"หายใจเข้าลึกๆค่ะคุณแม่ อีกนิดเดียวนะคะ..."
เสียงพยาบาลสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่นท่ามกลางห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหวัง ม่านไหม (ลลิล) เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บปวดจากการบีบรัดของร่างกายในช่วงวินาทีชีวิตแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู ทว่าในความเจ็บปวดเจียนตายนั้น กลับไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย หัวใจดวงน้อยที่เคยแหลกสลายด้วยน้ำมือของสามีผู้เย็นชา บัดนี้กลับถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะลืมตาดูโลก
ภาพใบหน้าของอัคคี (คีย์) ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้เยื่อใย แวบเข้ามาในห้วงความคิดชั่วขณะ... แต่แปลกเหลือเกินที่มันไม่ได้สร้างความเจ็บปวดหรือน้ำตาแห่งความอาลัยอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความว่างเปล่า และความรู้สึกขอบคุณ... ขอบคุณความใจร้ายของเขาในวันนั้น ที่ผลักไสให้เธอกล้าก้าวเดินออกมา จนได้ค้นพบว่าผู้หญิงอย่างเธอก็มีปีกที่บินได้สูงส่งด้วยตัวเอง
*อุแว้... อุแว้...*
เสียงร้องอันทรงพลังดังก้องกังวานไปทั่วห้อง ราวกับบทเพลงสรรเสริญชีวิตใหม่ หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคล้นสองหน่วยตาและร่วงเผาะลงบนหมอน ม่านไหมแย้มยิ้มทั้งน้ำตา เมื่อพยาบาลประคองทารกน้อยตัวจิ๋วผิวพรรณผุดผาดมาแนบอก
"เด็กผู้ชายค่ะคุณแม่ สมบูรณ์แข็งแรงมากค่ะ"
ดวงตากลมโตมองทารกน้อยในอ้อมแขนด้วยความรักท่วมท้น ดวงหน้าจิ้มลิ้มนั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับใครบางคนเสียเหลือเกิน ทว่าเด็กน้อยคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอ เป็นโลกทั้งใบที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ และเป็นสิทธิ์ขาดของม่านไหมแต่เพียงผู้เดียว อัคคีไม่มีวันได้พรากหยดน้ำตานี้ไปจากเธอได้อีกแล้ว
ผ่านไปหลายเดือน...
เรือนพักกายริมทะเลสาบอันเงียบสงบกลายเป็นอาณาจักรแห่งความสุขของสองแม่ลูก แสงแดดสีทองสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างอบอุ่น ม่านไหมในวัยที่งดงามสะพรั่งยิ่งกว่าเดิม แม้จะผ่านมรสุมชีวิตอย่างหนักหน่วง ทว่ารอยยิ้มที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มนั้นฉายชัดถึงความมั่นคงภายใน
"คุณแม่ขา เจ้าตัวเล็กตื่นหรือยังครับ วันนี้ต้นกล้าจะเอานิทานมาอ่านให้น้องฟังนะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ของน้องต้นกล้าที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นถอดแบบมาจากประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน ทว่ารอยยิ้มและจิตใจที่อ่อนโยน กลับเป็นสิ่งที่ม่านไหมหล่อหลอมและปลูกฝังให้เขาด้วยความรักความเข้าใจ
ม่านไหมวางมือจากการเย็บปักถักร้อย เธอย่อตัวลงสวมกอดลูกชายคนโตไว้แนบอก สูดกลิ่นหอมสะอาดจากซอกคอเด็กน้อยด้วยความชื่นใจ ชีวิตในตอนนี้ช่างสมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องมีเงาของสามีเก่าผู้เย็นชา ไม่จำเป็นต้องร้องขอความรักจากใครอีกต่อไป เธอยืนหยัดได้อย่างสง่างามด้วยลำแข้งของตนเอง ธุรกิจร้านเสื้อผ้าแฮนด์เมดของเธอกำลังไปได้สวย และที่สำคัญที่สุด หัวใจของเธอกลับมาเป็นอิสระและแข็งแกร่งดั่งเพชรแท้
"น้องยังหลับอยู่ครับคนเก่ง แต่หนูเข้าไปหาน้องเบาๆ ได้นะลูก" ม่านไหมลูบผมนุ่มสลวยของลูกชายด้วยความรัก
ทว่า ในขณะที่ความสงบสุขกำลังโอบกอดสองแม่ลูกไว้ในความอบอุ่น...
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าบ้านเบาๆ ก็ดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศอันแสนสุข ม่านไหมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่มีใครล่วงล้ำ นอกเหนือจากเพื่อนสนิทไม่กี่คน
เธอค่อยๆ ประคองร่างระหงลุกขึ้นเดินไปที่ประตู โดยมีน้องต้นกล้าเกาะชายกระโปรงตามมาติดๆ มือเรียวดึงผ้าม่านบังตาออกเพื่อมองดูแขกผู้มาเยือนในยามบ่าย
ทว่า วินาทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า... ลมหายใจของม่านไหมก็พลันสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาและไร้หัวใจ บัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ร่องรอยความสำนึกผิด และประกายตาไหวระริกที่เธอกล้าพูดได้เลยว่า ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้... อัคคีมายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว!
ดวงตาคมกริบของอัคคีมองผ่านกระจกเข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยที่ยืนโผล่หน้าอยู่ข้างAกายม่านไหม และเมื่อสายตาของอัคคีเลื่อนกลับมาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและไม่หวั่นเกรงของอดีตภรรยา ริมฝีปากหยักลึกก็สั่นระริกจนแทบเอ่ยคำใดไม่ออก
"ม่านไหม... พี่... พี่เจอเธอแล้ว"
ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 11
ชีวิตที่เติบโตงดงาม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!