"ศิษย์น้อง... เจ้าซ่อนตัวได้ดีไม่เลวเลยนี่"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังยังคงสะท้อนก้องกังวานอยู่ในหูของเฟยหลง แม้ว่าเจ้าของเสียงจะยังไม่ปรากฏกาย ทว่าแรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ ก็แผ่ซ่านกดทับลงมาจนพื้นหิมะเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นรัศมีวงกลม
เฟยหลงไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขายังคงยืนนิ่งอยู่ในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่า มือข้างหนึ่งกุมด้ามกระบี่อัสนีที่ยังหลบซ่อนอยู่ในฝัก รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่บนใบหน้าคล้ายคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ประกายตาในยามนี้กลับคมกริบดั่งคมมีดที่ผ่านการเจียระไนจากหินผาพันปี
"ศิษย์พี่ใหญ่จ้าว... ท่านยังคงขยันขันแข็งเช่นเดิม แม้แต่ลมหายใจของมดปลวกในสำนัก ก็ยังไม่รอดพ้นจากการตรวจสอบของท่านสินะ" เฟยหลงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้องผ่านความหนาวเหน็บของหุบเขารอยต่อ
ฟุบ!
เงาร่างสีขาวสายหนึ่งพุ่งแหวกเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาเบื้องหน้า ร่างนั้นสูงโปร่ง สง่างาม ทว่าแผ่ไอสังหารเย็นยะเยือกออกมาจนหยดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม จ้าวเทียนหยู... ศิษย์เอกผู้สืบทอดกระบี่เทวะแท้จริงในปัจจุบัน ยืนจ้องมองอดีตสหศิษย์ด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูซากศพเดินได้
"เฟยหลง... เจ้าทรยศต่อสำนัก สังหารผู้อาวุโส และชิงเอา 'คัมภีร์อัสนีหวนคืน' ไป วันนี้ ต่อให้เจ้ามีปีกบินหนี ก็อย่าหวังว่าจะรอดพ้นเงื้อมมืออาญาสวรรค์ไปได้!" จ้าวเทียนหยูสะบัดมือขวา คมกระบี่สีทองอร่ามก็พุ่งออกจากฝัก แผ่พุ่งรังสีปราณกระบี่ทะลวงฟ้าจนม่านเมฆสีเทาเบื้องบนแยกตัวออกเป็นทางยาว
"ทรยศงั้นหรือ?" เฟยหลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเจือความเย้ยหยันและร้าวรานลึกซึ้ง "สิ่งที่เรียกว่าสำนักกระบี่เทวะในทุกวันนี้ เป็นเพียงซากศพที่เน่าเฟะภายใต้หน้ากากคุณธรรม ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านหลับตาข้างหนึ่งให้กับความเน่าเฟะเหล่านั้นได้ แต่ข้า 'เฟยหลง' ผู้นี้ ทำไม่ได้!"
"เช่นนั้น... ก็มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะล้างมลทินให้แก่เจ้า!"
จ้าวเทียนหยูไม่กล่าวพร่ำทำเพลงอีกต่อไป ร่างของเขากลายเป็นสายฟ้าสีทองพุ่งเข้าใส่พร้อมกระบวนท่า 'อัสนีสะท้านนภากาศ' คมกระบี่กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหู มิติรอบด้านบิดเบี้ยวจากความร้อนรุนแรงของพลังปราณ
เปรี้ยง!
ประกายแสงสีทองและสีครามปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง หิมะนับล้านเกล็ดถูกแผดเผาและกลายเป็นไอระเหยในพริบตา เฟยหลงถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าแต่ละก้าวฝังลึกจมลงไปในพื้นศิลาใต้ชั้นหิมะ เลือดสีแดงสดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของเขา
"ฮ่าๆๆ ฝีมือของเจ้าพัฒนากล้าแข็งขึ้นนี่ศิษย์น้อง แต่ทว่า... ปราณอัสนีของเจ้ามันขาดความบริสุทธิ์ เพราะเจ้ามันเป็นแค่พวกนอกรีตที่หลงทาง!" จ้าวเทียนหยูเย้ยหยัน เงื้อกระบี่เตรียมเผด็จศึกในกระบวนท่าเดียว
ทว่า ในวินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือนนั้นเอง...
ซ่า... ซ่า...
เสียงราวกับเกล็ดน้ำแข็งนับล้านกระทบกันอย่างแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังจนกดทับเสียงคำรามของสายฟ้าให้เงียบลงได้ในพราบตา อุณหภูมิโดยรอบลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็งในชั่วพริบตา ลมหายใจของทั้งจ้าวเทียนหยูและเฟยหลงกลายเป็นไอสีขาวหนาตา
จ้าวเทียนหยูชะงักฝีเท้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที เขากวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความระแวดระวัง "ใครกัน? ออกมา!"
ท่ามกลางม่านหิมะที่โปรยปรายลงมาหนาแน่นขึ้น ร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างช้าๆ
นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดารากรด้วยด้ายเงิน เส้นผมสีดำสนิทราวกับรัตติกาลยาวสลวยถึงกลางหลัง ใบหน้ารูปไข่สวยงามไร้ที่ติ ทว่าเรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ดั่งรูปสลักจากหยกสวรรค์
ในมือเรียวบางคู่นั้นถือกระบี่ฝักสีฟ้าครามใสราวกับน้ำแข็งพันปี เพียงแค่ก้าวแรกที่นางเหยียบลงบนพื้น หิมะรอบกายก็แปรเปลี่ยนเป็นผลึกแก้วใสระยิบระยับ
ไป๋ลี่หลิน... นางเซียนแห่งวังน้ำแข็งพันปี
"เขตแดนวังน้ำแข็ง... ผู้ใดอนุญาตให้พวกเจ้ามาส่งเสียงดังรบกวนความสงบ ณ ที่แห่งนี้?"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยือก ราวกับสายลมจากขั้วโลกเหนือที่สามารถแช่แข็งวิญญาณของมนุษย์ให้แตกสลายได้ในคำพูดเดียว นางไม่ได้ปรายตาแลมองจ้าวเทียนหยูแม้แต่น้อย ดวงตาสงบนิ่งคู่นั้นทอดมองตรงมายังเฟยหลงที่กำลังบาดเจ็บอยู่เบื้องหน้า
จ้าวเทียนหยูขมวดคิ้วแน่น แม้เขาจะเป็นถึงศิษย์เอกสำนักกระบี่เทวะ แต่ยามเผชิญหน้ากับนางเซียนผู้เลื่องชื่อแห่งดินแดนรกร้างน้ำแข็งนี้ เขากลับสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว "แม่นาง... ข้ากำลังชำระสะสางความแค้นภายในสำนัก หวังว่าท่านจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว..."
ไป๋ลี่หลินไม่ตอบคำพูดของเขา นางเพียงแค่ยกมือขึ้นเรียวหนึ่ง นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังทิศทางที่จ้าวเทียนหยูยืนอยู่
เพล้ง!
อักษรเวทโบราณสีฟ้าครามปรากฏขึ้นกลางอากาศนับร้อยตัว หมุนวนรอบตัวนางด้วยความเร็วสูง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่จ้าวเทียนหยูอย่างดุดัน รวดเร็ว และไร้ซึ่งความปรานี
จ้าวเทียนหยูหน้าถอดสี รีบยกกระบี่ขึ้นตั้งรับสุดกำลัง ปราณกระบี่ทองคำปะทะเข้ากับอักษรเวทน้ำแข็งจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ร่างของเขาถูกแรงกระแทกซัดจนกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบวา กระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
"ความแค้นของสำนักเจ้า... ไร้ค่าเกินกว่าจะนำมาแปดเปื้อนผืนหิมะแห่งนี้" ไป๋ลี่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น นางหันกลับมามองเฟยหลง ดวงตาคู่งามที่เคยเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ กลับไหววูบลงเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยเลือดที่มุมปากของเขา
เฟยหลงฝืนยิ้มออกมา แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งร่าง เขากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "แม่นางไป๋... ไม่พบกันนาน ฝีมือของเจ้ายังคงเยือกเย็นและงดงามไม่เปลี่ยน"
ไป๋ลี่หลินไม่ตอบคำถามนั้น นางก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางลอยปะปนมากับไอเย็น มือเรียวยื่นออกไปสัมผัสที่หัวไหล่ของเฟยหลงเพื่อถ่าย
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของนางแตะโดนตัวเขานั้นเอง ประกายสายฟ้าสีทองเส้นเล็กที่ซ่อนอยู่ภายในบาดแผลของเฟยหลงก็เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ร1ะเบิดออกอย่างรุนแรง!
ตูม!
แรงระเบิดทำให้ร่างของทั้งสองเซถอยหลังไปคนละก้าว ไป๋ลี่หลินขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเล็กน้อย นางสะบัดแขนเสื้อเพื่อสลายพลังสายฟ้านั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว แต่สายตาของนางในยามนี้กลับจับจ้องไปยังร่องรอยบาดแผลบนอกเสื้อของเฟยหลงที่ถูกฉีกขาดออก เผยให้เห็นรอยประทับลึกลับบางอย่างที่สลักอยู่บนผิวเนื้อ
รอยประทับรูป 'มังกรทมิฬกลืนสุริยัน'... ตราประทับต้องห้ามแห่งดินแดนบรรพกาลที่สูญหายไปนับหมื่นปี!
ดวงตาคู่สวยของไป๋ลี่หลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยประกายความตกตะลึงและหวาดหวั่นอย่างที่ผู้คนไม่เคยได้เห็นมาก่อนในรอบพันปี
"เจ้า..." ไป๋ลี่หลินเอ่ยเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "เหตุใด... ร่างกายของเจ้าจึงมี 'ตราประทับมังกรโลหิต' สถิตอยู่? เจ้าไปเอาความลับนี้มาจากที่ใดกัน!"
เฟยหลงหุบยิ้มลง สีหน้าของเขากลับกลายเป็นเคร่งขรึมและจริงจังขึ้นมาทันที เขามองสบตาเข้าไปในดวงตาคู่สวยของนาง ราวกับต้องการสื่อความหมายบางอย่างที่เก็บงำไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งวิญญาณ
ทว่า ก่อนที่เฟยหลงจะได้เอ่ยปากตอบคำใดออกไป ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยมีหิมะโปรยปราย กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา!
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีเลือดเส้นมหึมาผ่าฟาดลงมาตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง ร่างเงาสوงใหญ่สวมเกราะทองคำโบราณปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าคำราม เสียงก้องกังวานราวกับเสียงประกาศิตจากสวรรค์ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา
"ผู้ใดที่ล่วงรู้ความลับแห่งมังกรโลหิต... วันนี้... ต้องตายสถานเดียว!"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายลมหนาวไปด้วยกันนะครับ
เงาอัสนีสยบมังกร คืนรังคิมหันต์•ตอนที่ 3
เงาจันทราที่วังน้ำแข็ง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอัสนีสยบมังกร คืนรังคิมหันต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
