หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 27

คำสารภาพบาปในคืนฝนตก

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงคำรามกึกก้องของสายฝนที่โหมกระหน่ำกระแทกกระทั้นเข้ากับบานกระจกใสของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ไม่ได้ดังหนวกหูเท่ากับเสียงหัวใจที่กำลังแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยของอัคคี ประธานหนุ่มผู้เคยถือดีในความเย็นชาและอำนาจเหนือใคร ในยามนี้ ร่างสูงใหญ่ที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำฝนและหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด กลับคุกเข่าลงแทบเท้าของหญิงสาวผู้ซึ่งเขาเคยผลักไสให้กลายเป็นเพียงอากาศธาตุในบ้านหลังนี้ ม่านไหมยืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน ไม่เหลือเค้าลางของความอ่อนแอหรือผู้หญิงที่ยอมให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไป เธอดั่งเพชรแท้ที่ผ่านไฟนรกแผดเผาจนสุกสกาวและแข็งแกร่งเกินกว่าที่คมมีดแห่งความเสียใจของเขาจะกรีดแทงให้เป็นรอยได้อีก “ลุกขึ้นค่ะ คุณอัคคี” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยราวกับกำลังพูดคุยกับคนแปลกหน้า “บ้านหลังนี้ไม่ใช่ที่ที่คุณควรมาคุกเข่า และคนที่คุณควรขอโทษ... ก็ไม่ใช่ฉัน” “ไหม... ผมขอร้อง ได้โปรด ฟังผมอธิบายสักครั้งเถอะนะ” อัคคีเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยความร้าวราน สภาพของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในคราบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกลู่แนบไปกับแผงอกกว้างและกางเกงสแลคชื้นแฉะ ดูน่าเวทนาจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม “ตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมา... ผมมันโง่เง่า ผมตาบอด หูหนวก ปล่อยให้ความริษยาและอคติบังตาจนทำร้ายผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิต ผมทำลายครอบครัวของเราด้วยมือของผมเอง... ผมขอโทษไหม ผมขอโอกาสไถ่บาป แค่โอกาสเล็กๆ ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อและสามีที่ถูกต้องสักครั้งเถอะนะ” คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่แหลกสลาย ไม่ได้ทำให้หัวใจของม่านไหมไหวเอนแม้แต่น้อย เธอยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนาส่งไปถึงดวงตา “สามีที่ถูกต้องอย่างนั้นหรือคะ?” ม่านไหมทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของเธอบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง “วันที่ฉันอุ้มท้องโตๆ ไปยืนร้องขอความเห็นใจจากคุณ วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของคุณ วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใยแล้วบอกให้ไสหัวไปให้พ้นหน้า... คุณจำไม่ได้แล้วหรือคะ คุณอัคคี?” ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนคมหอกนับพันเล่มที่พุ่งปักเข้ากลางอกของอัคคี ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน เขาพยายามจะเอื้อมมือไปกุมปลายนิ้วเรียวของเธอ แต่หญิงสาวกลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัสโดนตัว “วันนั้น... คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินที่เกาะคุณกิน คุณจำคำพูดพวกนั้นไม่ได้แล้วใช่ไหมคะ แต่ฉัน... จำได้ทุกคำฝังใจค่ะ!” น้ำเสียงที่เคยราบเรียบเริ่มสั่นเครือด้วยความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมานาน แต่ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความแค้นที่แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว “แล้วตอนนี้คุณมาทำเป็นสำนึกผิด มาพูดคำว่าขอร้องอ้อนวอน... สายไปแล้วค่ะคุณอัคคี สี่ปีที่ฉันต้องดิ้นรนเลี้ยงลูกลำพังโดยไม่มีแม้แต่เงาหัวของคุณ คุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณกำลังเสวยสุขอยู่กับชื่อเสียงเงินทองและความสุขส่วนตัว!” “ไหม... ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมยอมให้คุณตบตี ลงโทษ หรือทำลายทุกอย่างที่ผมมีก็ได้ แต่โปรดอย่ากีดกันผมออกจากลูกเลยนะ ต้นกล้า... เขาเป็นลูกของผม ผมคือพ่อของเขา” อัคคีพรั่งพรูความเจ็บปวดออกมา น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าผสมปนเปไปกับสายฝนที่สาดซัดผ่านระเบียงห้อง “พ่อเหรอคะ?” ม่านไหมแค่นหัวเราะ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองอดีตสามีด้วยความรู้สึกที่ด้านชา “วันที่ต้นกล้าป่วยจนชักแทบตายในอ้อมแขนฉัน ฉันโทรหาคุณเป็นร้อยสายแต่คุณปิดเครื่องเพราะกำลังไปดินเนอร์ฉลองวันเกิดกับรตา... คนอย่างคุณ มีสิทธิ์อะไรมาใช้คำว่าพ่อกับลูกของฉันคะ!” ราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ อัคคีรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ตอกย้ำความโหดร้ายที่ตนเองได้กระทำลงไปในอดีต เขากลายเป็นฆาตกรทางความรู้สึกที่เกือบพรากลมหายใจของลูกชายตัวเองด้วยความเย็นชาของเขาแท้ๆ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น “ผมเลวมาก... ผมรู้แล้วไหม ผมรู้ซึ้งถึงความทรมานของการสูญเสียคนที่รักที่สุดมันเป็นยังไงแล้ว” อัคคีขยับเข้าไปใกล้ ขยับมือหมายจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดเพื่อระบายความเจ็บปวด แต่ความโกรธและแรงผลักไสจากม่านไหมทำให้เธอสะบัดตัวหนีอย่างแรง “ถอยไป! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” ความรุนแรงจากการปฏิเสธและแรงอารมณ์ที่ปะทุถึงขีดสุด ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่แทบจะระเบิด อัคคีที่หมดหนทางและสูญเสียการควบคุมสติ พุ่งเข้าคว้าต้นแขนเรียวทั้งสองข้างของหญิงสาวไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณของการครอบครอง ดวงตาคมกริบฉายแววความดุดันและดื้อรั้นแบบที่เคยเป็นมาตลอด “ปล่อยฉันนะ คนสารเลว!” ม่านไหมตวาดลั่น พยายามดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง เธอใช้กำปั้นทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อผลักไสเขาให้ออกไป แต่ทว่า ในวินาทีที่อารมณ์ความโกรธและความเจ็บปวดพุ่งพล่านถึงขีดสุด อัคคีกลับกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกับแผงอกร้อนระอุของเขา ลลมหายใจหอบกระชั้นปะทะกัน ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปีจุดประกายไฟบางอย่างขึ้นในความมืดมิดของบรรยากาศ อัคคีไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาอย่างดุดันและร้อนแรง เรี่ยวแรงมหาศาลของผู้ชายที่เหนือกว่าทำให้ม่านไหมแทบจำนนต่อสัมผัสที่อัดแน่นไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความรักที่บิดเบี้ยวของเขา รสจูบในคราแรกเต็มไปด้วยความก้าวร้าวและดุดันราวกับต้องการลงทัณฑ์ แต่ไม่นานนักมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอน อัคคีขบเม้มริมฝีปากนุ่มของเธออย่างเร่าร้อน มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าใต้เส้นผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอไม่ให้เบือนหนี ม่านไหมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอต่อต้านแต่ทว่าความคุ้นเคยและสัมผัสอันคุ้นชินกลับทรยศความตั้งใจ สมองของเธอขาวโพลนเมื่อลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามานานแสนนาน กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ยิ่งปลุกเร้าความวาบหวามจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ลมหายใจที่ขาดห้วงทำให้เผลอเผยอริมฝีปากรับสัมผัสอันดุดันนั้นอย่างไม่รู้ตัว ความเย้ายวนและแรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเกลียดชังระเบิดออก อัคคีอุ้มร่างบางขึ้นแนบกายอย่างง่ายดายโดยที่ริมฝีปากยังคงไม่ผละออกจากกัน ม่านไหมส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อแผ่นหลังของเธอถูกวางราบลงบนโซฟาตัวนุ่มในห้องนั่งเล่น สัญชาตญาณดิบเถื่อนและคราบน้ำตาผสมปนเปกันไปหมด อัคคีทาบทับร่างหนาลงไป ปรารถนาที่จะกลืนกินเธอทั้งตัวเพื่อยืนยันว่าเธอเป็นของเขา... และจะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนแยกเธอไปได้อีก ทว่า... ในวินาทีที่มือหนากำลังจะลูบไล้ปลดเปลื้องอาภรณ์ชื้นแฉะออก เสียงเล็กๆ ที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันและห้วงเวลาอันวาบหวามนั้นลงอย่างสิ้นเชิง “คุณพ่อคะ... คุณแม่ขา...” ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต อัคคีชะงักค้าง ร่างสูงผละออกจากตัวม่านไหมอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหน้าถอดสี รีบจัดเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิงของตัวเองให้เข้าที่ด้วยมือที่สั่นเทา แล้วหันขวับไปมองยังประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ ร่างป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบยืนขยี้ตาอยู่ตรงนั้น ดวงตากลมโตถอดแบบมาจากอัคคีราวกับแกะ กำลังมองดูผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความงัวเงียและสงสัย และสิ่งที่อยู่ในมือเล็กๆ ของต้นกล้า... คือซองเอกสารสีน้ำตาลลับที่ม่านไหมซ่อนไว้ใต้เตียงนอน... ซึ่งหน้าซองระบุผลตรวจ DNA 100% ชัดเจนแจ่มแจ้ง! ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%