กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และวานิลลาอบอวลไปทั่วพื้นที่ร้านเบเกอรี "Muan Mai Bake" ร้านขนมชื่อดังย่านใจกลางเมืองที่ต้องจองคิวล่วงหน้าเป็นแรมเดือน แต่ม่านไหมในผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตากลับไม่ได้สนใจชื่อเสียงหรือยอดขายที่ถล่มทลายในเวลานี้เลย สองมือเรียวบางที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อสี่ปีอน บัดนี้มั่นคงและเปี่ยมด้วยพลังแห่งความสำเร็จ เธอกำลังบรรจงตกแต่งเค้กแต่งงานชั้น 3 ด้วยความประณีต ทุกสัมผัสที่จรดลงไปคือเครื่องยืนยันว่าผู้หญิงที่เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่าคนนั้น ได้ตายไปพร้อมกับทะเบียนสมรสใบหย่าเมื่ออดีตกาลแล้วค่ะ
"คุณแม่ครับ... น้องต้นกล้าช่วยจัดกล่องคุกกี้เสร็จแล้วนะครับ คนเก่งสมควรได้รับรางวัลเป็นมาการ์ตูนสักชิ้นไหมครับเนี่ย"
เสียงใสแจ๋วราวนกกระจาบดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบเศษในชุดเอี๊ยมยีนส์ตัวจิ๋ว เจ้าตัวน้อยวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะโครงหน้าครึ่งซีกที่ถอดแบบมาจากประธานหนุ่มผู้เย็นชาคนนั้นราวกับพิมพ์เดียวกัน ทำให้ม่านไหมต้องระบายยิ้มออกมาด้วยความรักท่วมท้น เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าใช้ผ้าเช็ดมือสะอาดเช็ดเหงื่อไคลตามไรผมให้ลูกชายด้วยความทะนุถนอม
"เก่งมากเลยค่ะลูกชายของแม่... ไหน ใครเป็นคนสอนให้ใช้คำว่า 'คนเก่งสมควรได้รับรางวัล' แบบนี้กันคะเนี่ย" ม่านไหมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นัยน์ตาทอประกายความสุขล้นปรี่ ปัดเป่าความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันให้มลายหายไปสิ้น
"ก็คุณตาสอนมาครับ! คุณตาบอกว่าผู้ชายสายเปย์... เอ๊ย ผู้ชายสุภาพบุรุษต้องมีรางวัลให้คนสำคัญเสมอ" น้องต้นกล้าเอียงคอมองด้วยท่าทีฉลาดเฉลียวเกินวัย จนคนเป็นแม่ต้องหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำสอนของคุณตาที่มักจะตามใจหลานชายหัวแก้วหัวแหวนเสมอหลังจากที่เธอย้ายกลับมาตั้งหลักชีวิตใหม่ที่นี่
สี่ปีที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ม่านไหมต้องอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดหนีความเย็นชาและการดูแคลนของผู้ชายคนนั้นออกมาโดยไม่หันหลังกลับ เธอน้ำตารินรดแผ่นดินแปลกหน้า ล้มลุกคลุกคลาน สร้างเนื้อสร้างตัวจากเงินเก็บก้อนสุดท้าย จนกระทั่งวันนี้ เธอกลายเป็น "เจ้าของร้านเบเกอรีแถวหน้า" ที่ยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และมี "น้องต้นกล้า" พยานรักตัวน้อยที่เป็นดั่งดวงใจและพลังขับเคลื่อนทุกอย่างในชีวิต ความเจ็บปวดในอดีตถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นเกราะเพชรที่แข็งแกร่ง ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายเธอกับลูกได้อีกเป็นครั้งที่สอง
"ถ้างั้น... รางวัลของเด็กดีคือมาการ์ตูนรสราสเบอร์รี่ฝีมือคุณแม่ค่ะ แต่ทานแล้วต้องไปล้างมือก่อนนอนนะคะ ห้ามแอบกินขนมบนเตียงเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ" ม่านไหมยื่นขนมชิ้นโปรดให้ลูกน้อย พร้อมกับลูบศีรษะทุยนั้นอย่างรักใคร่
"รับทราบครับผม!" เด็กชายรับมาการ์ตูนด้วยสองมืออย่างนอบน้อม ก่อนจะวิ่งดุ๊กๆ ไปล้างมือตามคำสั่ง ทิ้งให้ม่านไหมมองตามด้วยความอบอุ่นหัวใจ
ความสุขสงบในโลกใบเล็กๆ ที่เธอกับลูกสร้างขึ้น ช่างงดงามและบริสุทธิ์เหลือเกิน ไม่มีสายตาดูแคลน ไม่มีคำพูดเชือดเฉือนจากสามีที่ไม่ได้รัก และไม่มีเงาของผู้ชายใจร้ายคนนั้นเข้ามาแปดเปื้อน ม่านไหมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามเย็นผ่านกระจกใสหน้าร้าน พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าต่อให้โลกใบนี้จะเหวี่ยงอัคคีกลับมาพบเธออีกครั้ง เธอก็พร้อมจะเชิดหน้าใส่และเดินผ่านเขาไปเหมือนคนแปลกหน้าได้อย่างแน่นอน
ทว่า... โชคชะตากลับชอบเล่นตลกกับคนที่พยายามหนีห่างจากอดีตเสมอ
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของลูกค้าคนสุดท้ายในยามพลบค่ำ กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวตนของชายแปลกหน้าคนนั้น ทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงอย่างกะทันหัน ม่านไหมที่กำลังก้มหน้าเก็บอุปกรณ์ทำขนมชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะเงยขึ้นเพื่อกล่าวต้อนรับตามมารยาท
"ขอโทษด้วยนะคะ ร้านของเราปิด..."
คำพูดทั้งหมดกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทคู่คมกริบที่แฝงร่องรอยความเหนื่อยล้าและโหยหาอย่างล้ำ
อัคคี!
ผู้ชายคนที่เธอฝังไว้ในอดีต... ผู้ชายที่เธอสาบานว่าจะไม่มีวันให้อภัย... บัดนี้เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว!
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับดูผอมลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำคล้ายคนนอนไม่พอมาแรมปี แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของม่านไหมกระตุกวูบไม่ใช่ความหล่อเหลาที่ยังคงตรึงตรา หากแต่เป็นสายตาของเขาที่กำลังมองตรงไปยัง "น้องต้นกล้า" ที่เพิ่งวิ่งถือกล่องคุกกี้ออกมาจากหลังร้าน
"คุณแม่ครับ... ต้นกล้าล้างมือสะ..." เด็กชายชะงักคำพูดเมื่อเห็นแขกแปลกหน้ายืนขวางทางอยู่
อัคคีค้างนิ่งราวกับถูกสาป ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลขาดห่วงไปชั่วขณะ เมื่อสายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา ทุกสัดส่วน ทุกรอยยิ้ม และแววตานั้น... คือตัวเขาในวัยสี่ขวบไม่มีผิดเพี้ยน!
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมพื้นที่ร้านเบเกอรีในชั่วพริบตา ม่านไหมหน้าซีดเผือด สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่าน ร่างบางก้าวเข้ามาขวางหน้าลูกชายไว้ทันที พร้อมกับแววตาดุดั่งเพชรแท้ที่จ้องมองอดีสามีกลับอย่างไม่เกรงกลัว
"เชิญป้ายหน้าค่ะ สามีเก่า... อ้อ ไม่สิ คนแปลกหน้า... ร้านเราไม่ต้อนรับคุณค่ะ!"
ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 13
เวลาผ่านไปสี่ปี
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!