"ถ้าคุณต้องการจะพิสูจน์ความจริงขนาดนั้น ก็เชิญเสียเงินค่าตรวจให้เต็มที่เลยค่ะคุณอัคคี แต่ถ้าผลออกมาว่าลูกของฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคนอย่างคุณ... ฉันขอให้คุณเก็บเศษซากศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แล้วไสหัวไปให้พ้นจากชีวิตเราสองแม่ลูกตลอดกาล!"
น้ำเสียงของม่านไหมเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ถูกกักขังมาเนิ่นนาน เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของอดีตสามีด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าในอกของเธอกลับสั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ เพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาไม่ให้เขารู้ว่าเธอกำลังตื่นตระหนกเพียงใด
อัคคีขบกรามจนเห็นสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความกระหายที่จะได้รับคำตอบ เขาไม่ได้ต้องการแค่การคาดเดาจากใบหน้าที่ถอดแบบกันมาของน้องต้นกล้า แต่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะฉุดรั้งเขากลับมาจากนรกที่เขาสร้างขึ้นเอง
"ผมไม่ได้ทำเพื่อความสะใจ ม่านไหม... ผมทำเพื่อที่จะรู้ว่าที่ผ่านมา ผมโง่เขลาขนาดไหนที่ปล่อยให้สิ่งที่มีค่าที่สุดหลุดมือไป" เขาขยับกายเข้าใกล้เธอจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ กลิ่นหอมที่เขาสูญเสียไปนานนับปี แต่มันยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ
"หึ! สิ่งที่มีค่าที่สุดเหรอคะ?" ม่านไหมแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับแข็งกร้าวราวกับเพชรเม็ดงามที่ผ่านการเจียระไนด้วยความเจ็บปวด "ตอนที่ฉันกราบขอร้องให้คุณมองเห็นลูก คุณทำอย่างไร? คุณเหยียบย่ำมันจนไม่เหลือชิ้นดี จำไม่ได้แล้วหรือคะว่าใครที่เป็นคนบอกว่าลูกคนนี้คือตราบาปในชีวิตคุณ!"
อัคคีชะงักไป คำพูดของเขาในวันวานเปรียบเสมือนใบมีดที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเขาอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่าความผิดพลาดนั้นมันใหญ่หลวงเกินกว่าจะให้อภัย แต่การได้เห็น 'น้องต้นกล้า' เด็กน้อยผู้มีนัยน์ตาเรียวรีและรอยยิ้มมุมปากเหมือนเขาราวกับส่องกระจก มันทำให้เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
"ม่านไหม... ผมยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งลมหายใจ เพื่อให้คุณกับลูกกลับมา"
"เก็บคำพูดพวกนั้นไว้พูดกับกำแพงเถอะค่ะ" เธอหมุนตัวจะเดินหนี แต่ทว่าอัคคีกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่สื่อถึงการกักขังทางอารมณ์
"ม่านไหม! อย่าหนีความจริง!"
"คนที่หนีความจริงคือคุณ!" เธอสะบัดมือออกอย่างรุนแรง "ผลตรวจดีเอ็นเอน่ะเหรอ? ได้... ฉันจะให้คุณทำ แต่มีข้อแม้ ถ้าผลออกมาเป็นบวก คุณต้องเซ็นสัญญาหย่าขาดจากเราสองคนโดยสมบูรณ์ และห้ามมาปรากฏตัวในรัศมีร้อยเมตรจากชีวิตของต้นกล้าอีกเด็ดขาด คุณกล้าเดิมพันด้วยชีวิตของคุณไหมล่ะ?"
อัคคีมองสบตาเธออย่างไม่ลังเล แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว "ถ้าผลออกมาว่าเป็นลูกผม ผมจะไม่ยอมให้คุณหย่า แม้แต่ในนรกผมก็จะลากคุณกลับมา แต่ถ้าไม่ใช่... ผมจะหายไปจากชีวิตคุณตลอดกาลตามที่คุณต้องการ"
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยก็ดังขึ้นจากมุมห้อง
"คุณลุงครับ... ทำไมคุณลุงถึงร้องไห้ล่ะครับ?"
น้องต้นกล้ายืนกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรด มองดูผู้ใหญ่สองคนด้วยแววตาซื่อใส อัคคีชะงักไป สัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะบนใบหน้าของตัวเอง เขาไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ภาพเด็กน้อยที่กำลังเดินเตาะแตะเข้ามาหาเขาด้วยความสงสัยนั้น มันบีบหัวใจจนเขารู้สึกราวกับกำลังจะขาดใจตายเสียให้ได้
เขารีบปาดน้ำตาและคุกเข่าลงต่อหน้าเด็กน้อย ท่าทีที่หยิ่งผยองของประธานหนุ่มหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มที่แตกสลายและกำลังพยายามไถ่บาป
"ลุงไม่ได้ร้องไห้ครับ... ลุงแค่ฝุ่นเข้าตา" อัคคีเสียงสั่น พยายามส่งยิ้มให้เด็กชาย แต่มันช่างดูฝืดเคือง
ม่านไหมมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบคั้น เธอไม่อยากให้ต้นกล้าต้องมาเกี่ยวข้องกับความแค้นและรอยแผลเป็นในอดีตของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสัญชาตญาณความเป็นแม่ของเธอสั่นคลอนทุกครั้งที่เห็นเขาสัมผัสลูก
ในเย็นวันนั้นเอง พายุฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ราวกับฟ้าดินต้องการจะทดสอบจิตใจของคนทั้งคู่ อัคคีเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของม่านไหมในคฤหาสน์หลังใหม่ที่เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ เขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ในมือด้วยมือที่สั่นเทา
"ผลตรวจออกมาแล้ว"
ม่านไหมหันกลับมามองเขา เธอขยับกายลุกขึ้นยืน ตัวตรง สง่างาม แม้ว่าในใจจะเริ่มตระหนกกับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในซองเอกสารนั้น
"เปิดสิคะ" เธอสั่งเสียงเรียบ ทั้งที่มือของเธอเองก็เย็นเฉียบ
อัคคีค่อยๆ แกะซองเอกสารออกช้าๆ บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของทั้งสองคน เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมา สายตาคมกวาดอ่านบรรทัดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสะดุดกึก
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง มือที่ถือกระดาษสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองม่านไหมที่ยืนรอคอยคำตอบด้วยความกดดัน
"ม่านไหม... ผลมัน..."
อัคคียังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงโทรศัพท์ของม่านไหมก็ดังขึ้นแทรกกลางจังหวะแห่งความเป็นความตายนี้ เธอรับสายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนจากความโกรธเคืองเป็นความซีดเผือด
"ว่ายังไงนะคะ? ต้นกล้าหายไปไหนนะคะ!"
ม่านไหมทิ้งโทรศัพท์ลงบนโต๊ะด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งออกไปทันที โดยมีอัคคีที่ตัวแข็งทื่อกับผลลัพธ์ในกระดาษรีบวิ่งตามหลังเธอออกไปกลางสายฝนที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ทิ้งให้กระดาษแผ่นสำคัญปลิวว่อนลงบนพื้นห้องทำงาน เผยให้เห็นคำว่า 'ผลการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด... มีโอกาสเป็นบิดา 99.99%' ชัดเจนอยู่บนนั้น!
ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 21
ขอตรวจดีเอ็นเอ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!