หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 12

เสียงร้องแรกของพยานรัก

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“แม่จ๋า... แม่ร้องไห้ทำไมหรือครับ เจ็บแผลตรงนั้นอีกแล้วใช่ไหม ให้ต้นกล้าเป่าเพี้ยงให้หายนะ” เสียงใสแจ๋วราวกับกระดิ่งแก้วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้น พร้อมกับมือป้อมเล็กที่เอื้อมมาซับหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนของม่านไหมอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วกุดๆ ของเด็กน้อยเกลี่ยไล้คราบน้ำตาบนผิวหน้าของมารดาด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเกินวัย ดวงตากลมโตใสแจ๋วถอดแบบมาจากใครบางคนราวกับพิมพ์เดียวกัน—ดวงตาคมกริบ คิ้วหนาเข้ม และสันจมูกโด่งรั้นที่แม้จะยังอยู่ในวัยเด็ก แต่ก็ฉายแววความดื้อรั้นและมั่นคงในที ม่านไหมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ร่างกายของเธอยังคงหลงเหลือความระบมจากการผ่าตัดใหญ่เมื่อสี่ปีที่แล้ว แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับรอยแผลเป็นในใจที่เธอต้องแบกรับไว้ลำพังตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หญิงสาวดึงร่างเล็กป้อมของลูกชายเข้ามากอดแนบอก สูดดมกลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นที่ช่วยเยียวยาหัวใจที่เคยแตกสลายให้กลับมารวมตัวได้อีกครั้ง “แม่ไม่ได้เจ็บค่ะ คนเก่งของแม่... แม่แคมีความสุข ที่มีต้นกล้ามาเป็นดวงใจของแม่ต่างหากล่ะคะ” ม่านไหมกระซิบเสียงเครือ เรียวปากอิ่มแย้มยิ้มทั้งน้ำตา ขณะกดจูบลงบนหน้าผากมนของลูกชายซ้ำๆ ความรักความผูกพันที่หล่อเลี้ยงกันมาในวันที่โลกทั้งใบหันหลังให้ ทำให้เธอกลายเป็นเพชรแท้ที่ไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ย้อนกลับไปในวันที่เธอตัดสินใจหันหลังให้กับคฤหาสน์หลังใหญ่ของอัคคี—สามีผู้เย็นชาที่เห็นเธอเป็นเพียงอากาศธาตุและเครื่องประดับราคาแพง วันนั้นเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในครรภ์มีหนึ่งชีวิตกำลังเติบโตขึ้นมา ท่ามกลางความหนาวเหน็บและความโดดเดี่ยวในเมืองต่างจังหวัดที่ไม่มีใครรู้จัก ม่านไหมต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยสองมือเพื่อปกป้องสายเลือดเนื้อเชื้อไขคนเดียวในท้องจนกระทั่งเด็กชายตัวน้อยลืมตาดูโลกในค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำ เสียงร้องแรกของพยานรักในวันนั้น คือเสียงระฆังแห่งชีวิตใหม่... เสียงที่บอกเธอว่า โลกใบนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว “คุณแม่ขา วันนี้คุณน้าใจดีซื้อไอศกรีมรสช็อกโกแลตมาฝากต้นกล้าด้วยนะฮะ ต้นกล้าเก็บไว้ให้คุณแม่ครึ่งหนึ่งเลย มากินด้วยกันเร็ว ๆ สิครับ” เด็กชายตัวน้อยผละออกจากอ้อมกอด วิ่งดุ๊กดิ๊กไปหยิบถ้วยไอศกรีมในตู้เย็นด้วยความตื่นเต้น ท่าทางกระตือรือร้นและรอยยิ้มแป้นแล้นนั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับอัคคีในยามเด็กเสียเหลือเกิน—ภาพที่เธอเคยเห็นจากอัลบั้มรูปเก่า ๆ ในห้องทำงานของเขา ม่านไหมมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจเต้นระส่ำด้วยความหวาดกลัวลึก ๆ ว่า สักวันหนึ่ง สายสัมพันธ์ทางสายเลือดอาจนำพาอดีตสามีผู้ไร้หัวใจคนนั้นให้ก้าวเข้ามาพรากแก้วตาดวงใจไปจากอ้อมอกของเธอ “ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางแย่งลูกไปจากฉันได้” ม่านไหมพึมพำกับตัวเองด้วยแววตากร้าวแกร่งขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อลูกชายหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มไร้เดียงสา ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา แม้อัคคีจะพลิกแผ่นดินตามหาภรรยาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับอากาศธาตุ แต่เขากลับไม่เคยล่วงรู้เลยว่า เงาอันเลือนรางของหญิงสาวที่เขาเคยละเลย ได้ให้กำเนิดพยานรักที่ถอดรหัสพันธุกรรมของเขามาทุกกระเบียดนิ้ว และบัดนี้ โชคชะตาก กำลังจะเหวี่ยงวงล้อแห่งอดีตให้กลับมาปะทะกันอีกครั้งด้วยแรงเหวี่ยงที่รุนแรงกว่าเดิม ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องพักดังขึ้นขัดจังหวะความอบอุ่นภายในครอบครัวแม่ลูก ม่านไหมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เนื่องจากที่นี่คือย่านชุมชนเงียบสงบ และเธอก็ไม่ได้นัดหมายใครไว้ในยามบ่ายเช่นนี้ “เดี๋ยวแม่ไปดูให้นะคะ ต้นกล้ากินไอศกรีมรอตรงนี้ก่อนนะ” เธอกำชับเสียงนุ่ม พลางลุกขึ้นยืนแล้วจัดชายเสื้อให้เรียบร้อย เดินตรงไปยังประตูห้องด้วยฝีเท้าที่ระมัดระวัง กลอนประตูกถูกปลดล็อกทีละชั้น ม่านไหมแง้มบานประตูออกเพียงเล็กน้อยเพื่อมองลอดผ่านช่องแคบ ทว่าวินาทีแรกที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับที่คุ้นตา คล้ายกับลมหายใจของเธอถูกกระชากหายไปจากทรวงอก ร่างกายชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ความทรงจำอันเจ็บปวด เสียงดูแคลน และแววตาเย็นชาคู่นั้นพรูทะตู้เข้ามาในห้วงคำนึงราวกับภาพสלੋว์โมชั่น อัคคี... เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร! นัยน์ตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้กวาดมองมาที่ตัวเธอในทันที แต่สายตานั้นกลับเลยผ่านไหล่ของเธอเข้าไปภายในห้องโถงเล็ก ๆ ก่อนที่ฝ่าเท้าหนาจะก้าวล้ำเข้ามาอย่างถือวิสาสะ โดยที่ม่านไหมยังไม่ทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ “คุณ... เข้ามาไม่ได้นะ!” เสียงของเธอตื่นตระหนก พยายามดันร่างสูงเอาไว้แต่ไร้ผล แรงของหญิงสาวหรือจะสู้แรงบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแรงโหยหามานานแรมปี อัคคีหยุดชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อภาพเบื้องหน้าสะท้อนเข้าสู่เรตินา บนโซฟาตัวเก่ามีเด็กชายตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังถือถ้วยไอศกรีมค้างไว้ ดวงตากลมโตคู่นั้นหันมามองผู้มาเยือนแปลกหน้าด้วยความสงสัย—ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นทรงนั้น... และริมฝีปากที่หยักเป็นกระจับแบบนั้น ช่างถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยมนต์สะกด อัคคีรู้สึกเหมือนมีค้อนปอนด์ขนาดมหักษ์ทุบลงกลางศีรษะ หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดสี่ปีเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งจนแทบทะลุออกมานอกอก ขณะที่มุมปากหยักลึกเริ่มกระตุกขึ้นด้วยรอยยิ้มทั้งหยาดน้ำตาและรอยแค้นเคืองปนความตกตะลึง “เด็กคนนี้... ลูกใคร” เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาแหบพร่าสั่นเทาจนแทบไม่เป็นภาษา นัยน์ตาคมกริบจับจ้องไปยังเด็กชายสลับกับอดีตภรรยาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกาย ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%