หยาดฝนโปรยปรายลงมาดั่งห่าธนูจากสรวงสวรรค์ ซัดสาดผืนป่าไผ่เขียวชอุ่มให้กลายเป็นม่านสีเทาทึบตัน ในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวนั้น มีเพียงเสียงหยดน้ำกระทบใบไม้และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างกรายเข้ามาทีละน้อย
"ซ่อนตัวอยู่หลังม่านฝนเช่นนี้ คิดว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือของสำนักมารโลหิตไปได้จริงหรือ เฟยหลง?"
เสียงแหบพร่าดั่งเสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า ทะลืบผ่านสายฝนที่กำลังคำราม กลิ่นอายจิตสังหารเข้มข้นแผ่พุ่งออกมาราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด เงาร่างเจ็ดร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นทีละสายราวกับภูตผี พวกมันยืนล้อมรอบศาลาไม้เก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าไผ่ โดยมีร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวเปียกชุ่มนั่งพิงเสาศาลาอยู่
เฟยหลงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงใช้ปลายนิ้วดีดเศษใบไม้เปียกชุ่มในมือเล่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยซ่อนประกายความเย้ยหยันไว้ภายใต้แพขนตาสียาว รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา ดุจบุปผาที่แย้มบานท่ามกลางฤดูหนาวอันเหน็บหนาว
"ฝนตกหนักถึงเพียงนี้ พวกท่านยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาต้อนรับข้าถึงกลางป่า ช่างเป็น 'แขกผู้เกียรติ' ที่ข้าไม่อาจละเลยเสียมารยาทได้จริงๆ" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกับสหายสนิท มิใช่การเผชิญหน้ากับเหล่ามือสังหารอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ
ผู้นำกลุ่มมือสังหาร ซึ่งสวมหน้ากากรูปอสูรเขี้ยวยาว แค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ "ปากกล้าเช่นนี้ หวังว่าคมกระบี่ของเจ้าจะคมกล้าได้สักครึ่งหนึ่งของวาจา พลังอัสนีหวนคืนที่เจ้าภาคภูมิใจนักหนา ถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลวิญญาณโลหิตแล้ว ตอนนี้เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะรอวันเชือด!"
*ฉับพลัน!*
บรรยากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งขึ้นเป็นร้อยเท่า ค่ายกลอักขระสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นจากพื้นดินรอบศาลาไม้ เส้นสายพลังปราณมารพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นกรงเล็บอสูรขนาดยักษ์ที่พร้อมจะตะปบลงมาบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกสลาย
ทว่า ภายในศาลานั้น กลับมีสตรีอีกผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า นางคือไป๋ลี่หลิน
ไป๋ลี่หลินสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวคลอเคลียแผ่นหลังระหง แม้หยาดฝนจะโปรยปรายลงมาโดนตัวนาง แต่กลับระเหยกลายเป็นไอเย็นสีขาวบริสุทธิ์ก่อนจะทันได้สัมผัสผิวกาย ดวงตางามลึกล้ำดั่งห้วงน้ำแข็งพันปีคู่นั้นกวาดมองเหล่ามือสังหารด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"สุนัขรับใช้แห่งสำนักมาร... เสียงดังน่ารำคาญยิ่ง" น้ำเสียงของนางเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู แต่กลับกังวานใสราบบาดลึกถึงจิตวิญญาณ
มือเรียวดุจหยกขาวตวัดขึ้นเบาๆ กลางอากาศ อักษรเวทโบราณสีฟ้าครามปรากฏขึ้นรอบกายของนางทีละตัว ดุจดวงดาวที่ส่องประกายท่ามกลางราตรีอันมืดมิด
"ระวังนังสารเลวผู้นำวิชาอักษรเวทน้ำแข็งมาด้วย! ฆ่ามันก่อน!" ผู้นำกลุ่มมือสังหารคำรามลั่นสะท้านฟ้า
สิ้นเสียงคำสั่ง เงาร่างทั้งหกพุ่งทะยานเข้าใส่พร้อมกัน ประกายแสงจากอาวุธลับและดาบมารส2คมสะท้อนกับแสงสายฟ้าบนท้องฟ้าจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับน่าตื่นตระการตา จิตสังหารแหลมคมพุ่งตรงมาหมายปลิดชีพคนทั้งคู่ในกระบวนท่าเดียว
เฟยหลงถอนหายใจยาวนาน เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับไป๋ลี่หลินแวบหนึ่ง ทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาที แต่กลับมีความเข้าใจลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด
"ลี่หลิน ข้าบอกเจ้าแล้วว่าการเดินทางมากับข้ามีแต่เรื่องวุ่นวาย" เฟยหลงกล่าวพร้อมรอยยิ้มจาง
"พูดมาก... เจ้าจัดการฝั่งซ้าย ข้าจัดการฝั่งขวา" ไป๋ลี่หลินตอบรับสั้นๆ แต่มั่นคงดุจขุนเขา
*เปรี้ยง!*
ท้องฟ้าคำรามกึกก้อง สายฟ้าฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางศาลาไม้พอดี ในวินาทีนั้นเอง ร่างของเฟยหลงก็หายวับไปจากจุดเดิม ดุจภูตพรายที่เคลื่อนย้ายผ่านมิติ เร็วยิ่งกว่าลมพายุและร้ายกาจยิ่งกว่าอสุนีบาต
"อัสนีหวนคืน กระบวนท่าที่หนึ่ง - คมศรทะลวงนภา!"
เสียงตะโกนดังก้องกังวานพร้อมกับประกายแสงสีทองเจิดจ้าที่ระเบิดออกจากฝักกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดา แม้พลังจะถูกค่ายกลกดทับไว้ แต่กระแสปราณอัสนีที่สะสมมานานนับปีก็ทะลักทะลายออกมาดั่งเขื่อนแตก พลังปราณอันร้อนแรงและเกรี้ยวกราดแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง แผดเผาหยาดฝนรอบตัวให้กลายเป็นละอองไอสีขาวโพลนในพริบตา
*ฉั้วะ!*
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นปะปนกับสายฝน มือสังหารสำนักมารผู้หนึ่งยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างกายก็ถูกตัดขาดเป็นสองท่อนด้วยประกายกระบี่อันรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ความตายมาเยือนเร็วกว่าความเจ็บปวดเสียอีก
ในขณะเดียวกัน ทางด้านไป๋ลี่หลิน นางตวัดกระบี่เยือกแข็งในมือวาดเป็นวงโค้ง อักษรเวทโบราณนับร้อยตัวพุ่งเข้าประสานกับไอเย็นยะเยือก แช่แข็งพื้นดินและร่างของมือสังหารอีกสามคนที่พุ่งเข้ามาให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วพริบตา ความหนาวเหน็บระดับรบกวนไขกระดูกทำให้พวกมันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว
การปะทะกันครั้งแรกนี้ เต็มไปด้วยความดุเดือด เลือด และกลิ่นอายแห่งความตายที่อบอวลไปทั่วผืนป่าไผ่
ผู้นำสำนักมารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่า แม้จะใช้ค่ายกลวิญญาณโลหิตกดทับแล้ว เฟยหลงก็ยังสามารถปลดปล่อยพลังที่น่ากลัวเช่นนี้ออกมาได้ แววตาของมันฉายแววหวาดกลัวเป็นครั้งแรก
"พวกเจ้า... เป็นใครกันแน่?!" ผู้นำมารคำรามเสียงสั่น
เฟยหลงก้าวเดินผ่านม่านฝนมาอย่างเชื่องช้า ปลายกระบี่ไม้ไผ่ชี้ลงพื้น หยดเลือดสีแดงสดหยดลงกระทบผืนน้ำที่ขังอยู่ เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไป เขายิ้มให้กึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นฉายประกายเย้ยหยันฟ้าดิน
"ข้าก็เป็นเพียงคนเดินทางผู้หนึ่ง ที่บังเอิญมีหนี้แค้นที่ต้องชำระ... และบังเอิญว่า พวกเจ้าเลือกเวลามาตายได้ไม่เหมาะเอาเสียเลย"
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตกเป็นฝ่ายได้เปรียบนั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยคำรามด้วยเสียงฝน กลับเงียบสงบลงอย่างกะทันหัน ความเงียบอันผิดปกตินี้แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ
ลมพายุที่เคยพัดกระหน่ำหยุดนิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกหยุดไว้
ไป๋ลี่หลินขมวดคิ้วเรียวงามเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้านางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที นางหันไปมองยังเบื้องบนยอดไผ่สูงชันที่ถูกความมืดปกคลุม
"เฟยหลง... ระวังตัวด้วย" เสียงของนางเอ่ยเตือนด้วยความร้อนรนเป็นครั้งแรก
บนยอดไผ่สูง เงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งกำลังยืนไขว้หลังมองลงมา แววตาทรงอำนาจคู่นั้นดุจดั่งพญาอินทรีที่มองเหยื่อเบื้องล่าง และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเฟยหลงกระตุกวูบ คือสัญลักษณ์รูป 'ดวงอาทิตย์กลืนจันทรา' ที่ปักอยู่บนอกเสื้อของมัน... มันคือผู้ตรวจการลับจากสำนักกระบี่เทวะ สำนักเก่าแก่ที่เขาเคยทรยศหักหลัง!
"ศิษย์น้อง... เจ้าซ่อนตัวได้ดีไม่เลวเลยนี่" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับมาจากทุกทิศทุกทาง "แต่น่าเสียดาย ที่กฎของสำนัก... มีไว้เพื่อสังหารผู้ฝืนลิขิตเช่นเจ้าเท่านั้น"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าสายฝนและคมกระบี่ไป1พร้อมกันในบทนี้นะครับ
เงาอัสนีสยบมังกร คืนรังคิมหันต์•ตอนที่ 2
ประกายอัสนีกลางสายฝน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอัสนีสยบมังกร คืนรังคิมหันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
