไปแล้วเหรอ! บ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดของตระกูลฉัน!” ปรัชญ์คำรามลั่นด้วยความเหลืออด เขาคิดว่าผู้หญิงตรงหน้าคงสติหลุดไปแล้วจากการถูกบอกเลิก “อ๋อเหรอคะ? ลองเช็คยอดเงินในบัญชีบริษัทของคุณดูสิคะคุณปรัชญ์... เผื่อว่าสมองที่ฝ่อไปจะได้ทำงานได้ดีขึ้นบ้าง” ลินินยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของปรัชญ์ก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่แค่เครื่องเดียว แต่โทรศัพท์ของบรรดาบอร์ดบริหารที่นั่งอยู่แถวนั้นต่างก็ส่งเสียงกรีดร้องพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย ปรัชญ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งค่อยๆ ซีดเผือดลงทีละน้อย สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปจนหมดสิ้น เมื่อเสียงปลายสายตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก *“ท่านประธานครับ! แหล่งเงินทุนหลักของเราถูกถอนออกจนหมดเกลี้ยง! บัญชีบริษัทถูกอายัด... เราล้มละลายแล้วครับ!”* โทรศัพท์ในมือของปรัชญ์ร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพงเสียงดังสนั่น เขาร่างกายเซถลาเกือบล้มลงไปกองกับพื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด หันขวับมามองภรรยาที่เขากำลังจะเขี่ยทิ้งราวกับเห็นผีสาง “เป็นไป1ไม่ได้... เธอเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนั้น! เธอมันก็แค่คุณหนูถังแตกไม่ใช่เหรอ!” ปรัชญ์พุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าแขนของลินิน แต่ทว่า... *เอี๊ยดดดด—!* เสียงเบรกของรถยนต์หรูราคาแพงหลายคันดังสนั่นหวั่นไหวจากลานจอดรถด้านนอก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นระเบียบของบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่กรูเข้ามาล้อมรอบห้องโถงไว้ในพริบตา ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนแทบกลืน คือร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาใหม่ ‘ศิลา’ นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ ผู้ชายที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของตระกูลอัคราทิพย์ และเป็นคนที่เคยประกาศกร้าวว่าจะทำลายล้างธุรกิจของปรัชญ์ให้พินาศย่อยยับ แต่ในเวลานี้... ศิลากลับเดินตรงเข้ามาหาลินินด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่หาดูได้ยาก ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของเธออย่างสนิทสนม “จัดการเรียบร้อยแล้วครับที่รัก... หนี้ทั้งหมดของบริษัทสารเลวนี้ ถูกกว้านซื้อไว้ในนามของผมหมดแล้ว และตอนนี้... ผมพร้อมที่จะเปย์คุณให้เป็นผู้หญิงที่รวยที่สุดในประเทศนี้แล้วครับ” ลินินหันไปสบตากับชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เธอยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ไม่มีวงเงินจำกัดขึ้นมาเคาะเบาๆ บนอกเสื้อสูทของปรัชญ์ที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความสิ้นหวัง “ลาขาดนะคะคุณอดีตสามี... ส่วนเธอน่ะ เก็บกระเป๋าแล้วไสหัวออกไปได้แล้วค่ะ เพราะบ้านหลังนี้... ฉันเพิ่งประมูลซื้อไว้เมื่อห้านาทีก่อนด้วยเงินสดค่ะ” (ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกกับ "ชาเขียวแก้วร้าย" นะคะ)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐินีพันล้านกับอดีตคู่ปรับสายคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%