"คีย์คะ! คุณมาทำอะไรอยู่ที่นี่คะเนี่ย รู้ไหมว่ารตาตามหาคุณทั่วกรุงเทพฯ แล้วนะ!"
เสียงแหลมสูงที่เจือความกระเง้ากระงอดดังแหวกลงมาในความเงียบงันของห้องชุดเพนต์เฮوسต์หรูใจกลางเมือง ที่บัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว อัคคีขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬตวัดมองร่างระหงของรตาที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างถือวิสาสะ โดยมีกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยฟุ้งกลบกลืนกลิ่นอายจางๆ ของม่านไหมที่เคยอบอวลอยู่ที่นี่มาหลายปี
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำทักทาย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนนิ่งอยู่กลางห้องรับแขก สายตากวาดมองไปรอบกายด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านขึ้นมาในอก ความเงียบงันที่ไร้เงาของภรรยาในนาม ไม่ส... อดีตภรรยาที่เขาเพิ่งจรดปากกาเซ็นใบหย่าให้เมื่อไม่กี่วันก่อน มันช่างบาดลึกและว่างเปล่าเสียจนน่ากลัว
"รตา... ใครอนุญาตให้คุณเข้ามา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเย็นแต่เต็มไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักฝีเท้า
"อ้าว คีย์พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ? เรากำลังจะแต่งงานกันนะคะ อีกอย่าง... ที่นี่ก็เป็นคอนโดฯ ของคุณ รตาก็แค่แวะมาหาว่าทำไมช่วงนี้คุณดูแปลกไป ติดงานอะไรนักหนาคะ ถึงได้ไม่ยอมรับโทรศัพท์รตาเลย" หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ แขนเรียวพยายามจะเอื้อมไปเกาะแขนแกร่ง แต่กลับต้องชะงักเมื่ออัคคีขยับตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจ
อัคคีไม่สนใจคำตัดพ้อนั้น สายตาของเขาคมกริบดั่งใบมีด เขากำลังมองสำรวจความผิดปกติที่สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้... มันสะอาดเกินไป โล่งเกินไป และไร้ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่ชื่อ 'ม่านไหม' อย่างสิ้นเชิง
ร่างสูงก้าวยาวๆ ผ่านหน้ารตาตรงไปยังห้องนอนใหญ่ทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองหญิงสาวที่ยืนทำหน้าเหวอด้วยความไม่พอใจ
"คีย์คะ! จะไปไหนน่ะ..." รตาพยายามจะเดินตาม แต่เพียงแค่ก้าวพ้นขอบประตูห้องนอนของเขา เธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสภาพภายในห้องที่ว่างเปล่าราวกับเพิ่งถูกขนย้าย
อัคคีหยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้องนอนใหญ่ ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีก้อนสะอึกมาจุกอยู่ที่ลำคอ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก ตู้เสื้อผ้าบิวต์อินขนาดใหญ่ถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ ภายในว่างเปล่า... ไม่มีชุดกระโปรงเรียบๆ สีพื้นของม่านไหม ไม่มีแม้แต่ไม้แขวนเสื้อสักอัน เสื้อผ้าทุกชิ้น ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ครีมบำรุงผิวราคาประหยัดที่เธอเคยตั้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขารีบสาวเท้าไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานและตู้ข้างเตียง ความว่างเปล่าเปลือยเปล่ายังคงตอกย้ำซ้ำๆ เอกสารสำคัญ สมุดบันทึกเล่มเล็กที่เธอชอบเขียนเรื่องราวไร้สาระ (ที่เขาเคยรำคาญ) ถูกกวาดเรียบ ไม่มีกระดาษสักแผ่น ไม่มีร่องรอยการมีอยู่ของเธอ ราวกับว่าผู้หญิงคนนั้นไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แห่งนี้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
"บ้าเอ้ย..." สบถลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนร้อนรน ประหนึ่งมีไฟสุมทรวงอก มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"อุ๊ย! นี่ม่านไหมเธอเก็บของไปหมดเลยเหรอคะเนี่ย? ช่างเจียมเนื้อเจียมตัวดีนี่นา คงรู้ตัวแหละค่ะว่าไม่มีค่าพอที่จะอยู่คู่ควรกับคุณคีย์ ถึงได้หนีไปเงียบๆ แบบนี้ รตาว่าดีแล้วล่ะค่ะ ปล่อยผู้หญิงน่าเบื่อแบบนั้นไปเถอะนะคะ" รตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพลางใช้มือปัดฝุ่นจอมปลอมที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่เสื้อ
"หุบปาก!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของอัคคีดังขึ้นจนรตาสสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบที่หันมามองเธอนั้นน่ากลัวราวกับซาตานร้ายที่พร้อมจะฉีกร่างใครเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่อยากตายคาที่นี่ ก็ไสหัวออกไปซะ!"
"คีย์! คุณกล้าไล่รตาเหรอคะ!"
"ฉันบอกให้ไสหัวไป!" น้ำเสียงตวาดกร้าวทำให้รตาหน้าถอดสี เธอไม่เคยเห็นอัคคีเกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้มาก่อน แม้แต่ตอนที่เธอจงใจสร้างข่าวฉาวเพื่อให้เขาหย่ากับม่านไหม เขาก็ยังคงนิ่งเฉยราวก้อนหิน แต่วันนี้... แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความร้อนรน บ้าคลั่ง และความหวาดกลัวบางอย่างที่เขาเองก็อาจจะยังไม่ยอมรับมัน
หญิงสาวกัดริมฝีปากด้วยความแค้นใจ กระทืบส้นสูงเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย แรงกระแทกของประตูห้องที่ปิดลงไม่ได้ทำให้อัคคีสนใจแม้แต่น้อย
ขายาวก้าวฉับๆ ไปยังห้องแต่งตัวอีกครั้ง เขารื้อค้นทุกซอกทุกมุมอย่างไร้ความสุขุมเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลผู้ควบคุมอาณาจักรธุรกิจนับแสนล้าน บัดนี้กลับกำลังสติแตกราวกับคนเสียสติ เพียงเพราะหาเศษเสี้ยวความเป็นตัวตนของอดีตภรรยาไม่เจอ
มือหนาปัดกล่องไม้เก่าๆ บนชั้นลอยตกลงมาฝาเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งของชิ้นเดียวที่ถูกหลงลืมไว้...
มันคือกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ลายมืออ่อนช้อยแต่หนักแน่นด้วยแรงอารมณ์เขียนไว้ด้วยหมึกสีดำ
*‘ขอบคุณสำหรับความเป็นอิสระที่มอบให้ และขอให้คุณโชคดีกับเส้นทางที่คุณเลือก... ลาขาดค่ะ’*
กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นจากปลายนิ้วที่สั่นเทาของอัคคี หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความรู้สึกหนาหนักตีตรวนขึ้นมาที่หน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก รสชาติขมปร่าแล่นพล่านไปทั่วโคนลิ้น ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงถนัดตา
หนี... เธอหนีเขาไปแล้วจริงๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคิดเสมอว่าม่านไหมเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอ ยอมจำนน และเกาะติดเขาเพื่อความมั่นคงในชีวิต เธอไม่มีทางไปไหนได้หรอก... เขาคิดอย่างนั้น เขามองข้ามหยาดน้ำตาของเธอ มองข้ามความพยายามที่จะประคับประคองชีวิตแต่งงานของเธออย่างไร้เยื่อใย ผลักไสเธอให้ตกอยู่ในความโดดเดี่ยวซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งวันที่เธอเอ่ยปากขอหย่า เขาก็ยังเซ็นให้อย่างไม่ลังเล เพราะคิดว่ามันคงเป็นแค่เกมเรียกร้องความสนใจของผู้หญิงน่าเบื่อคนหนึ่ง
แต่ในวินาทีนี้... วินาทีที่ห้องกว้างใหญ่เหลือเพียงความว่างเปล่า เขาถึงได้ตระหนักอย่างเจ็บปวดว่า ม่านไหมไม่ได้เรียกร้องความสนใจ... เธอกำลังตัดขาดเขาออกจากชีวิตอย่างถาวรต่างหาก!
"ม่านไหม..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นระริก ดวงตาคมเข้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายมันรุนแรงเสียจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมตำแหน่งนั้นไว้แน่น
ไม่ใช่ความเสียดาย... แต่มันคือความกลัว กลัวว่าชาตินี้เขาจะไม่มีวันได้พบผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว
อัคคีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองที่ชาดิ่งเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเธอเก็บของออกไปหมด แสดงว่าเธอต้องมีที่ไป และการจะหนีออกจากกรุงเทพฯ โดยไม่มีคนช่วยเหลือ เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะทำได้ราบ
โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูถูกหยิบขึ้นมากดโทรหาเลขาคนสนิททันทีด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่แฝงความร้อนรนจนปิดไม่มิด
"ธน ภายในสิบนาทีนี้ เช็คทุกอย่างเกี่ยวกับการเดินทางของม่านไหม ทั้งเที่ยวบิน บัตรเครดิต หรือกล้องวงจรปิดรอบคอนโดฯ... หาตัวเธอให้เจอ!"
"ครับท่านประธาน แต่ว่า... คุณม่านไหมเธอ..." เสียงของธนอึกอักที่ปลายสาย ทำให้ความอดทนของอัคคีขาดผึ่ง
"แต่อะไร! พูดมาให้หมด!"
"เอ่อ... จากรายงานล่าสุดที่ผมเช็คเบื้องต้น คุณม่านไหมไม่ได้ใช้บัตรเครดิตเลยครับ และเธอยัง... ยื่นเรื่องลาออกจากบริษัทเดิมกะทันหันเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยให้เหตุผลว่าจะเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อรักษาตัว..."
"รักษาตัว? เธอป่วยเป็นอะไร!" อัคคีสวนกลับทันควัน หัวใจกระตุกวูบ
"เรื่องนั้น... ผมยังไม่ทราบแน่ชัดครับท่าน แต่มีรายงานจากฝ่ายบุคคลบอกว่า... ตอนที่คุณม่านไหมมาแจ้งเรื่องลาออก เธอมีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง และ..."
*กึก!*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม เสียงของเลขาฯ ขาดหายไปจากโสตประสาท อัคคีรู้สึกหูอื้อตาลาย ร่างกายสูงใหญ่เซถอยหลังไปชนกับผนังห้องจนตู้กระจกสั่นสะเทือน คำว่า 'แพ้ท้อง' วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับเสียงสะท้อนจากนรก
ท้อง? ม่านไหมท้องอย่างนั้นหรือ?
ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงหลายเดือนก่อนที่เธอจะมีอาการคลื่นไส้ อาการหน้ามืดเป็นลมบ่อยครั้ง และกลิ่นอาหารที่เธอเคยชอบกลับทำให้เธออาเจียนออกมาอย่างทรมาน แต่ในตอนนั้น... ด้วยความเย็นชาและความรำคาญที่เขามีให้ เขากลับตวาดไล่เธอว่าสำออย และบอกให้เธอไปกินยาเองโดยไม่เคยใส่ใจจะพาเธอไปหาหมอเลยสักครั้ง!
พระเจ้า... เขาทำอะไรลงไป?
อัคคีรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเค้นลำคอจนหายใจไม่ออก หยาดน้ำตาลูกผู้ชายที่เหือดแห้งไปนานนับสิบปีเอ่อคลอขึ้นมาที่ขอบตาร้อนผ่าว มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกสำนึกผิดและเกลียดชังตัวเองพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
เขาทิ้งภรรยาที่กำลังตั้งท้องลูกของเขา... แถมยังใจร้ายใจดำเซ็นใบหย่าไล่เธอออกไปจากชีวิตด้วยมือของตัวเอง!
ทว่า ในขณะที่อัคคีกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความสำนึกบาปและสติหลุดลอย หน้าจอโทรศัพท์ในมือก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับข้อความจากระบบแจ้งเตือนการทำธุรกรรมทางการเงินของบัญชีสำรองที่เขาเคยผูกไว้กับชื่อของม่านไหมเมื่อนานมาแล้ว
เป็นข้อความการรูดบัตรซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในอำเภอเล็กๆ เงียบสงบชายแดนภาคเหนือ... และที่สำคัญที่สุด พิกัดนั้นถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในระบบติดตามที่เขาเพิ่งสั่งการให้ทีมไอทีเจาะลึกเข้าไป!
ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความหวาดหวนและเด็ดเดี่ยว อัคคีกัดฟันกรอด พลางแค่น1เสียงหัวเราะเยาะเย้ยตัวเองในลำคอ
หนีให้พ้นรอดเถอะม่านไหม... ต่อให้เธอจะหนีไปสุดขอบโลก เขาก็จะพลิกแผ่นดินตามเธอกลับมาให้ได้!
...แต่ทว่า ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนนั้น ที่ปลายทางอีกฟากหนึ่งของประเทศ ในบ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กที่รายล้อมไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจี ม่านไหมกำลังก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่กำลังนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงนอน มือเรียวเล็กเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของลูกชายเบาๆ
ดวงตากลมโตของเด็กน้อยถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน... ทั้งสันจมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักลึก
"คุณพ่อเหรอคะ... ลูกไม่มีพ่อหรอกจ้ะ ต้นกล้ามีแค่แม่คนเดียวนะลูก..." เสียงหวานพึมพำกับตัวเองหยาดน้ำตาคลอเบ้า ก่อนที่เธอจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นยามวิกาล... และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูไม้เก่าๆ นั้น!
--------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับหัวใจอันเด็ดเดี่ยวของม่านไหมนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในบทหน้าค่ะ!
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 6
ร่องรอยที่ถูกลบเลือน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!