กลิ่นหอมกรุ่นของคุกกี้เนสดาร์กช็อกโกแลตที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์น แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดในอกของม่านไหมคลี่คลายลงได้เลยแม้แต่น้อย
ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามทอดมองผ่านกระจกใสออกไปยังสวนหย่อมหน้าบ้าน ภาพที่สะท้อนอยู่ในคลองสายตาเวลานี้คือร่างสูงใหญ่ของคุณอาใจดี—ซึ่งเธอกับลูกชายเพิ่งบังเอิญพบที่ร้านหนังสือเมื่อสัปดาห์ก่อน—กำลังนั่งยองๆ คุกเข่าลงบนพื้นหญ้าอย่างไม่นึกเสียดายกางเกงสแลคราคาแพง เพื่อต่อตัวต่อเลโก้ร่วมกับเด็กชายวัยสี่ขวบ
เสียงหัวเราะคิกคักของน้องต้นกล้าดังแว่วลอดกระจกเข้ามาเป็นระยะ รอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มของเด็กน้อย เป็นภาพที่ม่านไหมมักจะใจยวบทุกครั้งที่ได้เห็น... แต่พอมองเลยไปเห็นรอยยิ้มจางๆ ที่แสนจะอ่อนโยนบนใบหน้าคมคายของอัคคี หัวใจดวงที่เคยถูกบดขยี้จนแหลقสลายของเธอกลับกระตุกวาบด้วยความหวาดระแวง
ผู้ชายคนนั้น... คนที่เคยเอ่ยปากไล่เธอออกจากบ้านอย่างไม่ใยดี คนที่เคยบอกว่าเด็กในท้องคือภาระและพันธนาการที่น่ารำคาญ บัดนี้กลับกำลังใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการเข้าหาลูกชายของเธอ โดยที่เจ้าตัวเล็กยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้คือ "พ่อ" แท้ๆ ของตัวเอง
"คุณอาคีย์ฮะ ดูนี่สิ! ต้นกล้าต่อเป็นรูปจรวดแล้วนะ จะพาคุณอาบินไปดวงจันทร์เลย!"
เสียงใสแจ๋วของลูกชายดึงสติของม่านไหมให้กลับคืนมา เธอกลืนก้อนสะอื้นที่ตีรวนขึ้นมาในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดจากอดีตยังคงกรีดแทงหัวใจทุกครั้งที่นึกถึงความเย็นชาไร้หัวใจในวันเก่า แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอดีต... คือความหวั่นไหวในปัจจุบันที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของลูกชาย
อัคคีรับบล็อกเลโก้รูปจรวดจากมือเล็กๆ นั้นด้วยความทะนุถนอม ดวงตาคมกริบที่เคยมีแต่ความเย่อหยิ่งและเย็นชา ยามนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความอ่อนโยนอย่างที่ม่านไหมไม่เคยได้เห็นตลอดสามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน มันช่างน่าขัน... น่าขันเสียจนเธออยากจะหัวเราะเยาะโชคชะตา
"เก่งมากครับตัวเล็ก... ว่าแต่ จرวดลำนี้ จะพาคุณอานั่งไปหาคุณแม่ด้วยหรือเปล่าล่ะครับ?" อัคคีเอ่ยถามเสียงนุ่ม ทอดสายตามองข้ามไหล่เล็กของเด็กชายไปยังบานหน้าต่างที่ม่านไหมยืนอยู่พอดี
สายตาสองคู่ประสานกันผ่านกระจกใส แม้จะมีระยะห่างแต่ม่านไหมกลับรู้สึกเหมือนอัคคีอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของเขาในวินาทีนั้นเต็มไปด้วยความเวทนา วอนขอ และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนล้นปรี่ ซึ่งเธอกลับเลือกที่จะเบือนหน้าหนี ไม่ยอมรับความรู้สึกจอมปลอมเหล่านั้นเด็ดขาด
"คุณแม่ของต้นกล้าใจดีที่สุดในโลกเลยฮะ!" น้องต้นกล้าเอ่ยเจื้อยแจ้ว พลางปีนขึ้นไปนั่งบนตักกว้างของคุณอาใจดีอย่างเป็นกันเองโดยปราศจากความหวาดระแวงแม้แต่น้อย "แต่บางที... คุณแม่ก็ชอบแอบร้องไห้คนเดียวตอนดึกๆ ด้วยนะฮะ คุณอาคีย์เคยแอบร้องไห้ไหมฮะ?"
คำพูดซื่อประสาเด็กเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงกลางใจของคนฟัง ม่านไหมสะอื้นฮักในลำคอ หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มเงียบๆ ขณะที่อัคคีถึงกับชะงัก ร่างกายกำยำแข็งทื่อราวกับถูกหินผาถล่มทับ
ความเจ็บปวดที่เขาเคยมอบให้เธอ... มันย้อนกลับมาทำร้ายลูกชายตัวน้อยโดยที่เขาไม่เคยล่วงรู้เลยหรือ?
อัคคีเม้มริมฝีปากแน่น มือหนายกขึ้นโอบกอดร่างเล็กของเด็กชายเข้าแนบอกอย่างสั่นเทา ความรู้สึกผิดบาปกัดกินหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก เขายิ่งเข้าใต้น้องต้นกล้ามากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งตระหนักได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้นว่า... ตัวเองได้ทำลายครอบครัวที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเองลงไปอย่างไร
"คุณอา... ไม่เคยร้องไห้ครับ..." อัคคีเอ่ยเสียงพร่า มือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กชายอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมแดงก่ำด้วยพิษความเสียใจ "แต่ถ้าคุณอาทำให้คุณแม่ร้องไห้... คุณอาคงเป็นคนโง่ที่ใจร้ายที่สุดในโลกเลยใช่ไหมครับ?"
น้องต้นกล้าเอียงคอสงสัยกับน้ำเสียงสั่นเครือของผู้เป็นอา ก่อนจะใช้มือป้อมๆ แตะลงบนแก้มสากของคุณอาใจดีอย่างปลอบโยน "ไม่เป็นไรนะฮะคุณอา... ถ้าคุณอาไม่ได้ตั้งใจ ต้นกล้าจะบอกให้คุณแม่อภัยให้ก็ได้นะฮะ คุณแม่ออกจะใจดี"
ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเด็กน้อย ยิ่งตอกย้ำความละอายใจให้อัคคีจนแทบอยากจะคุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าสองแม่ลูก เขากำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อซื้อความไว้วางใจจากพวกเขา แต่ยิ่งใกล้ชิด เขากลับยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับรอยยิ้มบริสุทธิ์เหล่านี้เลย
ภายในบ้าน ม่านไหมปาดน้ำตาลวกๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา เพชรแท้ผ่านไฟย่อมแกร่งกล้า เธอก้าวเท้าเดินออกจากตัวบ้านไปยังสวนหย่อมทันที โดยไม่ยอมให้ความอ่อนแอครอบงำเด็ดขาด
"ต้นกล้า... กลับเข้าบ้านได้แล้วลูก ใืกล้ค่ำแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายนะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวเอ่ยขึ้น ทำลายบรรยากาศซาบซึ้งระหว่างพ่อลูกลงในทันที
อัคคีเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นร่องรอยคราบน้ำตาบนพวงแก้มเนียน แม้เธอจะพยายามทำตัวเข้มแข็งเย็นชาใส่เขาแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่ารอยแผลเป็นที่เขาสร้างไว้นั้นมันลึกซึ้งเพียงใด
เด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย รีบผุดลุกขึ้นจากตักแกร่งแล้ววิ่งไปควชายกระโปรงของมารดา "คุณแม่ฮะ คุณอาคีย์เก่งมากๆ เลย ต่อเลโก้รูปจรวดให้ต้นกล้าด้วย พรุ่งนี้คุณอามาเล่นด้วยอีกได้ไหมฮะ?"
คำถามของลูกชายทำให้ม่านไหมนิ่งงัน เธอก้มมองใบดวงหน้าเล็กๆ ที่ถอดแบบอัคคีมาทุกกระเบียดนิ้ว หัวใจกระชับแน่นด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าวันหนึ่งความจริงเปิดเผย แล้วลูกจะต้องเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าพ่อของตัวเองคือคนที่เคยผลักไสพวกเขา
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับอัคคีที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมคายคู่นั้นมองมาที่เธอด้วยความเวทนาและอ้อนวอนอย่างปิดไม่มิด
"คุณควรกลับไปได้แล้วค่ะคุณคีย์... และกรุณาอย่ามาให้ความหวังลูกฉันอีกเลย" ม่านไหมเอ่ยเสียงแข็ง กร้าวร้าวและเยียบเย็น เพื่อปกป้องหัวใจของตัวเองและลูกชายจากผู้ชายใจร้ายคนนี้
อัคคีขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยคำขอร้อง แต่ทว่า...
"ก๊อกๆ!"
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าบ้านดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในรั้วบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ รำไพ—หรือใครบางคนที่อัคคีไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในเวลานี้—กวาดสายตามองคนทั้งสามด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน
"อุ๊ย... ครอบครัวสุขสันต์น่าดูเลยนะคะเนี่ยคุณคีย์ ตามหาตัวแทบตาย ที่แท้ก็มาแอบเล่นเป็นพ่อลูกอยู่กับอดีตภรรยาเก่านี่เอง!" รำไพเอ่ยเสียงสูง พร้อมกับโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้สนามตรงหน้าม่านไหมอย่างถือวิสาสะ
"แล้วเอกสารนี่... ผลตรวจ DNA ระหว่างคุณกับเด็กคนนี้ คงจะยืนยันอะไรได้ชัดเจนดีใช่ไหมคะคุณคีย์ ว่าเด็กนี่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณจริงๆ!"
ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 25
คะแนนสงสารจากลูกชาย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!