กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารราคาแพงและกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนขมปร่าบนโต๊ะทำงานเคลื่อนที่ในรถยนต์หรูคันยาว คือสิ่งที่อัคคีคุ้นชินเสียจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ ความเงียบงันภายในห้องโดยสารที่ถูกกั้นด้วยกระจกทึบแสงหนาเตอะไม่ได้ช่วยให้สมองที่รุมเร้าด้วยความเหนื่อยล้าสงบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ความเงียบกลับทำหน้าที่ราวกับเครื่องขยายเสียงชั้นดี ที่คอยขับเน้นเสียงสะท้อนจากอดีตให้ดังซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท
"คุณคีย์คะ... เอกสารสรุปยอดโครงการรีสอร์ตที่ภาคเหนือพร้อมแล้วค่ะ"
เสียงของเลขาฯ หน้าห้องที่ดังผ่านอินเตอร์คอมเมื่อหลายชั่วโมงก่อนยังคงก้องอยู่ในหัว แต่ใบหน้าที่ลอยเด่นขึ้นมาในความนึกคิดกลับไม่ใช่เลขาฯ สาวคนสนิท หากเป็นดวงตาคู่คมของใครบางคนที่เคยฉายแววตัดพ้อระคนเจ็บช้ำ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เธอเลือกจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขา
ม่านไหม... ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันมีค่าพอจะให้อยู่ในสายตา ผู้หญิงคนที่เขาเคยปล่อยให้จมอยู่กับความเดียวดายในคฤหาสน์หลังใหญ่ราวกับเธอเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง
อัคคีหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความมืดมิดเบื้องหลังเปลือกตาทำหน้าที่กลืนกินความรู้สึกหงุดหงิดที่เกาะกุมหัวใจ เขาผายมือออกอย่างไร้เรี่ยวแรง นวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ภาพเงาอันเลือนรางที่ตามหลอกหลอนเขาไปทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะอยู่ในห้องประชุมที่โอ่อ่า หรือแม้แต่บนเตียงนอนกว้างที่ตอนนี้มันช่างเหน็บหนาวจนน่าสะพรึงกลัว
การเดินทางมาตรวจงานต่างจังหวัดในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นภารกิจเร่งด่วนทางธุรกิจ แต่สำหรับอัคคีแล้ว มันคือการหนี... การหนีออกจากสถานที่เดิมๆ ที่มีร่องรอยของเธอหลงเหลืออยู่ ทว่า... ยิ่งหนี เขากลับยิ่งพบว่าโลกใบนี้ช่างแคบเหลือเกิน เมื่อทุกมุมถนน ทุกป้ายโฆษณา หรือแม้แต่ลมหายใจเข้าออก ล้วนมีภาพจำของอดีตภรรยาตามติดราวกับเงาตามตัว
รถยนต์คันหรูแล่นผ่านแนวเขาคดเคี้ยวเข้าสู่เขตจังหวัดปลายทาง ฝนปรอยเม็ดลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หยดน้ำใสๆ ที่เกาะพราวอยู่บนกระจกหน้าต่างรถไหลลู่ลงมาตามแรงโน้มถ่วง ราวกับรำพึงถึงหยดน้ำตาที่เขาเคยปล่อยให้เธอกลืนกินมันลงคอไปเงียบๆ โดยที่เขาไม่เคยแม้แต่จะชายตากลับมาแลเหลียว
"ท่านประธานครับ ถึงโรงแรมที่พักแล้วครับ" เสียงคนขับรถเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม ดึงอัคคีหลุดออกจากภวังค์ความคิดอันมืดมน
ชายหนุ่มกวาดสายตาคมกริบมองไปยังอาคารโรงแรมสไตล์บูติกผสมผสานกลิ่นอายธรรมชาติที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มันไม่ใช่โรงแรมระดับห้าดาวที่เขามักจะเลือกใช้บริการยามเดินทางมาทำงานในอดีต หากแต่เป็นสถานที่เรียบง่าย สงบเงียบ และอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างประหลาด
ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มไร้เนกไทก้าวลงจากรถ ความเย็นยะเยือกของอากาศภูเขาปะทะเข้ากับผิวเนื้อจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกาย อัคคีส่งกระเป๋าเอกสารให้ผู้ติดตาม ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในตัวล็อบบี้ด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและเย็นชาดังเช่นเคย ทว่าแววตาคู่คมกลับซ่อนความอ่อนล้าและความว่างเปล่าเอาไว้ภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาที่ขึ้นโครงชัดเจน
ภายในล็อบบี้ของโรงแรมค่อนข้างเงียบสงบ มีแขกเข้าพักประปรายเนื่องจากไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น อัคคีจัดการเรื่องเช็คインด้วยความรวดเร็วโดยไม่คิดจะเอ่ยปากพูดคุยกับพนักงานมากกว่าความจำเป็น ดวงตาคมกวาดมองไปรอบบริเวณอย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่ฝีเท้าที่กำลังจะก้าวไปทางลิฟต์จะต้องชะงักงันโดยพลัน
หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของประธานหนุ่มกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก เมื่อหางตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างเล็กคุ้นตาของใครบางคนกำลังยืนอยู่ตรงมุมห้องโถงใกล้กับโซฟาต้อนรับ
ผู้หญิงในชุดเดรสยาวผ้าลินินสีครีมสบายตา เรือนผมยาวสลวยที่ถูกรวบเก็บไว้หลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและเสี้ยวหน้าด้านข้างที่เขาจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายเซ็นของตัวเอง... ม่านไหม!
ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของอัคคีสะดุดกักค้าง เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านด้วยความตกใจระคนดีใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ สมองที่เคยเฉียบคมประมวลผลแทบไม่ทัน เขาเผลอก้าวเท้าพุ่งตรงไปยังทิศทางนั้นโดยไม่รู้ตัว ปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกโหยหาที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมานานแสนนานปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนไม่อาจควบคุม
*เธอมาทำอะไรที่นี่? หรือว่า... เธอกำลังตามหาเขา?* ความคิดเข้าข้างตัวเองผุดขึ้นมาในหัวชั่วแวบหนึ่ง
แต่วินาทีต่อมา ฝีเท้าของเขาก็ต้องหยุดกิ่งก้านสาขาลงราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น เมื่อร่างเล็กนั้นหันกลับมาพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะใสๆ ให้กับชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่เคียงข้าง ชายรูปร่างสูงโปรดในชุดลำลองสบายๆ ที่กำลังก้มลงยิ้มแย้มและเอื้อมมือไปโอบไหล่เธออย่างสนิทสนม
ไม่ใช่แค่นั้น... เบื้องล่างของคนทั้งสองยังมีเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบกำลังยืนเกาะชายผ้ากระโปรงของคุณแม่ พร้อมกับส่งเสียงเจื้อยแจ้วถามหาขนมด้วยรอยยิ้มร่าเริง ใบหน้านั้น... ใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้น... ถอดแบบมาจากโครงหน้าของอัคคีราวกับพิมพ์เดียวกัน ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักนั้น มันคือกระจกเงาสะท้อนวัยเด็กของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน เสียงรอบข้างเงียบงันลงทันตาเห็น อัคคีรู้สึกเหมือนมีค้อนเหล็กอันใหญ่ฟาดลงมาที่กลางศีรษะจนมึนงงไปหมด ภาพตรงหน้าบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจจนเจ็บแปลบ เขาไม่เคยรู้เลย... ไม่เคยระแคะระคายเลยแม้แต่นิดเดียวว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอบดบังความลับชิ้นใหญ่ขนาดนี้ไว้จากเขา ผู้หญิงคนที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและขับไลไสส่ง กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับลูกชายที่เป็นสายเลือดแท้ๆ ของเขาเอง... และชายแปลกหน้าอีกคนที่เข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 14
การเดินทางของท่านประธาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!