หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 26

ความหึงหวงที่ไร้สิทธิ์

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ดอกกุหลาบช่อนี้... เหมาะกับรอยยิ้มของคุณไหมครับ, คุณม่านไหม" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของ ‘ภาคิน’ สถาปหนุ่มไฟแรงผู้กุมหัวใจและความสนใจของสังคมในยามนี้ ดังแทรกผ่านเสียงดนตรีคลอเบา ๆ ภายในงานนิทรรศการศิลปะการกุศล รอยยิ้มที่เขามอบให้หญิงสาวตรงหน้าเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ และแววตาที่ทอประกายความเสน่หาอย่างไม่คิดจะปิดบัง ม่านไหมชะงักมือที่กำลังถือแก้วแชมเปญ เธอยิ้มรับอย่างสุภาพตามมารยาททางสังคม ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยกลับฉายแววระวังตัวเล็กน้อย เธอในยามนี้ไม่ใช่หญิงสาวผู้อ่อนต่อโลกและเจียมเนื้อเจียมตัวเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว รัศมีแห่งความมั่น มั่นคง เปล่งประกาย และเย่อหยิ่งในคุณค่าของตนเอง ทำให้เธอดุจดั่งเพชรน้ำงามที่ผ่านการเจียระไนด้วยมรสุมชีวิต จนไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าเข้าหาอย่างลวก ๆ อีก ทว่า... ยกเว้นเสียแต่ผู้ชายบางคนที่กำลังยืนกำหมัดแน่นอยู่เบื้องหลังเสาหินอ่อนห่างออกไปไม่ไกล อัคคีแทบจะกลืนเลือดลงคอ เส้นเลือดขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่แผดเผาไหม้อยู่ในอก เขามองภาพชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังส่งยิ้มหวานหยดพร้อมยื่นช่อกุหลาบสีพีชให้ภรรยา... อดีตภรรยา! ให้ตายส ะ! แม้กฎหมายจะหย่าร้างและตัดขาดสถานะระหว่างเขากับเธอไปแล้ว แต่อัคคีไม่เคยอนุญาตให้ใครหน้าไหนกล้าอาจ Chuek เข้ามาแตะต้องดวงใจของเขา! ความหึงหวงที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกหวงก้างแบบเด็ก ๆ แต่มันคือความเจ็บปวดร้าวรานที่กรีดลึกจนแทบคลั่ง เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่า... ตัวเขาเองต่างหากที่เป็นคนผลักไสเพชรเม็ดงามนี้ไปสู่มือของคนอื่น ด้วยความโง่เขลาและความเย็นชาในอดีต "ขอบคุณมากนะคะคุณภาคิน สำหรับดอกไม้ช่อสวย แต่เกรงใจจังเลยค่ะ ฉันเกรงว่ามันจะรบกวนเวลาชมงานของคุณค่อนข้างมาก" ม่านไหมเอ่ยปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด พร้อมกับถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างมีชั้นเชิง "ไม่รบกวนเลยครับ สำหรับคุณม่านไหมแล้ว ผมยินดีเสมอ... อีกอย่าง ผมตั้งใจเลือกมันมาด้วยตัวเอง เพื่อหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของคุณในค่ำคืนนี้" ภาคินยังคงรุกต่ออย่างไม่ลดละ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด พร้อมกับสายตาที่ทอดมองเธอด้วยความหลงใหล ภาพนั้นทำให้อัคคีทนดูต่อไปไม่ไหวอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ก้าวอาด ๆ เข้าไปด้วยพลังกดดันมหาศาล บรรยากาศรอบตัวของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเย็นยะเยือกจนผู้คนบริเวณใกล้เคียงต้องรีบถอยร่นหลีกทางให้ "ดูเหมือนว่างานศิลปะตรงนี้จะน่าสนใจน้อยกว่า 'การมารยาททางสังคม' ของบางคนสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นและกรุ่นโกรธดังขึ้นเหนือศีรษะ ม่านไหมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยฉายแววรำคาญใจทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ขณะที่ภาคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจกับท่าทีคุกคามของแขกไม่ได้รับเชิญ "ขอโทษนะครับ คุณเป็นใคร? และมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้กับคุณม่านไหม" ภาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้น พร้อมกับขยับตัวเข้ามาบังร่างบางของม่านไหมไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อปกป้อง อัคคีแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขาสบตากับภาคินนิ่งนานราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวม่านไหมจนเธอต้องเอนตัวหนี "สิทธิ์งั้นเหรอ...?" อัคคีทวนคำ เสียงของเขาต่ำพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจกดดัน "ถามเธอสิครับ ว่าผมมีสิทธิ์ไหม... ในฐานะที่ผมเป็น 'อดีตสามี' และเป็น... พ่อของลูกชายเธอ" ประโยคหลัง อัคคีจงใจกดเสียงต่ำลงเป็นพิเศษเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินชัดเจน ม่านไหมหน้าถอดสีเล็กน้อยก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองอดีตสามีอย่างเอาเรื่อง เธอก้าวขึ้นมาเผชิญหน้าแทนที่ภาคินที่กำลังทำหน้าเหวอด้วยความคาดไม่ถึง "คุณคีย์! กรุณารักษามารยาทด้วยค่ะ ที่นี่งานราษฎร์งานหลวง ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะมาพูดจาเพ้อเจ้ออะไรส่งเดช!" ม่านไหมเอ่ยเสียงเฉียบขาด ความโกรธระอุขึ้นในอกเมื่อเห็นเขากล้าเอาเรื่องลูกมาพูดในที่สาธารณะ "เพ้อเจ้อเหรอ ม่านไหม?" อัคคีแค่นยิ้มหยัน ดวงตาสคมกริบกวาดมองใบหน้างดงามที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธขึง ความรู้สึกเจ็บแปลบวิ่งพล่านไปทั่วอกเมื่อเห็นว่าเธอยอมปกป้องผู้ชายคนอื่น แต่กลับใช้สายตาเย็นชาไร้เยื่อใยใส่เขา "คุณคิดว่าคุณซ่อนเด็กผู้ชายหน้าตาเหมือนผมพิมพ์เป๊ะคนนั้นไว้ได้พ้นสายตาผมไปตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ?" หัวใจของม่านไหมกระตุกวูบ มือเล็กที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ แม้เธอจะพยายามตั้งกำแพงและสวมเกราะป้องกันความอ่อนแอไว้หนาแน่นแค่ไหน แต่เมื่อถูกเขาจี้ใจดำเรื่อง 'น้องต้นกล้า' ความหวาดกลัวว่าลูกจะถูกแย่งชิงก็พุ่งทะยานขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก "คุณไม่มีสิทธิ์... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อลูกของฉันด้วยซ้ำ!" ม่านไหมเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแต่เธอพยายามกะพริบไล่เก็บมันกลับเข้าไปอย่างเด็ดเดี่ยว "ไสหัวไปซะค่ะคุณอัคคี อย่าทำให้ฉันต้องเกลียดคุณไปมากกว่านี้เลย" ภาคินที่ยืนฟังอยู่นานเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ แม้จะตกใจกับสถานะที่คาดไม่ถึง แต่ความเป็นสุภาพบุรุษก็ทำให้เขาขยับเข้าไปแตะแขนม่านไหมเบา ๆ เพื่อดึงเธอกลับมาด้านหลัง "คุณม่านไหมครับ ถ้าผู้ชายคนนี้มารังแกคุณ ผมสามารถเรียกเจ้าหน้าที่มารักษาความสงบได้นะครับ" อัคคีเห็นมือของภาคินสัมผัสโดนแขนเรียวของม่านไหม เส้นประสาทในสมองของเขาก็แทบจะขาดผึ่ง ความหึงหวงและโทสะพุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด มือหนาพุ่งไปปัดมือของภาคินออกอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซถลา "อย่ามาแตะต้องเมียฉัน!" อัคคีคำรามลั่นโดยลืมตัว "ฉันไม่ใช่เมียคุณ! เราหย่ากันแล้ว!" ม่านไหมตวาดกลับเสียงดังลั่นจนผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ ความอดทนของเธอขาดผึงลงตรงนั้น หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสูง ส่งสายตาทิ่มแทงไปที่อัคคีราวกับจะประกาศกรวดร้าว "จำใส่สมองของคุณไว้ด้วยนะคะคุณอัคคี ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ ได้ตายจากชีวิตเฮงซวยของคุณไปตั้งแต่วันที่เซ็นใบหย่าแล้ว!" พูดจบ ม่านไหมก็คว้าแขนของภาคินให้เดินเลี่ยงหนีไปทันทีโดยไม่ชายตาแลอัคคีอีกแม้แต่น้อย อัคคี đứngแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล ภาพเงาร่างระหงที่เดินจากไปพร้อมกับชายอื่น บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจจนเจ็บปวดเจียนตาย เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า เนื้อ เลือดซึมออกมาแต่นั่นก็ยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในอก *คุณเกลียดฉันมากสินะ ม่านไหม...* อัคคีคิดในใจด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดุดันและมุ่งมั่น เขาไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือยอมคุกเข่าอ้อนวอนจนลมหายใจสุดท้าย เขาก็จะลากเธอกับลูกกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาให้ได้! ทว่า... ในจังหวะที่อัคคีเตรียมจะก้าวเท้าตามไปนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นอย่างทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ควักโทรศัพท์ออกมาตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง แต่เมื่อเหลือบเห็นชื่อบนหน้าจอ หัวใจที่กำลังเดือดดาลของเขากลับกระตุกวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม สายเรียกเข้าจาก... 'ป้าสาย' แม่บ้านผู้ดูแลคฤหาสน์ และเป็นคนที่อยู่กับน้องต้นกล้าในตอนนี้! อัคคีรีบกดรับทันทีด้วยความสังหรณ์ใจที่ร้องเตือนอย่างรุนแรง "คุณคีย์คะ!แย่แล้วค่ะคุณ! ...คุณม่านไหมโทรมาบอกว่าลืมเอกสารสำคัญที่ห้องทำงาน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ค่ะ... ตอนนี้... ตอนนี้คุณรตาบุกเข้ามาที่บ้าน พร้อมกับ... พาตำรวจมาด้วยค่ะ!" ข้อความสั้น ๆ จากปลายสายทำให้อัคคีหน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว! ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%